การเงินมีปัญหา ปรึกษา iMoney – iMoney.in.th https://imoney.in.th รวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผิลตภัณฑ์ทางการเงิน ก่อนตัดสินใจใช้บริการธนาคารต่างๆ อย่าลืมอ่าน iMoney Sun, 09 Feb 2020 10:21:21 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.2.5 รวมประกันรถยนต์ที่น่าสนใจ ประจำปี 2563 https://imoney.in.th/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa/ Sun, 09 Feb 2020 10:21:21 +0000 http://imoney.in.th/?p=8416 รีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ – ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้กู้ทำยังไงดี สมัครได้ที่ไหน มาดูกัน https://imoney.in.th/refinance-home-change-name-borrower/ Wed, 06 Nov 2019 15:57:50 +0000 http://imoney.in.th/?p=13085 รีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ – การขอกู้ซื้อบ้านที่ว่ายากแล้ว แต่การผ่อนสินเชื่อบ้านนั้นยิ่งยากกว่า บางคนตอนที่ขอกู้ก็อาจจะกู้ร่วมกับบุคคลในครอบครัว เพื่อหวังว่าจะให้ธนาคารอนุมัติ ได้รับวงเงินตามที่ต้องการ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป ดอกเบี้ยจากที่เคยได้รับส่วนลดโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ยก็เริ่มปรับสูงขึ้น ทำให้ยอดเงินที่จะต้องจ่ายรายเดือนก็เพิ่มสูงขึ้นไปด้วย ทำให้หลายคนเลือกวิธีที่จะรีไฟแนนซ์บ้านไปยังธนาคารใหม่ เพื่อหาดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดและคุ้มค่า ซึ่งต้องบอกว่าวิธีนี้ก็เป็นหนึ่งวิธียอดนิยม เพราะมันได้ผลจริงๆ ปัจจุบันมีสถาบันการเงินมากมาย แต่ละสถาบันการเงินก็พร้อมจัดโปรโมชั่นดอกเบี้ยสุดพิเศษ ให้วงเงินสูงเท่ากับยอดหนี้เดิม หรือบางธนาคารยังให้วงเงินเพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนใครที่เคยขอกู้ร่วมกับคนในครอบครัวไว้ และอยากที่จะรีไฟแนนซ์บ้านแล้วต้องการเปลี่ยนชื่อจากสองคนให้เหลือเพียงแค่คนเดียว หรือต้องการเปลี่ยนชื่อผู้กู้สามารถทำได้หรือไม่ ขอบอกเลยว่าสามารถทำได้ แต่อาจจะต้องมีการซื้อขายระหว่างการให้เรียบร้อยเสียก่อน นั้นหมายความว่า คุณอาจจะเสียค่าใช้จ่าย เพื่อทำการซื้อขายระหว่างผู้ที่กู้ร่วม จากนั้นค่อยมารีไฟแนนซ์บ้านเพื่อทำการเปลี่ยนชื่อได้เลยค่ะ และถ้าใครที่ยังเลือกไม่ถูกว่าจะสามารถไปยื่นรีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อได้ที่สถาบันการเงินไหนนั้น วันนี้ iMoney ก็มีสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น และน่าสนใจแค่ไหน ติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

รวมผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ จากธนาคารต่างๆ

ธนาคาร

ชื่อสินเชื่อ จุดเด่น เงื่อนไขการกู้ ดอกเบี้ย
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in) โปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน กู้ง่าย ให้ผ่อนได้นาน 40 ปี ยื่นรีไฟแนนซ์ได้ทุกอาชีพ ทั้งที่เป็นลูกค้ารายย่อยหรือลูกค้าสวัสดิการ

ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 3.025 ต่อปี หรือสูงสุดร้อยละ 6.25 ต่อปี

ธนาคาร TMB

สินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์ กู้ง่าย อนุมัติด่วนภายใน 7 วัน ดอกเบี้ยต่ำ ให้ผ่อนจ่ายได้นาน 35 ปี พร้อมวงเงินกู้สูงสุดถึง 20 ล้านบาท สมัครได้ทุกอาชีพ ที่มีอายุตั้งแต่ 20 – 60 ปี โดยที่จะต้องมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 – 20,000 บาท (ตามอาชีพผู้สมัคร) ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 3.05 ต่อปี หรือสูงสุดร้อยละ 5.00 ต่อปี
ธนาคารกรุงเทพ สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น วงเงินรีไฟแนนซ์สูงสุด 100%  กู้เงินเพิ่มได้ ผ่อนจ่ายได้นานสูงสุด 35 ปี และอิสระในการเลือกผ่อนได้ทั้งแบบขั้นบันได และแบบคงที่ สมัครได้ทุกอาชีพ แต่จะต้องมีประวัติการชำระที่ดีในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 1.74 ต่อปี หรือสูงสุดร้อยละ 5.375 ต่อปี

รวมผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ-รีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ-iMoney

credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ กับ สินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in) จากธนาคารอาคารสงเคราะห์

เรื่องบ้านขอให้ไว้ในธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้เลย ที่มีสินเชื่อเกี่ยวกับการบ้านครบครัน ไม่ว่าคุณจะมีรายได้น้อย ก็หมดกังวลได้เลย ส่วนใครที่คิดอยากจะรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อหาดอกเบี้ยถูก ได้วงเงินสูง ผ่อนจ่ายสบายได้นานสูงสุดถึง 40 ปี และที่สำคัญใครที่อยากจะรีไฟแนนซ์เปลี่ยนชื่อก็สามารถขอกู้ที่ได้เช่นกัน หรือใครที่กู้ร่วมต้องการที่จะเปลี่ยนมากู้คนเดียว ธนาคารก็จะต้องพิจารณาชื่อผู้กู้ใหม่ด้วยว่ามีความสามารถในการผ่อนหรือไม่ ถ้าคุณสมบัติ รายได้ ตรงตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดก็ยื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารได้เลย และตอนนี้ธนาคารยังมีโปรโมชั่นมอบสิทธิพิเศษให้กับคนที่ย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารด้วยการให้ดอกเบี้ย 0% ในช่วงเดือนที่ 37 – 42 ซึ่งนับว่าเป็นระยะเวลา 6 เดือน แค่นี้ก็ช่วยทำให้ประหยัดไงในกระเป๋าได้บาทเลยทีเดียว ใครที่สนใจอยากจะรู้รายละเอียดที่เกี่ยวกับการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านนี้ล่ะก็ติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

เงื่อนไขในการขอกู้สินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

  • สมัครได้ทั้งที่เป็นลูกค้ารายย่อยทั่วไป
  • สมัครได้ทั้งที่เป็นลูกค้าสวัสดิการที่ไม่มีเงินฝาก
  • สมัครได้ทุกอาชีพทั้งที่มีรายได้ประจำหรือมีอาชีพอิสระ
  • ผู้สมัครสินเชื่อนี้จะต้องขอกู้เพื่อการไถ่ถอนที่ดินพร้อมบ้านหรือคอนโดจากธนาคารเท่านั้น

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

สำหรับอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านสุขสันต์ เพื่อการรีไฟแนนซ์บ้านของ ธอส. นั้นดอกเบี้ยจะไม่ได้มีหลากหลายทางเลือกให้เหมือนกับธนาคารอื่นๆ แต่อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับก็เป็นดอกเบี้ยที่ถูกกว่าการที่อยู่กับธนาคารเดิมอย่างแน่นอน มาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

  • สินเชื่อในช่วงเดือนที่ 1 – 36 ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารจะเรียกเก็บอยู่ที่ร้อยละ 3.025 ต่อปี
  • สินเชื่อในช่วงเดือนที่ 37 – 42 ธนาคารไม่เก็บดอกเบี้ย 0%ต่อปี (นานเป็นระยะเวลา 6 เดือน)
  • สินเชื่อในช่วงเดือนที่ 43 ขึ้นไปนั้น ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารจะเรียกเก็บไปตามประเภทของกลุ่มลูกค้า ดังนี้
    • กรณีที่เป็นลูกค้าสวัสดิการ จะเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.00 ต่อปี (เท่ากับ 5.75 ต่อปี)
    • กรณีที่เป็นลูกค้ารายย่อย จะเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 0.50 ต่อปี (เท่ากับ 25 ต่อปี)
    • กรณีที่ขอกู้เงินไปเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ จะเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR (เท่ากับ 6.75 ต่อปี)

ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR = 6.75 ต่อปี

วงเงินอนุมัติที่จะได้รับจากสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

การอนุมัติวงเงินเพื่อการรีไฟแนนซ์บ้านนั้น ธนาคารจะทำการประเมินหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันนั่นก็คือบ้าน ประกอบการพิจารณาจากรายได้ของผู้ยื่นขอรีไฟแนนซ์ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดหรือไม่ ซึ่งสามารถเข้าไปติดต่อสอบถามพนักงานธนาคารให้ประเมินวงเงินในเบื้องต้นที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้เลยค่ะ

ระยะเวลาในการผ่อนค่างวดของสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

สำหรับระยะเวลาการผ่อนค่างวดนั้น ธนาคารจะพิจารณาจากอาชีพของผู้ยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน โดยจะกำหนดระยะเวลาในการผ่อนขั้นต่ำเริ่มต้นจะต้องผ่อนกับธนาคารไม่น้อยกว่า 3 ปี 6 เดือนขึ้นไป และธนาคารจะให้ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี โดยมีเงื่อนไขการผ่อนดังนี้

  • หากผู้ยื่นรีไฟแนนซ์บ้านประกอบอาชีพทั่วไปนั้น เมื่ออายุรวมกับระยะเวลาการผ่อนแล้วผู้กู้จะต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปี
  • หากผู้ยื่นรีไฟแนนซ์บ้านประกอบอาชีพข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี เมื่ออายุรวมกับระยะเวลาการผ่อนแล้วผู้กู้จะต้องมีอายุไม่เกิน 75 ปี

ค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายเพิ่มกรณีที่ขอรีไฟแนนซ์บ้าน

การสินเชื่อบ้านหรือรีไฟแนนซ์บ้านนั้นจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่ผู้ยื่นรีไฟแนนซ์บ้านจะต้องจ่ายเพิ่ม ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็จะต้องมีเงินสำรอง โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้

  • ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในการทำสัญญารีไฟแนนซ์บ้าน วงเงินอยู่ที่ 1,000 บาท
  • ค่าประเมินหลักประกัน (บ้านหรือคอนโดมิเนียม) ซึ่งธนาคารจะมีเรทการคิดขึ้นอยู่กับวงเงินที่ขอกู้ ดังนี้
    • กรณีที่วงเงินขอกู้ในการรีไฟแนนซ์บ้านไม่เกิน 500,000 บาท จะเสียเงินอยู่ที่ 1,900 บาทต่อหลักประกัน
    • กรณีที่วงเงินขอกู้ในการรีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป จะเสียเงินอยู่ที่ 2,300 บาทต่อหลักประกัน

ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อผู้กู้นั้น จะต้องเตรียมเงินสำหรับการซื้อขายระหว่างกันด้วย

เอกสารประกอบการยื่นรีไฟแนนซ์บ้านกับสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารอาคารสงเคราะห์นั้นจะต้องเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร โดยธนาคารจะแบ่งไปตามอาชีพของผู้สมัคร เนื่องจากแต่อาชีพก็จะมีเอกสารทางด้านการเงินที่แตกต่างกัน งั้นมาดูกันดีกว่าว่าแต่ละอาชีพจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

กรณีที่ผู้ยื่นรีไฟแนนซ์เป็นพนักงานประจำ (ทั้งในบริษัทเอกชน/ราชการ/รัฐวิสาหกิจ)

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือจะใช้เป็นสำเนาบัตรข้าราชการ เซ็นชื่อพร้อมสำเนาถูกต้องบนเอกสาร
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นรีไฟแนนซ์ เซ็นชื่อพร้อมสำเนาถูกต้องบนเอกสาร
  • กรณีที่ผู้ยื่นรีไฟแนนซ์มีการเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล จะต้องแนบเอกสารการเปลี่ยนแปลงมาด้วย
  • กรณีที่ผู้ยื่นรีไฟแนนซ์มีคู่สมรส ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะที่สมรส หรือ หย่าร้าง ก็จะต้องแนบเอกสารหลักฐานมาด้วย พร้อมด้วยสำเนาบัตรประชาชนของคู่สมรสด้วย
  • ใบรับรองเงินเดือน หรือหนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการของบริษัท
  • สลิปเงินเดือน หรือเอกสารหลักฐานการรับเงินเดือน โดยเอกสารจะต้องย้อนหลัง 3 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากที่มีเงินเดือนเข้าประจำทุกเดือน ย้อนหลัง 6 เดือน

กรณีที่ผู้ยื่นรีไฟแนนซ์ประกอบอาชีพอิสระ (กลุ่มคนที่ไม่มีรายได้ประจำ)

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัคร พร้อมเซ็นชื่อสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร พร้อมเซ็นชื่อสำเนาถูกต้อง
  • กรณีที่มีคู่สมรสให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของคู่สมรสมาด้วย พร้อมใบทะเบียนสมรส หรือใบหย่า
  • หากมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล แนบเอกสารเปลี่ยนมาด้วย
  • สำเนาบัญชีเงินฝากที่มีเงินหมุนเวียน ย้อนหลัง 12 เดือน
  • กรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวที่จดทะเบียน จะต้องแนบเอกสาร ดังนี้
    • สำเนาทะเบียนการค้า
    • หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด
    • ภาพถ่ายกิจการ
  • เอกสารหรือหลักฐานการเสียภาษีเงินได้
  • สำเนาเอกสารประกอบวิชาชีพ

ทั้งนี้ นอกจากเอกสารส่วนบุคคลที่จะต้องเตรียมในการยื่นสมัครรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารแล้ว ยังมีเอกสารด้านหลักประกันที่สำคัญและจำเป็นมาในการยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งเอกสารจะประกอบด้วย

  • สำเนาสัญญาเงินกู้ หรือสำเนาสัญญาจำนองกับสถาบันการเงินเดิมที่เป็นหนี้อยู่
  • หลักฐานการชำระเงิน หรือใบเสร็จรับเงิน ที่จ่ายค่างวดให้กับสถาบันการเดิมย้อนหลัง 1 – 2 ปี

ช่องทางการสมัครสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

สำหรับใครที่สนใจต้องการสมัครหรือมีข้อสงสัยต้องการสอบถามที่เกี่ยวกับสินเชื่อบ้านสุขสันต์ สามารถติดต่อได้กับเจ้าหน้าที่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศได้เลย หรือจะโทรสอบถามที่ Call Center 02-645-9000

สินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์-รีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ-iMoney

credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ กับ สินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์ จากธนาคาร TMB

สินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์ ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่สูง เลือกมารีไฟแนนซ์บ้านกับ TMB ที่ให้ดอกเบี้ยในอัตราคงที่นาน 3 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 3.05 ต่อปี ที่มาพร้อมกับให้วงเงินกู้เริ่มต้น 5 แสนบาท หรือสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท นอกจากจะนำเงินไปโปะหนี้เก่าได้แล้ว ยังได้รับเงินเพิ่มเติมสำหรับใครที่ต้องการใช้เงินสด ด้วยเงื่อนไขในการสมัครแบบง่ายๆ ผ่อนสบาย สมัครปุ๊บ รอฟังผลการอนุมัติได้ภายใน 7 วัน ทั้งนี้เอกสารในการสมัครจะต้องครบถ้วนด้วยนะคะ

เงื่อนไขในการขอกู้สินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์

  • สมัครได้ทุกอาชีพ โดยผู้สมัครจะต้องมีอายุ 20 – 60 ปี
  • กรณีที่ผู้ยื่นขอรีไฟแนนซ์ประกอบอาชีพที่มีรายได้ประจำ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    • รับเงินเดือนผ่านธนาคารเท่านั้น
    • มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป
    • มีอายุการทำงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป และจะต้องผ่านการทดลองงาน
  • กรณีที่ผู้ยื่นขอรีไฟแนนซ์ประกอบธุรกิจส่วนตัว จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    • มีรายได้หมุนเวียนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป
    • ธุรกิจที่เปิดนั้นจะต้องอยู่ในประเทศไทย และดำเนินกิจการมาไม่น้อยกว่า 2 ปี

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์

ดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคาร TMB นั้น ธนาคารจะมีให้เลือกด้วยกัน 2 ประเภท คือ ประเภทแรก จะเป็นกลุ่มคนที่เลือกสมัครผลิตภัณฑ์เสริมทั้ง 3 ประเภทของธนาคาร ได้แก่ ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) , ผ่อนสินเชื่อบ้านโดยการหักเงินจากบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์แบบอัตโนมัติ และสุดท้าย สมัครบัตรเดบิต แต่ถ้าใครที่มีแล้วก็ไม่ต้องทำใหม่ ส่วนอีกประเภทก็คือ กลุ่มคนที่เลือกสมัครแค่ผลิตภัณฑ์เสริมบางประเภทเท่านั้น โดยมีรายละเอียดของอัตราดอกเบี้ย ดังนี้

กลุ่มคนที่เลือกสมัครผลิตภัณฑ์เสริมครบทั้ง 3 ประเภท จะได้รับดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ดังนี้

ดอกเบี้ยทางเลือกที่ 1

  • ระยะเวลาการผ่อน 3 ปีแรกของสัญญา ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 4.10 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 3.05 ต่อปี
  • ระยะเวลาการผ่อนตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.15 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.00 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ที่ร้อยละ 4.35 ต่อปี

ดอกเบี้ยทางเลือกที่ 2

  • ระยะเวลาการผ่อน 3 ปีแรกของสัญญา ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 3.75 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 3.40 ต่อปี
  • ระยะเวลาการผ่อนตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.15 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.00 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ที่ร้อยละ 4.47 ต่อปี

กลุ่มคนที่เลือกสมัครผลิตภัณฑ์เสริมไม่ครบทั้ง 3 ประเภท จะได้รับดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ดังนี้

  • ระยะเวลาการผ่อน 3 ปีแรกของสัญญา ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 3.15 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.00 ต่อปี
  • ระยะเวลาการผ่อนตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.90 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.25 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ที่ร้อยละ 4.84 ต่อปี

ทั้งนี้ ธนาคารจะมอบสิทธิประโยชน์ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ฟรีค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ และถ้าหากเลือกดอกเบี้ยทางเลือกที่ 2 จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีก 1 สิทธิ์นั่นก็คือ ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง

วงเงินอนุมัติที่จะได้รับจากสินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์

ธนาคารจะวงเงินกู้ขั้นต่ำ 500,000 บาท และให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000,000 บาท แต่ทั้งนี้การอนุมัติวงเงินกู้นั้น ธนาคารก็จะแบ่งไปตามมูลค่าของหลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์ด้วย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • กรณีที่หลักประกันมีมูลค่าไม่เกิน 10,000,000 บาท ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ให้เท่ากับยอดหนี้เดิมที่มีอยู่ หรือให้สูงสุดไม่เกิน 95% ของราคาประเมินของธนาคาร
  • กรณีที่หลักประกันมีมูลค่าเกิน 10,000,000 บาทขึ้นไป ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ให้เท่ากับยอดหนี้เดิมที่มีอยู่ หรือให้สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาประเมินของธนาคาร

ระยะเวลาในการผ่อนค่างวดของสินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์

  • ธนาคารจะให้ผ่อนได้นานสูงสุดไม่เกิน 35 ปี แต่เมื่อรวมอายุของผู้ยื่นรีไฟแนนซ์กับระยะเวลาการผ่อนจะต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี

เอกสารประกอบการยื่นรีไฟแนนซ์บ้านกับสินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์

สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคาร TMB จะต้องเตรียมเอกสารประกอบการสมัครได้ครบถ้วน เพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติ โดยเอกสารการสมัครนั้นจะแบ่งไปตามอาชีพของผู้สมัคร ซึ่งแบ่งออกได้ ดังนี้

กรณีที่ผู้สมัครทำงานเป็นพนักงานประจำ จะต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชน จะต้องเซ็นชื่อสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย
  • สลิปเงินเดือน จะต้องเป็นต้นฉบับและเป็นสลิปที่พิมพ์ด้วยกระดาษคาร์บอนในตัวเท่านั้น แต่ถ้าใครที่ไม่มีเป็นกระดาษคาร์บอน ก็สามารถใช้เป็นหนังสือรับรองเงินเดือน ที่มีอายุไม่เกิน 2 เดือน และจะต้องแนบสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 1 เดือนมาด้วย

กรณีที่ผู้สมัครทำงานเป็นข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานเงินทุนหลักทรัพย์ จะต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือจะใช้เป็นสำเนาบัตรข้าราชการก็ได้ แต่จะต้องแนบคู่มากับสำเนาทะเบียนบ้าน และจะต้องเซ็นชื่อสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย
  • สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเดือน ที่มีอายุไม่เกิน 2 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 1 เดือน

กรณีที่ผู้สมัครที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือเป็นเจ้าของกิจการ จะต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชน จะต้องเซ็นชื่อสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย
  • สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจ ให้ย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารประกอบการจดทะเบียนของธุรกิจส่วนตัว ประกอบด้วย
    • กรณีที่จดทะเบียนเป็นบริษัท ให้ใช้สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ที่ และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมด โดยที่เอกสารทั้งหมดจะต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน
    • กรณีที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ใช้สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน
    • กรณีที่เป็นร้านค้า ให้ใช้สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และใบกรมทะเบียนการค้า

เอกสารด้านหลักประกันที่จะต้องใช้ยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน

  • สำเนาสัญญาเงินกู้จากธนาคารเดิมที่เป็นหนี้อยู่
  • สำเนาใบเสร็จหรือหลักฐานที่แสดงการจ่ายค่างวดสินเชื่อบ้านเดือนล่าสุด

ช่องการสมัครสินเชื่อบ้าน ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์

  • สำหรับใครที่สนใจอยากย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคาร TMB ก็สามารถสมัครได้ด้วยกัน 2 ช่องทาง คือ สมัครด้วยตัวเองที่ธนาคาร TMB ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือเลือกสมัครผ่านทางออนไลน์ ง่าย สะดวก รวดเร็ว สนใจคลิกที่นี่  สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงเทพ-รีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ-iMoney

credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์บ้านเปลี่ยนชื่อ กับ สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น จากธนาคารกรุงเทพ

สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น ตอบโจทย์ได้ดีสำหรับใครที่กำลังแบกภาระดอกเบี้ยที่แพง จ่ายค่างวดก็สูง เงินจะใช้ในแต่ละเดือนแทบไม่มี ย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านมาอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพ ที่พร้อมให้วงเงินสูงเท่ากับยอดหนี้เดิม หรือใครที่ต้องการเงินก้อนเพิ่มเติมก็ยื่นขอกู้เพิ่มได้ ด้วยดอกเบี้ยสุดพิเศษเริ่มต้นเพียงแค่ร้อยละ 1.74 ต่อปีเท่านั้น แถมยังให้ผ่อนจ่ายได้สบายๆนานสูงสุดถึง 35 ปีกันเลย ด้วยเงื่อนไขการสมัครง่ายๆ ขอแค่หลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์จะต้องเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการปล่อยเช่าหรือเชิงพาณิชย์ ส่วนเงื่อนไขการสมัครอื่นๆจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

เงื่อนไขการขอกู้สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น

  • สมัครได้หลากหลายอาชีพ
  • สมัครได้ทั้งผู้ที่มีรายได้ประจำหรือประกอบธุรกิจส่วนตัว
  • โดยที่ผู้สมัครจะต้องมีประวัติในการจ่ายเงินที่ดี ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น

  • ธนาคารได้แยกประเภทของการคิดดอกเบี้ยไว้ 2 กรณี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับหลักทรัพย์ของคุณว่าเข้าข่ายอยู่ในเกณฑ์ไหน ได้แก่ กรณีที่หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยทั่วไป กับ กรณีที่หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยกลุ่มโครงการของบริษัทมหาชนและบริษัทในเครือ โดยทั้ง 2 กรณีนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากัน โดยที่ธนาคารจะอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ย MRR ซึ่งปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี มีรายละเอียดดังนี้

กรณีที่หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยทั่วไป

ทางเลือกที่ 1

  • กรณีขอรีไฟแนนซ์บ้านและสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีแรก จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 1.74 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 2 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 3.50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 3 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 4 – 5 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.00 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ตั้งแต่ปีที่ 6 ของสัญญาเป็นต้นไป จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.50 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดอายุสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.90 – 3.95 ต่อปี

ทั้งนี้ สำหรับใครที่เลือกขอรีไฟแนนซ์บ้านโดยที่ไม่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ จะต้องจ่ายดอกเบี้ยในช่วงปีแรกสูงกว่าการเลือกทำประกัน ซึ่งดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 1.99 ต่อปี และดอกเบี้ยในช่วงปีที่ 2 ขึ้นไปนั้นก็จะเหมือนกับอัตราดอกเบี้ยที่เลือกสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์

ทางเลือกที่ 2

  • กรณีขอรีไฟแนนซ์บ้านและสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีแรก จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 2 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 2.75 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 3 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 4 – 5 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.00 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ตั้งแต่ปีที่ 6 ของสัญญาเป็นต้นไป จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.50 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดอายุสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อย 3.94 – 4.00 ต่อปี

ทั้งนี้ สำหรับใครที่เลือกขอรีไฟแนนซ์บ้านโดยที่ไม่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ จะต้องจ่ายดอกเบี้ยในช่วงปีแรกสูงกว่าการเลือกทำประกัน ซึ่งดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 2.75 ต่อปี และดอกเบี้ยปีต่อไปก็จะเท่ากับดอกเบี้ยที่เลือกสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์

ทางเลือกที่ 3

  • กรณีขอรีไฟแนนซ์บ้านและสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีแรก จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 4.375 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 2 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 4.125 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 3 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 4 – 5 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.00 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ตั้งแต่ปีที่ 6 ของสัญญาเป็นต้นไป จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.50 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดอายุสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อย 3.94 – 4.00 ต่อปี

ทั้งนี้ สำหรับใครที่เลือกขอรีไฟแนนซ์บ้านโดยที่ไม่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ จะต้องจ่ายดอกเบี้ยในช่วงปีแรกสูงกว่าการเลือกทำประกัน ซึ่งดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 4.125 ต่อปี และดอกเบี้ยปีต่อไปก็จะเท่ากับดอกเบี้ยที่เลือกสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์

ทางเลือกที่ 4

  • กรณีขอรีไฟแนนซ์บ้านและสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีแรก จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 3.00 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 2 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 3.25 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 3 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.50 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ในช่วงปีที่ 4 – 5 จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.00 ต่อปี
    • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ตั้งแต่ปีที่ 6 ของสัญญาเป็นต้นไป จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.50 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดอายุสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อย 4.15 – 4.20 ต่อปี

ทั้งนี้ สำหรับใครที่เลือกขอรีไฟแนนซ์บ้านโดยที่ไม่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ จะต้องจ่ายดอกเบี้ยในช่วงปีแรกสูงกว่าการเลือกทำประกัน ซึ่งดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 3.25 ต่อปี และในส่วนของดอกเบี้ยในปีที่ 2 จนขึ้นสิ้นอายุสัญญารีไฟแนนซ์บ้านนั้น ดอกเบี้ยก็จะเท่ากับในกรณีที่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ และนอกจากนี้แล้วใครที่เลือกดอกเบี้ยทางเลือกที่ 4 จะได้รับสิทธิประโยชน์ฟรีค่าจดจำนองอีกด้วย

กรณีที่หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยกลุ่มโครงการของบริษัทมหาชนและบริษัทในเครือ

ทางเลือกที่ 1

  • กรณีขอรีไฟแนนซ์บ้านและสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีแรก ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1.74 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 3.625 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 3 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.375 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 4 – 5 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.625 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 6 ขึ้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.75 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดอายุสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.55 – 3.60 ต่อปี

นอกจากนี้แล้วถ้าในกรณีที่ขอรีไฟแนนซ์บ้านแล้วไม่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ ดอกเบี้ยในช่วงปีที่ 1 ธนาคารจะเรียกเก็บอยู่ที่ร้อยละ 1.99 ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในปีถัดไปอื่นๆ ดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่เลือกสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์

ทางเลือกที่ 2

  • กรณีขอรีไฟแนนซ์บ้านและสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีแรก ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2.375 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2.625 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 3 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.375 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 4 – 5 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.625 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 6 ขึ้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.75 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดอายุสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.57 – 3.62 ต่อปี

นอกจากนี้แล้วถ้าในกรณีที่ขอรีไฟแนนซ์บ้านแล้วไม่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ ดอกเบี้ยในช่วงปีที่ 1 ธนาคารจะเรียกเก็บอยู่ที่ร้อยละ 2.625 ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในปีถัดไปอื่นๆ ดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่เลือกสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์

ทางเลือกที่ 3

  • กรณีขอรีไฟแนนซ์บ้านและสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีแรก ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 4.50 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 4.25 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 3 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.375 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 4 – 5 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.625 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 6 ขึ้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.75 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดอายุสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.57 – 3.62 ต่อปี

นอกจากนี้แล้วถ้าในกรณีที่ขอรีไฟแนนซ์บ้านแล้วไม่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ ดอกเบี้ยในช่วงปีที่ 1 ธนาคารจะเรียกเก็บอยู่ที่ร้อยละ MRR – 4.25 ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในปีถัดไปอื่นๆ ดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่เลือกสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์

ทางเลือกที่ 4

  • กรณีขอรีไฟแนนซ์บ้านและสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีแรก ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2.875 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 3.125 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 3 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.375 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 4 – 5 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.625 ต่อปี
    • รีไฟแนนซ์บ้านปีที่ 6 ขึ้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2.75 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดอายุสัญญาในการรีไฟแนนซ์บ้าน จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.77 – 3.82 ต่อปี

นอกจากนี้แล้วถ้าในกรณีที่ขอรีไฟแนนซ์บ้านแล้วไม่สมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ ดอกเบี้ยในช่วงปีที่ 1 ธนาคารจะเรียกเก็บอยู่ที่ร้อยละ 3.125 ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านในปีถัดไปอื่นๆ ดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่เลือกสมัครบริการคุ้มครองเครดิต โฮมเฟิสต์ ทั้งนี้ สำหรับใครที่เลือกดอกเบี้ยทางเลือกที่ 4 ธนาคารจะฟรีค่าจดจำนองในการรีไฟแนนซ์บ้านให้อีกด้วย

วงเงินอนุมัติที่จะได้รับจากสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น

  • ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ให้สูงสุด 100% จากราคาประเมิน หรือเต็มวงเงินยอดหนี้เดิมที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน และถ้าใครที่ต้องการเงินเพิ่มเติมในกรณีที่ได้รับวงเงินอนุมัติมากกว่ายอดหนี้เดิม สามารถขอกู้เพิ่มเติมกับธนาคารได้เลย

ระยะเวลาในการผ่อนค่างวดของสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น

  • การผ่อนชำระนั้นธนาคารจะให้ผ่อนได้นานสูงสุด 30 ปี แต่ถ้าหากผู้สมัครทำงานเป็นพนักงานประจำ ธนาคารจะเพิ่มระยะเวลาการผ่อนให้นานขึ้นเป็นสูงสุดไม่เกิน 35 ปี ทั้งนี้ เมื่อรวมอายุของผู้กู้กับระยะเวลาการผ่อนแล้วผู้กู้จะต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี

เอกสารประกอบการสมัครสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น

  • สำหรับใครที่สนใจอยากสมัครก็ให้เตรียมเอกสารเพื่อประกอบการสมัคร ซึ่งเอกสารที่จะต้องเตรียมก็จะเป็นเอกสารส่วนบุคคล เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารด้านหลักประกัน โดยเอกสารทั้งหมดจะต้องถ่ายสำเนาพร้อมเซ็นชื่อกำกับด้วยทุกแผ่น

ช่องทางการสมัครสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น

  • ส่วนใครที่สนใจอยากจะสมัครมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกรุงเทพ หรือมีข้อสงสัยในส่วนใด ก็สามารถเข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือจะโทรสอบถามที่ Call Center 1333 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยค่ะ

สำหรับใครที่กำลังผ่อนบ้านแล้วต้องจ่ายดอกเบี้ยแพง ส่งค่างวดก็สูง การเลือกรีไฟแนนซ์บ้านก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยทำให้คุณสามารถลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านได้จริง แถมยังช่วยให้ยอดเงินที่จะต้องผ่อนค่าบ้านลดลงไปตามด้วย ทำให้มีสภาพการเงินที่ดีขึ้น คล่องตัวมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าแม้ว่าการรีไฟแนนซ์จะมีข้อดีต่างๆมากมาย ในบางครั้งก็อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้างเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการเสียเวลาในการเตรียมเอกสารที่จะต้องยื่นกู้ หรือหาข้อมูลในการเปรียบเทียบ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะต้องเสียเพิ่ม เช่น ค่าจดจำนอง ค่าประกันภัย ค่าประเมินหลักประกัน และบางสถาบันการเงินยังมีค่าดำเนินการอีกด้วย ส่วนใครที่กำลังวางแผนจะรีไฟแนนซ์บ้านในระยะอันใกล้นี้ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะเลือกรีไฟแนนซ์กับธนาคารไหนดีนั้น ลองหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบได้เลยที่ iMoney.in.th มีครบทุกสถาบันการเงินชั้นนำยอดนิยม ที่ให้คุณได้นำมาเปรียบเทียบทั้งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย วงเงินปล่อยกู้ ระยะเวลาการผ่อน รวมไปถึงเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน สุดท้ายนี้ฝากเพื่อนๆทุกคนช่วยกันกดคนละหนึ่ง Like เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานพวกเราทุกคนด้วยค่ะ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปหาข้อมูลดีๆที่น่าสนใจมาฝากกันในครั้งหน้า สวัสดีค่ะ

]]>
รีไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน – กู้ไม่ผ่านสักทีต้องทำไง ยื่นกู้ธนาคารไหนดี ที่อนุมัติง่าย มาดูกัน https://imoney.in.th/refinance-home-disapproved/ Wed, 06 Nov 2019 15:10:50 +0000 http://imoney.in.th/?p=13077 รีไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน คำที่ไม่มีใครอยากจะได้ยินหากต้องไปสมัครสินเชื่อต่างๆนั่นก็คือ “ไม่ผ่าน” “สินเชื่อไม่อนุมัติ” บางคนก็สงสัยว่าทำไมสินเชื่อไม่ผ่าน เพราะบางธนาคารไม่ได้ให้เหตุผลว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้สินเชื่อเราไม่ผ่านการอนุมัติ ต้องบอกว่ามีหลายปัจจัยมากเลยที่จะทำให้สินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ เช่น ไม่มีเครดิต เพราะไม่เคยมีสินเชื่อหรือบัตรเครดิตมาก่อน หรือจะเป็นเพราะมีภาระหนี้ที่สูงเกินไป มีประวัติการจ่ายที่ล่าช้า หรือบางคนก็ติดเครดิตบูโร และสินเชื่อที่หลายคนมักจะกังวลมากเป็นพิเศษเห็นทีจะเป็นการขอกู้ซื้อบ้าน เพราะสินเชื่อบ้านนั้นเป็นสินเชื่อที่วงเงินกู้ค่อนข้างสูง ระยะเวลาการกู้ก็นาน ซึ่งการขอกู้ซื้อบ้านนั้นก็มีทั้งขอสินเชื่อผ่านและไม่ผ่าน ส่วนใครที่เคยขอสินเชื่อบ้านมาแล้ว แต่ถึงเวลาที่อยากจะรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะต้องการหาดอกเบี้ยที่ถูกลง ผ่อนรายเดือนน้อยลง แม้ว่าบางคนจะกู้สินเชื่อบ้านผ่านมาแล้วก็จริง แต่ก็ใช่ว่าการขอรีไฟแนนซ์บ้านจะผ่านเสมอไป มีทั้งที่ผ่านและไม่ผ่านเหมือนกับสินเชื่อบ้าน วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับการขอกู้อย่างไรให้รีไฟแนนซ์บ้านผ่าน พร้อมกับแนะนำว่ารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารไหนดีที่อนุมัติง่ายมาฝากสำหรับเพื่อนๆคนที่ไหนที่ไปยื่นรีไฟแนนซ์บ้านแล้วต้องพบกับปัญหาว่าไม่ผ่านการอนุมัติ จะมีธนาคารไหนบ้างนั้น มาติดตามอ่านกันเลย

สินเชื่อรีรีไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน จากธนาคารต่างๆ

ธนาคาร

ชื่อสินเชื่อ จุดเด่น เงื่อนไขการกู้ ดอกเบี้ย
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in) ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ กู้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ให้วงเงินกู้สูง ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนจ่ายได้นานสูสุด 40 ปี

 

สมัครได้ทุกอาชีพ โดยมีเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ทั้งลูกค้ารายย่อยหรือลูกค้าสวัสดิการ

ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ที่ร้อยละ 3.025 ต่อปี หรือสูงสุดไม่เกินร้อยละ 6.25 ต่อปี (ดอกเบี้ยอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตาม MRR)

ธนาคารออมสิน

สินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน อนุมัติวงเงินกู้ให้สูงถึง 10 ล้านบาท เริ่มต้นผ่อนจ่ายเพียงแค่เดือนละ 3,600 บาทต่อวงเงิน 1 ล้านบาท และผ่อนจ่ายได้นานสูงสุด 30 ปี ผู้สมัครจะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 – 65 ปี และจะต้องมีรายได้ที่แน่นอน

ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ที่ร้อยละ 3.60 ต่อปี (ดอกเบี้ยอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตาม MRR)

สินเชื่อรีรีไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน จากธนาคารต่างๆ-รีไฟแนนซ์บ้านไมผ่าน-iMoney

credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน กับ สินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in) จากธนาคารอาคารสงเคราะห์

หลายคนอาจจะยื่นสมัครรีไฟแนนซ์บ้านมาหลายธนาคาร มีทั้งผ่านและไม่ผ่านการอนุมัติ แต่ถ้าหากจะพูดถึงการขอสินเชื่อที่เกี่ยวกับบ้านนั้น จะต้องมีชื่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นธนาคารของรัฐ ที่ต้องการให้ทุกคนมีบ้านเป็นของตัวเอง จึงทำให้มีการปล่อยเงินกู้สินเชื่อบ้านมากมาย ทั้งให้กับประชาชนทั่วไป กลุ่มสวัสดิการพนักงาน หรือกลุ่มข้าราชการที่เกษียณอายุ เป็นต้น ด้วยการขอสินเชื่อที่ง่ายกว่าสถาบันการเงินอื่นก็คือไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำในการขอสินเชื่อ ทำให้การขอสินเชื่อไม่ว่าจะเป็นการกู้ซื้อบ้าน หรือจะเป็นการรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารอื่นมายัง ธอส. ก็ทำให้มีโอกาสผ่านการอนุมัติง่ายมากขึ้น หากใครที่สนใจอยากจะรีไฟแนนซ์บ้านแบบง่ายๆ ที่ผ่านฉลุยนั้นเลือกมาสมัครกับสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in) พร้อมให้วงเงินกู้สูง ดอกเบี้ยต่ำ และผ่อนจ่ายได้อย่างสบายนานสูงสุด 40 ปี ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

จุดเด่นของสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

  • กู้ง่าย ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ
  • อนุมัติรวดเร็วทันใจ ไม่ยุ่งยาก
  • ฟรีดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน
  • สามารถผ่อนจ่ายได้นานสูงสุด 40 ปี

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

ธอส. จะคิดดอกเบี้ยสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นดอกเบี้ยคงที่ อัตราเดียวกันทั้ง 3 ปี ไม่ว่าจะดอกเบี้ยในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงปรับขึ้นอย่างไรก็ตาม และในส่วนของปีอื่นๆนั้นดอกเบี้ยจะเป็นมีเปลี่ยนแปลงไปตามอัตราดอกเบี้ย MRR ซึ่งปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.75 ต่อปี มาดูรายละเอียดของดอกเบี้ยของการรีไฟแนนซ์บ้านกับ ธอส. กันเลยค่ะ

  • ดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรก (เดือนที่ 1 – 36) จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 3.025 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยในช่วงเดือนที่ 37 – 42 ธนาคารไม่คิดดอกเบี้ย เพราะดอกเบี้ยจะเป็น 0% ต่อปี
  • ดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนที่ 43 ขึ้นไปจนครบสัญญารีไฟแนนซ์ จะจ่ายดอกเบี้ยไปตามประเภทของกลุ่มลูกค้าที่ขอรีไฟแนนซ์ แบ่งออกได้ ดังนี้
    • ลูกค้าสวัสดิการ จะเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.00 ต่อปี
    • ลูกค้ารายย่อย จะเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 0.50 ต่อปี
    • กรณีที่ขอกู้เงินไปเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ จะเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR ต่อปี

วงเงินปล่อยกู้ของสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

  • การปล่อยเงินกู้เพื่อนำมาไปรีไฟแนนซ์บ้านนั้น ธนาคารจะพิจารณาไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ซึ่งจะต้องดูจากหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน รายได้ของผู้กู้เอง หากต้องการเช็คในเบื้องต้นก็เข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อทำการประเมินในเบื้องต้นได้เลยค่ะ

ระยะเวลาในการผ่อนค่างวดของสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

ธนาคารเริ่มต้นให้ผ่อนไม่ต่ำกว่า 3 ปี 6 เดือน หรือจะเลือกผ่อนนานสูงสุดไม่เกิน 40 ปี ถ้าในกรณีที่ทำอาชีพทั่วไป สามารถผ่อนได้จนถึงอายุไม่เกิน 70 ปี แต่ถ้ามีอาชีพข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี สามารถผ่อนได้จนถึงอายุ 75 ปี

คุณสมบัติของผู้กู้สินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

  • ขอรีไฟแนนซ์บ้านได้ลูกค้ารายย่อยทั่วไปและลูกค้าสวัสดิการที่ไม่มีเงินฝาก
  • สมัครได้ทุกอาชีพทั้งที่มีรายได้ประจำหรือมีอาชีพอิสระ โดยที่ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ
  • หลักประกันที่นำมายื่นขอรีไฟแนนซ์บ้านนั้นจะต้องเป็นไถ่ถอนจากสถาบันการเงินเท่านั้น

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านของสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

  • ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ธนาคารจะเรียกเก็บเงินอยู่ที่ 1,000 บาท
  • ค่าประเมินบ้านพร้อมที่ดินหรือคอนโดมิเนียม ที่นำมารีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารจะเรียกเก็บค่าประเมินไปตามมูลค่าของหลักทรัพย์ ดังนี้
    • หากหลักทรัพย์มีราคาไม่เกิน 500,000 บาท ธนาคารจะให้จ่าย 1,900 บาทต่อหลักประกัน
    • หากหลักทรัพย์มีราคาตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ธนาคารจะให้จ่าย 2,300 บาทต่อหลักประกัน

เอกสารที่ใช้ในการสมัครสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

เอกสารที่จะต้องเตรียมยื่นในการสมัครนั้นก็จะต้องประกอบด้วย เอกสารส่วนบุคคล เอกสารแสดงที่มาของรายได้ และเอกสารด้านหลักประกัน ที่จะนำมายื่นรีไฟแนนซ์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

สำหรับคนที่มีรายได้ประจำ (พนักงานบริษัท/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ)

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาการจดทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ของคู่สมรส (ถ้ามี)
  • สลิปเงินเดือน หรือเอกสารการรับเงินเดือนอื่นๆ ย้อนหลัง 3 เดือน
  • หนังสือรับรองเงินเดือน หรือหนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการของบริษัท
  • สำเนารายการเดินบัญชีเงินฝากที่มีเงินเดือนเข้า ให้ย้อนหลัง 6 เดือน

สำหรับคนที่ไม่มีรายได้ประจำ (เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ)

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาการจดทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ของคู่สมรส (ถ้ามี)
  • สำเนารายการเดินบัญชีเงินฝากที่มีเงินเดือนเข้า ให้ย้อนหลัง 12 เดือน
  • กรณีที่ทำอาชีพอิสระ จะต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
    • สำเนาเอกสารประกอบวิชาชีพ
    • เอกสารหรือหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ หรือใบ 50 ทวิ
  • กรณีที่เป็นเจ้าของธุรกิจ จะต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
    • สำเนาหนังสือรับรองพร้อมวัตถุประสงค์การจดทะเบียน มีอายุไม่เกิน 3 เดือน
    • สำเนาใบกรมทะเบียนการค้าที่จดกับกระทรวงพาณิชย์
    • รูปถ่ายต่ายๆทั้งภายในและภายนอกของกิจการ
    • เอกสารหรือหลักฐานการเสียภาษีเงินได้

เอกสารด้านหลักประกันที่จะต้องยื่นการสมัครรีไฟแนนซ์บ้าน

  • สำเนาสัญญาเงินกู้สินเชื่อบ้านที่มีกับสถาบันการเงินเดิม
  • ใบเสร็จรับเงินที่จ่ายค่างวดสินเชื่อบ้าน จะต้องใช้ย้อนหลัง 1 – 2 ป

สนใจสมัครสินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Refinance in)

  • กรณีที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรืออยากจะสมัครรีไฟแนนซ์บ้าน ก็ให้ติดต่อได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศได้เลย

รีไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน กับ สินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน-รีไฟแนนซ์บ้านไมผ่าน-iMoney

credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน กับ สินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน จากธนาคารออมสิน

สินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน กับธนาคารออมสิน เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่น่าสนใจไม่แพ้กับ ธอส. ที่เปิดโอกาสให้สำหรับคนที่มีรายได้น้อย หรือใครที่คิดว่าจะรีไฟแนนซ์ไม่ผ่าน เชิญมาที่ธนาคารออมสินเลย ที่จะทำให้คุณได้สุขใจไปกับสินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน ที่สามารถนำบ้านมาแลกรับเงินก้อน หรือต้องการรีไฟแนนซ์บ้านก็ได้เช่นกัน ด้วยวงเงินกู้สูงสุดถึง 10 ล้านบาท ผ่อนจ่ายได้อย่างสบายเริ่มต้นผ่อนเพียงล้านละ 3,600 บาท ที่ให้คุณได้ผ่อนจ่ายนานสูงสุดถึง 30 ปี ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้คุณได้ใช้ชีวิตได้สบายมากขึ้น มีเงินใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนรายละเอียดและเงื่อนไขอื่นๆนั้นจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

จุดเด่นของสินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน

  • อนุมัติง่าย
  • ให้วงเงินสูง
  • ดอกเบี้ยต่ำ
  • ผ่อนจ่ายได้นาน

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน

ธนาคารออมสินจะคิดดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 3.60 ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรกของสัญญา และในปีถัดไปนั้นจะเป็นเกณฑ์ที่กำหนด

วงเงินปล่อยกู้ของสินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน

          การปล่อยเงินกู้ธนาคารจะมีเกณฑ์กำหนดโดยจะให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 10,000,000 บาท ทั้งนี้ หากนำหลักทรัพย์ที่เป็นบ้านพร้อมที่ดินมาธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน แต่ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 85% ของราคาประเมิน

ระยะเวลาในการผ่อนค่างวดของสินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน

ธนาคารออมสินให้ผ่อนได้นานสูงสุด 30 ปี

คุณสมบัติของผู้กู้สินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน

  • ผู้สมัครจะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 – 65 ปี
  • โดยผู้สมัครจะต้องมีรายได้ประจำที่แน่นอน
  • ผู้สมัครจะต้องมีอาชีพที่แน่นอนและมั่นคง
  • ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ไม่มีการค้างชำระ

เอกสารที่ใช้ในการสมัครสินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน

ในส่วนของเอกสารที่จะต้องใช้ในการยื่นสมัครของสินเชื่อนั้น คุณจะต้องเตรียมเอกสารส่วนบุคคล ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียน กรณีที่แต่งงานแล้วให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า กรณีที่เปลี่ยนชื่อก็ให้แนบเอกสารเปลี่ยนชื่อมาด้วย และเอกสารที่แสดงถึงที่มาของรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน และสำเนารายการเดินบัญชีเงินฝากให้ย้อนหลัง 6 เดือน

สนใจสมัครสินเชื่อออมสินบ้านแลกเงิน

  • สำหรับผู้ที่สนใจอยากสมัครหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น ก็เข้าไปติดต่อได้ที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารออมสินได้ทุกสาขา ทั่วประเทศได้เลยค่ะ

เคล็ดลับการกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้บ้าง-รีไฟแนนซ์บ้านไมผ่าน-iMoney

credit : https://pixabay.com

เคล็ดลับการกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้บ้าง

อย่างที่หลายคนรู้กันดีว่ากว่าจะขอสินเชื่อบ้านได้นั้นแสนจะยากแสนลำบากแค่ไหน แล้วใครที่คิดจะรีไฟแนนซ์บ้าน ก็เหมือนกับการขอสินเชื่อใหม่ แม้ว่าจะเคยผ่านการขอสินเชื่อบ้านมาแล้วก็ตาม ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นเรื่องง่ายเสมอไปนั้น เราจึงอยากจะแนะนำเคล็ดลับในการขอกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย

เคล็ดลับที่ 1 คือสร้างเครดิตประวัติการชำระเงินที่ดี

การมีประวัติการชำระเงินที่ดี ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่ออะไรก็แล้ว ธนาคารก็จะต้องทำการตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ของคุณกับทางบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือที่หลายคนมักเรียกว่า “เครดิตบูโร” เพื่อที่ธนาคารจะได้ทำการประเมินว่าที่ผ่านมาคุณมีประวัติดีหรือไม่ และถ้าจะให้แนะนำเลยว่าควรมีประวัติการจ่ายให้ตรงเวลา ไม่ล่าช้า อย่างน้อย 1 ปี ถ้าที่ผ่านมามีประวัติที่ดี ไม่เคยค้างจ่าย จ่ายตรงทุกงวด ก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับการอนุมัติ

เคล็ดลับที่ 2 ปิดบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็นก่อนยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน

สำหรับใครที่มีบัตรเครดิตหลายใบ แล้วแต่ใบก็ใช้วงเงินค่อนข้างสูง ถ้าคุณไม่ปิดหนี้หรือมียอดค้างหนี้บัตรเครดิตสูง ก็อาจจะทำให้ธนาคารประเมินว่าคุณมีความสามารถในการใช้หนี้หรือไม่ หรือว่ามีภาระหนี้ที่สูงเกินตัว เช่น มีรายได้เพียงแค่ 30,000 บาท แต่มีบัตรเครดิต 5 ใบ ใช้วงเงินเต็มทุกบัตร ทำให้มียอดหนี้ 300,000 บาท ฉะนั้นโอกาสที่จะผ่านการอนุมัติสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านก็เป็นไปได้ยาก แต่ถ้าคุณได้ทำการปิดหนี้บัตรเครดิตไปก่อน หรือจ่ายหนี้ทั้งหมดก่อนที่จะยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน โอกาสที่จะผ่านก็มีสูงเช่นเดียวกัน

เคล็ดลับที่ 3 มีเงินเดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

เอกสารสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะใช้ในการพิจารณาก็คือ รายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ต้องพยายามให้มีเข้าเป็นประจำทุกเดือน และในแต่ละเดือนก็ควรที่จะต้องมีเงินติดบัญชีไว้บ้าง ไม่ใช่เงินเดือนเข้าวันนี้ พรุ่งนี้เงินก็หมดแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้ธนาคารสงสัยว่าเงินไปไหนหมด ฉะนั้นควรที่จะสร้าง Statement ให้ดีๆอย่างน้อยก็ 1 – 2 ปีไปเลยค่ะ เพื่อสร้างความมั่นใจในการอนุมัติสินเชื่อ

เป็นยังไงกันบ้างกับเคล็ดลับที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับใครที่กังวลว่าจะยื่นสินเชื่อรีไฟแนนซ์ไม่ผ่าน แนะนำให้ลองทำตามดูนะคะ และสำหรับใครที่กำลังหมดกำลังใจที่อยากจะรีไฟแนนซ์บ้านแล้วไม่ผ่านสักที ลองไปยื่นขอกู้กับธนาคารที่เราได้แนะนำไปดูนะคะ และที่สำคัญควรจะต้องเตรียมเอกสารประกอบการสมัครให้พร้อมด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติของสินเชื่อนั่นเอง ส่วนใครที่อยากจะได้ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารอื่นนั้น เข้ามาค้นหาข้อมูลได้จากบทความต่างๆที่เราได้เลยแนะนำเกี่ยวกับรีไฟแนนซ์บ้าน สามารถเข้ามาดูได้ที่เว็บไซต์ iMoney.in.th หรือใครที่สนใจเรื่องการเงินประเภทต่างๆ ก็เข้ามาหาข้อมูลได้เช่นกัน เพราะเว็บไซต์เรามีทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับการเงิน สุดท้ายนี้หากใครที่มีข้อสงสัยหรืออยากจะให้เรานำเรื่องราวอะไรที่เกี่ยวกับการเงินมาฝากกันก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันได้เลยค่ะ สำหรับวันนี้พวกเราขอลาไปหาข้อมูลเพื่อนำมาเล่าสู่กันฟังในครั้งหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

]]>
รีไฟแนนซ์รถไม่ผ่าน – กู้ง่าย ไม่เช็คแบล็คลิสต์ ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร สมัครได้ที่ไหน มาดูกันเลย https://imoney.in.th/refinance-car-disapproved/ Wed, 06 Nov 2019 14:44:02 +0000 http://imoney.in.th/?p=13068 รีไฟแนนซ์รถไม่ผ่าน การยื่นรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น มีทั้งคนที่สมหวังผ่านการอนุมัติกับกลุ่มคนที่ไม่สมหวังคือไม่ได้รับการอนุมัติกันก็มีเยอะ ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าการรีไฟแนนซ์นั้นก็เหมือนเป็นการขอสินเชื่อใหม่ ฉะนั้นสถาบันการเงินก็จะต้องทำการตรวจสอบ เช็คประวัติการจ่ายเงินที่ผ่านมา รวมไปถึงคุณสมบัติของผู้กู้ด้วยว่าตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ และสาเหตุยอดฮิตของการขอรีไฟแนนซ์ไม่ผ่านนั่นก็คือ มีประวัติการค้างค่างวดมาบ้าง เคยทำสัญญาการประนอมหนี้ไม่ว่าบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล หรือบางคนก็มีภาระหนี้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนค่อนข้างสูงเกินกว่ารายได้ หรือคุณสมบัติของรถยนต์นั้นอาจจะไม่เข้าข่ายที่อยู่ในเกณฑ์ให้นำมารีไฟแนนซ์ได้ เช่น รถดัดแปลง รถที่มีแต่ง เป็นต้น ทำให้หลายสถาบันการเงินหรือลิสซิ่งบางแห่งมองแล้วเห็นว่า หากอนุมัติไปคงทำให้กลายเป็นหนี้สูญหรือมีความเสี่ยงมากในการปล่อยกู้ ฉะนั้นใครก็ตามที่กำลังวางแผนที่จะรีไฟแนนซ์รถ ขอแนะนำเลยว่าให้กลับมาเช็คคุณสมบัติของตัวเองเลยว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะไม่อนุมัติ หากมีภาระหนี้เยอะ หรือมีประวัติไม่ดี ก็จะได้หาทางแก้ไข เช่น ขอกู้ร่วม หรือจะใช้ชื่อบุคคลมากู้แทน หรือจะเริ่มสร้างประวัติทางการเงินที่ดี เป็นต้น และวันนี้ iMoney ก็มีสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถที่อนุมัติง่ายมากๆ ไม่เช็คแบล็คลิสต์ ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร ทำให้มีโอกาสสูงมากเลยในการอนุมัติ ว่าแต่จะมีสินเชื่อของลิสซิ่งไหนบ้างนั้น มาติดตามอ่านกันเลยค่ะ

สินเชื่อรีรีไฟแนนซ์รถไม่ผ่าน จากธนาคารต่างๆ ที่น่าสนใจ

ลีสซิ่ง

จุดเด่น เงื่อนไขการกู้ ดอกเบี้ย
กรุงไทย ออโตลีส จำกัด กู้ง่าย อนุมัติเร็ว พร้อมรับเงินภายใน 3 ชั่วโมง และยังไม่เช็คแบล็คลิสต์ ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร รถยนต์ที่นำมารีไฟแนนซ์ได้จะต้องเป็นรถญี่ปุ่น ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี

ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 6 ต่อปี หรือสูงสุดไม่เกินร้อยละ 18 ต่อปี

สินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ปล่อยวงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน สมัครง่าย อนุมัติไว รับเงินได้ทันที และผ่อนจ่ายได้นานถึง 84 เดือน สมัครได้ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ที่มีอายุตั้งแต่ 20 – 65 ปี และจะต้องอยู่ในประเทศไทย

ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 3.18 ต่อปี หรือสูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี

สินเชื่อรีรีไฟแนนซ์รถไม่ผ่าน จากธนาคารต่างๆ ที่น่าสนใจ-รีไฟแนนซ์รถไมผ่าน-iMoney

credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์รถไม่ผ่าน กับ กรุงไทย ออโตลีส จำกัด

กรุงไทย ออโตลีส เป็นบริษัทลิสซิ่งที่ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นบริการสินเชื่อรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการจำนำทะเบียนรถยนต์ หรือใครที่อยากจะรีไฟแนนซ์รถยนต์ก็สมัครได้เลย ไม่ยุ่งยากเอกสารในการสมัครเลย ไปยื่นรีไฟแนนซ์ที่อื่นไม่ผ่าน รับรองมาที่กรุงไทยออโตลีส ผ่านอย่างแน่นอน เพราะที่นี้ไม่ไม่เช็คแบล็คลิสต์ ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร แม้ว่าที่ผ่านมามีประวัติการจ่ายไม่ดี ก็สมัครได้เช่นกัน

จุดเด่นสินเชื่อของกรุงไทย ออโตลีส จำกัด

  • ง่ายในการสมัครเรื่องของเอกสาร
  • อนุมัติด่วน พร้อมรับเงินภายใน 3 ชั่วโมง
  • ไม่เช็คแบล็คลิสต์ ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร
  • ขอรีไฟแนนซ์รถแล้วยังมีรถขับเหมือนเดิม

อัตราดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์ของกรุงไทย ออโตลีส จำกัด

  • อัตราดอกเบี้ยนั้นจะขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของรถยนต์ที่นำมารีไฟแนนซ์ กับระยะเวลาในการเลือกผ่อนจ่าย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะเริ่มต้นตั้งแต่ร้อยละ 6 – 18 ต่อปี

ระยะเวลาการผ่อนจ่ายในการรีไฟแนนซ์รถ

  • สำหรับระยะเวลาในการผ่อนจ่ายนั้น กรุงไทย ออโตลีส ให้คุณสามารถผ่อนจ่ายได้แบบสบายๆ นานสูงสุดถึง 72 เดือน หรือ 6 ปี

คุณสมบัติของผู้ที่สนใจอยากรีไฟแนนซ์รถกับกรุงไทย ออโตลีส จำกัด

  • สมัครได้ทุกอาชีพโดยไม่จำกัด
  • ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าบ้าน
  • จะต้องมีผู้ค้ำประกัน โดยสามารถเลือกใครมาค้ำประกันก็ได้ ที่อยู่ในบ้านเดียวกัน แต่ยกเว้น ทหาร ตำรวจ ทนายความ
  • ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือรับรองเงินเดือน
  • ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีสมุดหน้าธนาคารเงินฝากย้อนหลัง

เงื่อนไขรถยนต์ที่สามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้

  • รถยนต์ที่สามารถนำมาขอรีไฟแนนซ์กับ กรุงไทย ออโตลีส ได้นั้นจะต้องเป็นรถตลาดที่เป็นรถญี่ปุ่น หากเป็นรถเก๋ง หรือรถกระบะ จะต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี แต่ถ้าเป็นรถบรรทุก จะต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 8 ปี

 เอกสารประกอบในการสมัครรีไฟแนนซ์รถ

  • สำเนาบัตรประชาชนพร้อมสำเนาทะเบียนของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
  • เล่มทะเบียนรถยนต์ หรือสำเนาเล่มทะเบียนรถยนต์
  • คู่สัญญาเช่าซื้อกับไฟแนนซ์เก่า
  • ใบแจ้งหนี้ของไฟแนนซ์เก่าเดือนล่าสุด
  • ใบเสร็จที่จ่ายเงินค่างวดของไฟแนนซ์เก่า เดือนล่าสุด
  • หน้าสมุดบัญชีธนาคาร สำหรับให้ทางกรุงไทยออโตลีสทำการโอนเงินหลังได้รับอนุมัติ
  • รูปถ่ายรถยนต์ที่ต้องการนำมารีไฟแนนซ์ ให้ถ่ายรูปมาทั้งด้านหน้า หลัง ข้าง และภายในรถยนต์

ช่องทางการชำระเงินค่างวด

การจ่ายเงินค่างวดสามารถจ่ายได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะจ่ายเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกรุงเทพ หรือจะจ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ จ่ายที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา หรือจะจ่ายผ่านจุดชำระเงินของเทสโก้โลตัสทั่วประเทศ

ช่องทางการสมัครในการรีไฟแนนซ์รถกับกรุงไทย ออโตลีส จำกัด

สำหรับใครที่ข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรไปสอบถามได้ที่ 080-808-6240, 081-350-3419,081-268-4662 หรือใครที่ต้องการสมัครก็เลือกสมัครทางออนไลน์ได้เลย ง่าย สะดวก รวดเร็ว คลิกที่นี่

รีไฟแนนซ์รถไม่ผ่าน - สินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช-รีไฟแนนซ์รถไมผ่าน-iMoney

credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์รถไม่ผ่าน – สินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช จาก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช สินเชื่อสำหรับคนที่มีรถยนต์ ที่ต้องการใช้เงินสด เงินด่วน กู้ง่าย อนุมัติเร็ว พร้อมรับเงินได้ทันที สำหรับใครที่ไปรีไฟแนนซ์รถที่ไหนว่ายาก เลือกมาที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้เลย ที่ให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบเบาๆสบายๆ เริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 0.27 ต่อเดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.18 ต่อปี และสามารถผ่อนจ่ายค่างวดได้นานสูงสุงถึง 84 เดือนกันเลย เรียกได้ว่าระยะเวลาการผ่อนให้นานเหมือนซื้อรถยนต์ใหม่ป้ายแดงเลยก็ว่าได้ ข้อเสนอดีๆแบบนี้ลองมาดูรายละเอียดต่างๆกันเลยค่ะ

จุดเด่นของสินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช

  • รีไฟแนนซ์แล้วยังมีรถขับ
  • สมัครก็ง่าย อนุมัติก็รวดเร็วทันใจ
  • อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 0.27 ต่อเดือน
  • สามารถผ่อนจ่ายได้สบาย นานถึง 84 เดือน

อัตราดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์ของสินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช

  • การคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช จะคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ ซึ่งจะเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 0.27 ต่อเดือน หรือหากคิดเป็นรายปี ดอกเบี้ยก็จะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.18 – 15.00 ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสัญญาจะอยู่ที่ร้อยละ 7.2 – 27.69 ต่อปี

ระยะเวลาการผ่อนจ่ายในการรีไฟแนนซ์รถ

  • ธนาคารกรุงศรีใจดี สำหรับใครขอกู้สินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช นี้สามารถขอผ่อนจ่ายได้สบายเริ่มต้น 12 เดือนขึ้นไป หรือจะผ่อนนานสูงสุดถึง 84 เดือน

คุณสมบัติของผู้ที่สนใจอยากรีไฟแนนซ์รถกับสินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช

  • สมัครได้ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ
  • ผู้กู้จะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 – 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้กู้จะต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
  • ผู้กู้จะต้องมีอาชีพที่สามารถตรวจสอบได้
  • ผู้กู้จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 10,000 บาทขึ้นไป
  • ผู้กู้จะต้องมีรถยนต์เป็นของตัวเอง หรือตัวเองเป็นผู้ครอบครองรถยนต์

ประเภทของรถยนต์ที่สามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้

ผู้กู้จะต้องถือครองกรรมสิทธิ์อย่างน้อย 6 เดือน และผู้กู้จะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คนแรก ทั้งนี้ ในกรณีที่รีไฟแนนซ์จะต้องย้ายมาจากสถาบันการเงินเท่านั้น

เอกสารประกอบในการสมัครรีไฟแนนซ์รถ

ในส่วนของเอกสารการสมัครนั้นก็จะเป็นการเตรียมเอกสารทั่วไปเหมือนกับการขอสินเชื่อรถยนต์เลย ซึ่งการจัดเตรียมเอกสารประกอบการสมัครนั้น ธนาคารจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่มีรายได้ประจำ กับ กลุ่มคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ มีรายละเอียด ดังนี้

กรณีที่ผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้ประจำ จะต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้

  • บัตรประชาชน ใช้ทั้งตัวจริงและสำเนา จำนวน 2 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 2 ชุด
  • สลิปเงินเดือน (ล่าสุด) หรือหนังสือรับรองเงินเดือน สามารถย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 เดือน
  • สำนาหน้าสมุดบัญชี ที่มีชื่อ เลขที่บัญชี เพื่อให้ธนาคารโอนเข้าหลังอนุมัติ
  • สำเนาบัญชีเงินที่มีเงินเข้า-ออก ประจำทุกเดือน ใช้ย้อนหลัง 3 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน ใช้ย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี)
  • แผนที่คร่าวๆของที่อยู่ปัจจุบันและที่ทำงานปัจจุบัน
  • สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์

กรณีที่ผู้กู้เป็นนิติบุคคลหรือเจ้าของกิจการ จะต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชนพร้อมทะเบียนบ้าน ของผู้กู้ หรือผู้ที่มีอำนาจในการลงนามกรณีที่เป็นนิติบุคคล
  • สำเนาบัตรประชาชนพร้อมทะเบียนบ้าน ของผู้ค้ำประกันในการขอรีไฟแนนซ์
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลหรือใบกรมทะเบียนการค้า จำนวน 2 ชุด
  • สำเนา ภพ. 20
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมด
  • เอกสารที่แสดงถึงงบการเงินหรือสำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน ใช้ย้อนหลัง 3 เดือน
  • สำนาหน้าสมุดบัญชี ที่มีชื่อ เลขที่บัญชี เพื่อให้ธนาคารโอนเข้าหลังอนุมัติ
  • แผนที่ของที่อยู่ปัจจุบันและที่ตั้งกิจการ
  • สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์

ช่องทางการชำระเงินค่างวดของสินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช

สำหรับช่องทางการจ่ายเงินนั้น สามารถจ่ายได้หลากหลายช่องทาง ทั้งของที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเอง หรือจะจ่ายผ่านจุดชำระเงินต่างๆที่ให้บริการ ซึ่งอาจจะมีค่าธรรมเนียมในการจ่ายบิล ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละที่ มีรายละเอียด ดังนี้

  • ฟรีค่าธรรมเนียมการจ่ายบิล เลือกจ่ายผ่านทุกช่องทางของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดังนี้
    • จ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขาทั่วประเทศ
    • จ่ายเงินผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
    • จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ KMA (Mobile application)
    • จ่ายเงินโดยการหักบัญชีเงินฝากแบบอัตโนมัติ โดยจะต้องเป็นบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • เสียค่าธรรมเนียมในการจ่ายบิล หากจ่ายผ่านช่องทาง ดังนี้
    • จ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
    • จ่ายเงินผ่านตู้ ATM หรือ ระบบออนไลน์ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
    • จ่ายที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศ
    • จ่ายที่จุดจ่ายเงินที่ทำการไปรษณีย์ ที่มีเครื่องหมาย PAY AT POST
    • จ่ายที่จุดจ่ายเงินของเทสโก้โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ
    • จ่ายที่จุดรับจ่ายเงินของ Cen Pay

ช่องทางการสมัครสินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะสมัครหรือมีข้อสงสัยอยากจะสอบถามเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขาทั่วประเทศ หรือถ้าอยากจะโทรไปสอบถามก็สามารถโทรไปได้ที่เบอร์ 02-740-7400 หรืออยากจะสมัครแบบง่ายๆ ไม่ต้องเดินทางไปเอง ก็เลือกสมัครผ่านทางออนไลน์ คลิกที่นี่ 

เทคนิคการกู้รีไฟแนนซ์รถอย่างไรให้ผ่าน-รีไฟแนนซ์รถไมผ่าน-iMoney

credit : https://pixabay.com

เทคนิคการกู้รีไฟแนนซ์รถอย่างไรให้ผ่าน

นอกจากเราจะมาแนะนำสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถที่อนุมัติง่ายๆ ได้เงินเร็วแล้ว เรายังมีเทคนิคการยื่นกู้รีไฟแนนซ์รถยนต์อย่างไรให้ผ่านฉลุย ไม่มีสะดุด มาฝากกันด้วย หากนำเทคนิคที่เราได้แนะนำนี้ไปใช้รับรองได้เลยว่ายื่นรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนก็ผ่านอย่างแน่นอน งั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

ตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเอง

สิ่งที่สำคัญมากที่สุดเลย เพราะหลายคนที่ไม่ผ่านการขอสินเชื่อก็เพราะมีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขบ้าง หรือมีรายได้ไม่เข้าเกณฑ์ นอกจากนี้แล้วยังดูไปถึงเรื่องของประวัติการจ่ายเงินมีการค้างจ่ายไหม ติดแบล็คลิสต์ไหม หรือมีภาระหนี้สินที่เยอะเกินไปหรือเปล่า ฉะนั้นหากใครที่กำลังจะวางแผนขอสินเชื่อหรือรีไฟแนนซ์ก็ควรที่จะหันกลับมาเช็คคุณสมบัติของตัวเอง และถ้าในกรณีที่เช็คแล้วคิดว่าคุณสมบัติก็ตัวเองไม่ผ่านอย่างแน่นอนก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ สามารถหาช่องทางอื่นได้อีก เช่น เริ่มสร้างเครดิตที่ดีให้กับตัวเอง อย่างน้อยๆก็สักประมาณ 6 เดือน – 1 ปี หรือไม่ก็ใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้กู้แทน หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือหาคนมาค้ำประกัน หรือไม่ก็กู้ร่วมกับบุคคลอื่นไปเลย

ตรวจสอบคุณสมบัติของรถยนต์ที่นำมารีไฟแนนซ์

ข้อนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้ารถยนต์ที่นำมารีไฟแนนซ์นั้นไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ลีสซิ่งกำหนด ก็ไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้เช่นกัน เพราะโดยส่วนใหญ่สถาบันการเงินหรือลีสซิ่งจะพิจารณาอายุการใช้งานของรถยนต์มากสุดก็ไม่เกิน 20 ปี (ตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง)

เห็นไหมว่าการขอรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย ซึ่งต้องบอกเลยว่าแม้ว่าใครที่ประวัติค้างค่างวด หรือรถใกล้จะถูกยึด ก็ยังสามารถขอรีไฟแนนซ์ได้เลย อย่างไรก็ตามแม้ว่าการขอรีไฟแนนซ์รถยนต์จะไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ก็ควรที่จะต้องเตรียมให้พร้อม เพราะนอกจากจะตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมความสามารถในการผ่อนจ่ายของตัวเองด้วยว่าสามารถจ่ายไหวไหม และสำหรับใครที่สนใจอยากจะรีไฟแนนซ์รถก็อย่าลืมหาข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับสินเชื่อ โดยที่เพื่อนสามารถเข้ามาดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ iMoney.in.th เราได้รวบรวมทั้งสินเชื่อรถยนต์ใหม่ป้ายแดง สินเชื่อรถมือสอง สินเชื่อรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงสินเชื่อที่เกี่ยวกับรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่มีทั้งจากสถาบันการเงินและลีสซิ่งต่างๆ นอกจากนี้แล้วหากใครที่สนใจเรื่องเกี่ยวการเงินก็อย่าลืมติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ iMoney เราจะคอยมาอัพเดทข้อมูลที่เกี่ยวกับการผ่านทางเว็บไซต์ได้เลยค่ะ สุดท้ายฝากกด Like กด Share กันเยอะๆด้วยนะคะ เพื่อกำลังใจให้กับพวกเราทุกคน สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ

]]>
รีไฟแนนซ์บ้านทิสโก้ – รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยทำให้มีเงินเหลือใช้ จ่ายดอกเบี้ยก็ถูก ขอกู้เงินเพิ่มได้อีก https://imoney.in.th/refinance-home-with-tisco/ Thu, 31 Oct 2019 12:20:03 +0000 http://imoney.in.th/?p=13046 รีไฟแนนซ์บ้านทิสโก้ – รีไฟแนนซ์บ้านดีอย่างไร บางคนอาจจะตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมหลายคนที่ผ่อนบ้านมาสักระยะหนึ่งแล้วเลือกที่จะรีไฟแนนซ์เพราะอะไร หรือเพียงแค่ว่าต้องการใช้เงินก้อนเท่านั้น ก่อนอื่นเลยใครที่สนใจเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การรีไฟแนนซ์บ้านนั้นจะช่วยทำให้ลดดอกเบี้ยจากที่จ่ายแพงก็ทำให้จ่ายค่าดอกเบี้ยถูกลง ยอดเงินที่ผ่อนก็ลดลง ช่วยยืดระยะการผ่อนได้นานขึ้น เพราะจากสัญญาเดิมให้ผ่อน 30 ปี แล้วผ่อนไปแล้ว เมื่อย้ายมารีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ ก็มีระยะเวลาการผ่อนได้อีก 30 ปี นอกจากนี้แล้วการรีไฟแนนซ์ยังช่วยทำให้ขอกู้เงินเพิ่มเติมได้อีก เพราะถ้าเปรียบเทียบดอกเบี้ยระหว่างรีไฟแนนซ์บ้านกับดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล ค่อนข้างแตกต่างกันมาก จากที่เราได้กล่าวมานั้นอาจจะทำให้ใครหลายคนเริ่มสนใจที่อยากจะรีไฟแนนซ์บ้านกันบ้างแล้ว เพราะไม่อยากมานั่งจ่ายดอกเบี้ยที่แพง แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าแม้ว่ารีไฟแนนซ์จะมีข้อดีมากมาย ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย เพราะข้อเสียก็คือ จะทำให้คุณเป็นหนี้นานขึ้น และถ้ารีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดก็ต้องจ่ายค่าปรับให้กับธนาคารเดิมอีก จากบทความหลายครั้งเราก็ได้เคยรวบรวมผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์ของสถาบันการเงินต่างๆไว้ที่ iMoney มากมาย และวันนี้เราจะคุณมาทำความรู้จักกับ สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน กับ ธนาคารทิสโก้ ไว้ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน จะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารทิสโก้ อัพเดทล่าสุด 2563

ชื่อสินเชื่อ

จุดเด่น เงื่อนไขการกู้ ประเภทของสินเชื่อ ดอกเบี้ย
สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

 

วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ อิสระในการจ่าย ขอเบิกเงินเกินมาใช้ได้อีก และผ่อนจ่ายได้นานสบาย 30 ปี ผู้สมัครจะต้องมีอายุ 21 – 60 ปี ถ้าพนักงานประจำ จะต้องมีอายุการทำงาน 1 ปีขึ้นไป แต่ถ้าทำธุรกิจส่วนตัว จะต้องทำธุรกิจมากกว่า 3 ปีขึ้นไป บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ อาคารพาณิชย์ ตึกแถว และคอนโดมิเนียม

อัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

 

รีไฟแนนซ์บ้านทิสโก้ อัพเดทล่าสุด 2562-รีไฟแนนซ์บ้านทิสโก้-iMoney

credit : https://pixabay.com

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารทิสโก้ ที่เปิดโอกาสให้สำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้านต้องเจอกับดอกเบี้ยที่แพง เพียงแค่ย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านเราธนาคาร ก็จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้มากเกือบหนึ่งจากเดิมเลย ทำให้มีเงินไว้ใช้จ่ายหมุนเวียนมากขึ้น ให้วงเงินกู้แบบเต็มจำหนวนยอดหนี้เดิมเลย พ่วงด้วยวงเงินเพิ่มเติมในกรณีที่ต้องการใช้เงินสด และที่สำคัญอยากจะโปะหนี้เมื่อไรก็สามารถทำได้เลย จ่ายค่างวดมากกว่าที่กำหนด เดือนไหนมีงบมากก็จ่ายมาก เดือนเงินช็อตก็เบิกเงินส่วนที่เคยจ่ายเคยไปได้อีกด้วย ยิ่งมากคืนมากเท่าไรดอกเบี้ยก็ยิ่งลดมากเท่านั้น และทั้งหมดนี้ธนาคารให้คุณผ่อนจ่ายแบบสบายนานสูงสุด 30 ปี ส่วนรายละเอียดอื่นๆจะน่าสนใจแค่ไหน และถ้าสนใจอยากจะย้ายมารีไฟแนนซ์บ้างต้องทำไงนั้น มาติดตามอ่านกันเลยค่ะ

จุดเด่นของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

  • ช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่จ่ายแพง
  • ฟรีค่าธรรมเนียมในการจัดการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน
  • อนุมัติเงินกู้เพื่อรีไฟแนนซ์สูงถึง 95% ราคาประเมิน
  • จ่ายค่างวดน้อยๆ ผ่อนสบาย ได้นานสูงสุดถึง 30 ปี
  • มอบอิสระในการจ่ายคืนได้ตามที่ต้องการ มีมากจ่ายมาก
  • สามารถเบิกถอนเงินสดในส่วนที่เคยจ่ายมากกว่าที่กำหนดได้ตลอดเวลา

วงเงินการอนุมัติของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

การปล่อยเงินกู้เพื่อให้ไปรีไฟแนนซ์บ้านกับสถาบันการเงินอื่นนั้น ธนาคารให้วงเงินสูงสุด 95% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ ซึ่งวงเงินปล่อยกู้ขั้นต่ำจะอยู่ที่ 700,000 บาท และถ้าต้องการเงินไว้ใช้จ่ายเพิ่มเติมก็สามารถขอกู้สินเชื่ออเนกประสงค์เพิ่มเติมได้อีกด้วย

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

อัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด โดยดอกเบี้ยในการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นจะอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยของลูกค้าชั้นดี ประเภทสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (MHR) = 6.911 ต่อปี

ระยะเวลาการผ่อนของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

ธนาคารจะให้ผ่อนจ่ายได้อย่างสบาย นานสูงสุด 30 ปี แต่เมื่อรวมกับอายุของผู้สมัครแล้วจะต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปี

ใครบ้างที่สามารถยื่นขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

  • บุคคลธรรมดาทั่วไปที่มีสัญชาติไทย
  • ผู้สมัครจะต้องมีอายุตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ดังนี้
    • กรณีที่ทำงานประจำ มีรายได้ประจำ ผู้สมัครจะต้องมีอายุตั้งแต่ 21 – 55 ปี
    • กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้สมัครจะต้องมีอายุตั้งแต่ 21 – 60 ปี
  • อายุของการทำงาน จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ดังนี้
    • กรณีที่ทำงานประจำ มีรายได้ประจำ จะต้องมีอายุงานกับที่ทำงานปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 1 ปี
    • กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ จะต้องประกอบกิจการมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปีขึ้นไป
  • สามารถขอกู้ร่วมได้ แต่คนที่จะกู้ร่วมนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ

เงื่อนไขของหลักประกันในการขอรีไฟแนนซ์บ้าน

  • ธนาคารจะรับรีไฟแนนซ์เฉพาะ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม โดยหลักประกันเหล่านี้จะต้องเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น
  • ธนาคารจะรับเฉพาะหลักประกันที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ, จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี, จังหวัดสมุทรปราการ, จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครปฐม เท่านั้น

เอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน-รีไฟแนนซ์บ้านทิสโก้-iMoney

credit : https://pixabay.com

สำหรับใครที่สนใจอยากจะสมัครต้องเตรียมเอกสารตามที่ธนาคารกำหนดเพื่อเตรียมให้พร้อม ซึ่งเอกสารการสมัครนั้น ธนาคารจะแบ่งแยกไว้ว่าสำหรับคนที่มีรายได้ประจำ จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ส่วนคนที่เป็นเจ้าของกิจการจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง มาดูรายละเอียดกันเลย

เอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

กรณีที่ผู้สมัครเป็นมนุษย์เงินเดือน มีรายได้ประจำ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร
  • หากผู้สมัครมีคู่สมรสให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส
  • หากผู้สมัครมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
  • สลิปเงินเดือน หรือ หนังสือรับรองเงินเดือน ให้ใช้เอกสารย้อนหลัง 3 – 6 เดือนนับจากเดือนที่สมัคร
  • หลักฐานหนังสือรับรองการหักภาษี (ใบ 50 ทวิ / ภ.ง.ด .90)
  • สมุดบัญชีเงินฝากที่มีเงินเดือนเข้า จะต้องย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดที่ชื่อ เลขที่บัญชี ของผู้สมัคร
  • หากมีบัญชีเงินฝากอื่นๆ หรือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ ก็ให้แนบเพิ่มเติมมาด้วย

กรณีที่ผู้สมัครเป็นเจ้าของกิจการ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครหรือผู้ที่มีอำนาจในการลงนาม
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครหรือผู้ที่มีอำนาจในการลงนาม
  • หากผู้สมัครมีคู่สมรสให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส
  • หากผู้สมัครมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
  • เอกสารหลักฐานการจดทะเบียนของกิจการ ซึ่งเอกสารจะประกอบไปด้วย
    • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    • ใบจดทะเบียนการค้า
    • ใบทะเบียนพาณิชย์
    • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมด
    • รายงานสรุปงบการเงิน ให้ย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี
    • เอกสารหลักฐานใบหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ ใบ ภ.ง.ด. หรือ ใบ ภ.พ. 30 ให้ย้อนหลัง 6 เดือน
    • สมุดบัญชีเงินฝากที่มีเงินหมุนเวียน จะต้องแนบมาทั้งของบัญชีของกิจการที่ดำเนินการ และบัญชีส่วนตัวของผู้สมัคร
    • กรณีที่มีทรัพย์สินอื่นๆ เช่น บัญชีเงินฝาก หนังสือที่แสดงถึงกรรมสิทธิ์ ให้แนบเอกสารมาด้วย

นอกจากเอกสารส่วนตัวที่จะต้องใช้ประกอบการยื่นสมัครสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านแล้ว ยังจะต้องใช้เอกสารด้านหลักประกันที่มาขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารด้วย ซึ่งเอกสารด้านหลักประกัน จะประกอบไปด้วย

  • สำเนาเอกสารที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์ เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนากรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียม
  • สำเนาสัญญาที่มีการซื้อขายที่ดิน หรือ คอนโดมิเนียม
  • สำเนาสัญญาเงินกู้ที่มีอยู่กับสถาบันการเงินเดิม
  • สำเนาหนังสือสัญญาที่มีการจดจำนองที่ดิน
  • หลักฐานการจ่ายเงินในการผ่อนบ้านกับสถาบันการเงินเดิม เช่น ใบเสร็จจะต้องเป็นเดือนล่าสุด

ค่าธรรมเนียมต่างๆที่จะต้องจ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน

  • ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดจำนอง จะจ่ายไม่เกิน 1% ของมูลค่าจำนอง หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
  • ถูกเรียกเก็บค่าอากรแสตมป์ ในการทำสัญญารีไฟแนนซ์บ้าน จะจ่ายอยู่ที่ 0.05% ของวงเงินกู้หรือสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
  • ถูกเรียกเก็บค่าสำรวจและการประเมินหลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์ โดยอัตราจะเป็นไปตามบริษัทที่มาประเมิน
  • จ่ายค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย โดยอัตราที่จะต้องจะอยู่ที่ประมาณ 0.11 – 8% ของทุนประกันภัยที่เลือกทำประกันภัย
  • หากปิดหนี้ก่อนที่ธนาคารกำหนด หรือก่อน 3 ปี จะต้องเสียค่าปรับ 3% ของยอดหนี้คงค้างตามสัญญาที่เหลืออยู่

ทั้งนี้ สินเชื่อเกือบทุกประเภทจะต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งคุณจะต้องมีเงินสำรองไว้ส่วนหนึ่ง และก่อนที่จะตัดสินใจรีไฟแนนซ์ก็ให้ประเมินดูด้วยว่าค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียเท่าไร และเมื่อบวกลบคูณหารกับดอกเบี้ยที่ได้รับ ว่ามันคุ้มค่ากับการรีไฟแนนซ์หรือไม่

สิทธิประโยชน์พิเศษที่ได้รับ

  • ฟรีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการจัดการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

ช่องทางการสมัครสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

  • หากมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน หรือใครที่สนใจอยากจะสมัครรีไฟแนนซ์บ้าน ให้เข้าไปติดต่อได้ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือจะสมัครผ่านทางออนไลน์

จริงอยู่ว่าการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นสามารถช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของเราไปได้มาก และบางคนเลือกที่จะรีไฟแนนซ์บ้านไปเรื่อยๆ พอผ่อนครบ 3 ปี ก็ย้ายรีไฟแนนซ์บ้านไปยังธนาคารใหม่ เพื่อต้องการลดภาระดอกเบี้ย เพราะนอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยทำให้หนี้หมดเร็วอีกด้วย และถ้าคุณต้องการข้อมูลเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านของสถาบันการเงินต่างๆ เข้ามาดูข้อมูลได้ที่ iMoney.in.th ได้เลยค่ะ ส่วนใครที่สนใจเรื่องราวที่เกี่ยวกับการเงิน หรือมีวางแผนการจะซื้อบ้าน ซื้อรถ ยังเลือกไม่ถูกว่าขอสินเชื่อจากที่ไหนดีนั้น ก็เข้ามาหาข้อมูลเปรียบเทียบจุดเด่น ดอกเบี้ย เงื่อนไขต่างๆได้ที่เว็บไซต์นี้เหมือนกันค่ะ และถ้าเพื่อนๆชื่นชอบบทความนี้ หรืออยากจะส่งต่อให้กับเพื่อนๆคนอื่นก็กด Like กด Share ได้เลย และวันนี้พวกเราขอลาไปหาเรื่องราวดีมาเขียนใหม่ในครั้งหน้า อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากธนาคารทิสโก้ https://www.tisco.co.th/th/personal/loan/refinance-home-loan.html#register

]]>
รีไฟแนนซ์บ้านสแตนดาร์ด – รีไฟแนนซ์บ้านกับสแตนดาร์ดรับข้อเสนอดีๆ มากมาย ดอกเบี้ยสุดพิเศษ ดูได้ที่ iMoney https://imoney.in.th/refinance-home-with-standard-chartered/ Thu, 31 Oct 2019 12:12:27 +0000 http://imoney.in.th/?p=13044 รีไฟแนนซ์บ้านสแตนดาร์ด – ความฝันของใครหลายคนที่อยากทำงานเหน็ดเหนื่อยก็เพื่อที่จะมีบ้านสักหลัง ต่อสู้จนสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้องประสบกับปัญหาทางการเงิน รายจ่ายมากกว่ารายได้ ไหนจะค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าจิปาถะต่างๆ เงินเหลือใช้ในแต่ละเดือนแทบไม่มี บางคนก็หาเงินด้วยการไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อผ่อนบ้านบ้าง นานวันเข้าก็เริ่มชักไม่ไหว เพราะดอกเบี้ยบ้านก็สูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งหมดช่วงโปรโมชั่นด้วยแล้ว ทั้งดอกเบี้ยแพง จ่ายค่าผ่อนมากกว่าเดิม เชื่อว่าหลายคนที่กำลังผ่อนบ้านจะต้องประสบพบเจอกับปัญหาเหล่านี้ นับว่าเป็นเรื่องธรรมดามากเลย ด้วยเงื่อนไขของสินเชื่อบ้านก็มักจะเป็นแบบนี้แทบทุกธนาคารที่มักจะให้ส่วนลดดอกเบี้ยต่ำๆแค่ในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นดอกเบี้ยก็จะปรับลอยตัวสูงขึ้นทันที จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยการ “รีไฟแนนซ์บ้าน” กับสถาบันการเงินใหม่ เพราะการรีไฟแนนซ์ถือว่าเป็นวิธียอดฮิตสำหรับคนผ่อนบ้าน ที่ต้องการดอกเบี้ยถูก ผ่อนยอดต่ำๆ แถมมีเงินก้อนไว้ใช้จ่ายหมุนเวียน  แต่ปัจจุบันธนาคารก็มีการแข่งขันจัดโปรโมชั่นมากมาย ที่ทำให้ยากต่อการตัดสินใจว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี ธนาคารโน้นก็ดี ธนาคารนี้ก็ดี ซึ่งวันนี้เราก็มีอีกหนึ่งธนาคารที่น่าสนใจมาก มาให้คุณได้เป็นตัวเลือกในการรีไฟแนนซ์บ้านนั่นก็คือ รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ชื่อนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นกันสักเท่าไร แต่รับรองได้เลยโปรโมชั่นที่จัดมาให้ไม่แพ้กับธนาคารอื่นเลย งั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด อัพเดทล่าสุด 2563

ชื่อสินเชื่อ

จุดเด่น ประเภทของสินเชื่อ ดอกเบี้ย
สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์

 

สมัครง่ายไม่ยุ่งยาก รับโปรโมชั่นมากมาย ทั้งฟรีค่าจดจำนอง ค่าธรรมเนียมอื่นๆ และสมัครผ่านออนไลน์รับเงินคืนสูงสุด 75,000 บาท บ้านและ คอนโดมิเนียม เฉพาะเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น

ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 4.48 ต่อปี

รีไฟแนนซ์บ้านสแตนดาร์ด อัพเดทล่าสุด 2562-รีไฟแนนซ์บ้านสแตนดาร์ด-iMoney

credit : https://pixabay.com

สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์

หลายคนต้องประสบกับปัญหาการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยหลังช่วงหมดโปรโมชั่น ต้องถามตัวเองแล้วว่า จะทนจ่ายดอกเบี้ยแพงไปทำไม จะดีกว่าไหมถ้ามีวิธีที่จะช่วยทำให้จ่ายดอกเบี้ยได้ถูกลง นำเงินส่วนต่างที่เหลือมาไว้ใช้จ่าย หรือนำไปต่อยอดให้สร้างเป็นผลกำไรกลับมา งั้นใครที่ผ่อนบ้านมา 3 ปีแล้ว ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เลือกย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดสิค่ะ ที่จะทำให้คุณได้รับดอกเบี้ยต่ำพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นฟรีค่าจดจำนองและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จะเกิดขึ้นในการรีไฟแนนซ์ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีโอกาสรับเงินคืนสูงสุดถึง 75,000 บาทอีกด้วย งานนี้มีแต่ได้กับได้อย่างเดียวเลย และโปรโมชั่นสุดพิเศษที่ไม่เหมือนใครก็คือ ธนาคารคิดดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สินเชื่อดีๆแบบนี้ไม่ควรพลาด อยากรู้รายละเอียด เงื่อนไขการสมัคร ต้องดูเลยค่ะ

จุดเด่นของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • สมัครง่ายไม่ยุ่งยากเอกสาร
  • ยื่นสมัครรีไฟแนนซ์ได้ทุกอาชีพ
  • ดอกเบี้ยต่ำ เริ่มต้น 0% นาน 3 เดือน
  • พร้อมรับสิทธิประโยชน์ ฟรีค่าจดจำนอง
  • สุดพิเศษรับคืนสูงสุดอยู่ที่ 75,000 บาท

วงเงินในการอนุมัติของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

สำหรับวงเงินกู้นั้นธนาคารจะให้ตามราคาที่ประเมินจากหลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์ ซึ่งธนาคารจะให้วงเงินกู้ขั้นต่ำอยู่ที่ 500,000 บาท และจะให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50,000,000 บาท

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

สำหรับอัตราดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรก ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 4.48 ต่อปี นอกจากนี้แล้วธนาคารยังจัดโปรโมชั่นให้ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือนอีกด้วย และหลังจาก 3 ปีไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ย MHR (Minimum Housing Rate) ของธนาคาร

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับหากสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

ช่วงนี้ธนาคารจัดโปรโมชั่นให้สำหรับใครที่เลือกสมัครรีไฟแนนซ์บ้านผ่านทางออนไลน์ จะได้รับเงินคืน 1,500 บาท ต่อวงเงินกู้ 1,000,000 บาท ซึ่งธนาคารจะจ่ายให้สูงสุด 75,000 บาท โปรโมชั่นดีๆแบบนี้ไม่ควรพลาด ทั้งนี้ โปรโมชั่นนี้ก็จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด หากสนใจก็ลองสอบถามได้ที่ธนาคารก่อนสมัครก็ได้ค่ะ

หลักประกันที่สามารถนำมายื่นสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ได้

  • ธนาคารจะรับรีไฟแนนซ์เฉพาะบ้านพร้อมที่ดินเพื่ออยู่อาศัย หรือคอนโดมิเนียมเท่านั้น

หลักประกันที่ไม่สามารถนำมายื่นสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • หลักประกันที่มีโครงสร้างจากการก่ออิฐถือปูน
  • หลักประกันที่มีการสร้างด้วยไม้ หรือจะบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้
  • หลักประกันที่มีสำหรับเชิงพาณิชย์ก็ไม่สามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้

เอกสารที่จะต้องเตรียมเพื่อยื่นสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

เอกสารการสมัครนั้นก็จะเหมือนกับการเตรียมเอกสารการยื่นขอสินเชื่อทั่วไป ซึ่งก็จะแบ่งไปตามอาชีพ ประเภทของผู้สมัคร ใครที่มีอาชีพอะไรเข้าข่ายหลักเกณฑ์ไหน ก็ให้เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่แจ้ง เพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติสินเชื่อ ลองมาดูกันสิว่ามีเอกสารอะไรบ้างที่จะต้องเตรียมยื่นสมัคร

กรณีที่ผู้สมัครมีรายได้ประจำ (พนักงานบริษัท/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหิจ)

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ที่ยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน
  • หากมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ให้แนบสำเนาการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล มาด้วย
  • หากผู้สมัครมีคู่สมรส จะต้องแนบสำเนาใบทะเบียนสมรส
  • หากผู้สมัครมีการหย่าร้างกับคู่สมรส ให้แนบสำเนาใบหย่า
  • หากคู่สมรสของผู้สมัครเสียชีวิต ให้แนบใบมรณบัตร
  • สลิปเงินเดือน ใช้ได้ทั้งที่เป็นกระดาษคาร์บอนในตัว หรือไม่ใช่กระดาษคาร์บอนในตัว ควรใช้เดือนล่าสุด หรือไม่เกิน 2 เดือน แต่ถ้าไม่มีสามารถใช้เป็นหนังสือรับรองเงินเดือน ให้ระบุ ฐานเงินเดือน ตำแหน่งงาน อายุการทำงาน
  • สำเนารายการเดินบัญชีเงินเดือน ให้ย้อนหลัง 6 เดือน
  • หน้า Book Bank ที่มีเลขที่บัญชี ชื่อ – นามสกุล ของผู้ยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน

ทั้งนี้ เอกสารทุกฉบับจะต้องเซ็นชื่อพร้อมสำเนาทุกต้องมาให้ครบถ้วนทุกแผ่น และถ้าในกรณีที่มีการกู้ร่วมจะต้องแนบเอกสารของผู้ที่กู้ร่วมกับคุณมาด้วยเช่นกัน

กรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน หรือผู้ที่มีอำนาจลงนาม
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ที่ยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน หรือผู้ที่มีอำนาจลงนาม
  • กรณีที่เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ให้แนบเอกสารการเปลี่ยนที่ทางราชการออกให้
  • กรณีผู้สมัครแต่งงานแล้ว ให้แนบสำเนาใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  • กรณีผู้สมัครเลิกรากับคู่สมรส ให้แนบสำเนาใบหย่า (ถ้ามี)
  • กรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต ให้แนบใบมรณบัตร (ถ้ามี)
  • สำเนาหนังสือจดทะเบียนบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด จะต้องคัดไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมด
  • สำเนารายการเดินบัญชีเงินเดือน ให้ย้อนหลัง 6 เดือน จะต้องใช้ทั้งของกิจการและบัญชีส่วนตัวของผู้ยื่นรีไฟแนนซ์
  • หน้า Book Bank ที่มีเลขที่บัญชี ชื่อ – นามสกุล ของกิจการและผู้ยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน

ทั้งนี้ เอกสารทุกฉบับจะต้องเซ็นชื่อพร้อมสำเนาทุกต้องมาให้ครบถ้วนทุกแผ่น และถ้าเป็นเอกสารของบริษัทจะต้องให้ผู้มีอำนาจเซ็นชื่อพร้อมประทับตราบริษัทมาด้วย

เอกสารด้านหลักประกันในกรณีที่ยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน

  • สำเนาใบเสร็จรับเงินที่จ่ายค่างวดบ้านให้กับสถาบันการเงินเดิม จะต้องใช้เอกสารย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาสัญญากู้เงินและสำเนาสัญญากรณีที่จำนองบ้านหรือคอนโดมิเนียม

ช่องทางการสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • สำหรับใครที่สนใจอยากจะสมัครก็สามารถสมัครได้ที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดทุกสาขาทั่วประเทศ หรือจะเลือกสมัครผ่านทางออนไลน์

แหละนี้ก็คือข้อมูลสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซึ่งต้องบอกว่าเลยว่ามีความน่าสนใจเป็นมากเลย แต่การรีไฟแนนซ์บ้านนั้นไม่ใช่พิจารณาเพียงแค่ธนาคารเดียวแล้วจะตัดสินใจเลือกรีไฟแนนซ์บ้านได้เลยนะคะ ถ้าต้องการที่จะลดภาระดอกเบี้ย มองหาสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างดีและคุ้มค่ามากที่สุดนั้น ควรที่จะต้องเปรียบเทียบข้อมูลสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านหลากหลายธนาคาร เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง โดยที่คุณสามารถเข้ามาดูข้อมูลเปรียบเทียบการรีไฟแนนซ์บ้านว่าที่ไหนให้ดอกเบี้ยต่ำสุด ผ่อนได้นาน แถมให้วงเงินกู้เพิ่มเติมนั้น ทุกคำถามเหล่านี้ที่เว็บไซต์ iMoney.in.th มีคำตอบให้อย่างแน่นอน นอกจากเหนือจากสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านแล้ว iMoney ยังมีสินเชื่ออื่นๆที่น่าสนใจสำหรับใครที่ต้องการจะซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ หรือต้องการใช้เงินสด เงินด่วน ก็เข้ามาหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เลย พวกเราทีมงานได้คัดสรรสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำของเมืองไทยรวมไว้ที่นี่ที่เดียว ที่จบทุกปัญหาเรื่องการเงิน สุดท้ายฝากช่วยกด Like กด Share กันเยอะๆนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด www.sc.com

]]>
รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเกียรตินาคิน – อนุมัติยากไหม มีขั้นตอนอะไรบ้าง อยากสมัครต้องทำไง กับ iMoney https://imoney.in.th/refinance-home-with-kiatnakin-bank/ Thu, 31 Oct 2019 12:06:29 +0000 http://imoney.in.th/?p=13042 รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเกียรตินาคิน การรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การขอกู้เงินจากสถาบันเงินแห่งใหม่มาโปะหนี้เก่ากับสถาบันการเงินเดิม หรือที่เรียกกันว่า ย้ายหนี้จากที่เดิมไปอยู่ที่ใหม่ โดยที่จะต้องนำบ้านหลังเดิมมาค้ำประกันในการขอสินเชื่อ ซึ่งการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นส่วนใหญ่แล้วจะทำหลังจากผ่อนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี ด้วยเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าใครที่จะรีไฟแนนซ์บ้านนั้นจะต้องผ่อนมาแล้ว 3 ปี หากรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับ และสาเหตุที่ทำให้คนที่กำลังมีผ่อนบ้านเลือกที่จะรีไฟแนนซ์บ้านก็เพราะอัตราดอกเบี้ยดอกเบี้ยเริ่มปรับเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้มีภาระผ่อนเพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาทางการเงิน ฉะนั้นการเลือกที่จะรีไฟแนนซ์บ้าน จึงอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้ลดภาระดอกเบี้ย ผ่อนจ่ายค่าบ้านน้อยลง มีเงินเหลือใช้มาหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้มีสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านให้เลือกมากมายหลากหลายสถาบันการเงิน แต่ละแห่งก็มีข้อดีที่แตกต่างกันไป ซึ่งวันนี้เราจะมีสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารเกียรตินาคินมาฝากกัน ที่พร้อมกับโปรโมชั่นดีๆ ที่ฟรีค่าจดจำนอง และฟรีค่าธรรมเนียมสินเชื่อ และพร้อมให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 50 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ สนใจรายละเอียดอยากจะสมัครลองมาดูเงื่อนไขต่างๆของการสมัครสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกันเลยค่ะ

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารเกียรตินาคิน อัพเดทล่าสุด 2563

ชื่อสินเชื่อ

จุดเด่น เงื่อนไขการกู้ ประเภทของสินเชื่อ ดอกเบี้ย
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

 

กู้ง่าย อนุมัติไวเพียงแค่ 3 วันรู้ผล พร้อมฟรีค่าจดจำนอง ฟรีค่าประเมินหลักทรัพย์ ให้วงเงินกู้สูง ผ่อนจ่ายได้นาน 30 ปี สมัครได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป จะต้องมีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน และจะต้องไม่มีประวัติการค้างชำระ หรือมีประวัติทางคดีทางอาญาและแพ่ง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์เพื่อการอยู่อาศัย คอนโดมิเนียม

ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 2.89 ต่อปี

รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเกียรตินาคิน อัพเดทล่าสุด 2562-รีไฟแนนซ์บ้านเกียรตินาคิน-iMoney

credit : https://pixabay.com

สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ที่ตอบโจทย์สำหรับใครที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ที่จะช่วยทำให้จ่ายดอกเบี้ยได้ถูกลง จ่ายค่างวดรายเดือนได้ถูกลง มีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายมากขึ้น ย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคิน การรีไฟแนนซ์บ้านนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นบ้านเสมอไป อาจจะเป็น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์เพื่อการอยู่อาศัย คอนโดมิเนียม หลักประกันเหล่านี้สามารถนำมารีไฟแนนซ์กับธนาคารได้หมดเลย ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นดีๆ ที่ทั้งลด ทั้งแถม โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าจดจำนองและค่าประเมินหลักประกัน ทำให้ช่วยประหยัดเงินในส่วนนี้ได้มากเลย งั้นเรามาดูรายละเอียดต่างๆของสินเชื่อนี้กันเลยค่ะ

จุดเด่นของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • รู้ผลอนุมัติภายใน 3 วัน
  • ให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100%
  • จ่ายน้อย ผ่อนสบาย นานสูงสุด 30 ปี
  • ยืดหยุ่นด้วยการให้กู้ร่วมกันได้มากถึง 4 คน
  • ฟรีค่าจดจำนองและค่าประเมินหลักประกัน

วงเงินการอนุมัติสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • ธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน โดยที่วงเงินกู้ในการรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารจะให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

          อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารจัดโปรโมชั่นส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งดอกเบี้ยจะเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 2.89 ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ฉะนั้นหากสนใจอยากรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคาร แนะนำให้เข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ได้เลย

 ทั้งนี้ หากคุณเลือกทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อไปพร้อมกับการขอสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ คุณจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยในช่วงปีแรกของสัญญา แต่ถ้าคุณไม่อยากทำประกันชีวิตธนาคารก็จะไม่บังคับ แต่ต้องบอกว่าที่แม้ว่าการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อนี้จะไม่เห็นประโยชน์ในตอนนี้ แต่รับรองเลยว่ามันอาจจะมีประโยชน์ในยามที่คุณจำเป็น เพราะถ้าในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด อย่างเช่น เสียชีวิต ประกันก็จะได้จ่ายหนี้ให้กับธนาคารและบ้านที่คุณกำลังผ่อนอยู่นั้นก็จะตกเป็นผู้มีรับมรดก

ระยะเวลาการผ่อนของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

          การผ่อนจ่ายค่างวดสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ธนาคารจะให้ผ่อนได้แบบสบายๆ นานสูงสุดถึง 30 ปี ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานเหมือนกับการขอสินเชื่อบ้านใหม่เลยค่ะ

เงื่อนไขในการขอยื่นสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • หลักประกันเดิมจะต้องผ่อนอยู่กับสถาบันการเงินทั่น้น
  • ภาระหนี้สินบ้านที่คงค้างกับสถาบันการเงินเดิมจะต้องมียอดมากกว่า 500,000 บาทขึ้นไป
  • ที่ผ่านมาผู้สมัครสินเชื่อจะต้องมีประวัติการชำระกับสถาบันการเงินเดิมไม่ต่ำกว่า 12 เดือนขึ้นไป

หลักประกันประเภทไหนที่สามารถนำมาขอยื่นรีไฟแนนซ์บ้านได้

สำหรับใครอยากจะย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคินนั้น ก่อนอื่นเลยจะต้องรู้ว่าธนาคารรับหลักประกันอะไรบ้าง ซึ่งหลักประกันที่สามารถมาขอรีไฟแนนซ์ได้ก็คือ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์เพื่อการอยู่อาศัย คอนโดมิเนียม

หลักประกันประเภทไหนที่ไม่สามารถนำมาขอยื่นรีไฟแนนซ์บ้านได้

แน่นอนว่ามีหลักประกันที่สามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้ ก็ย่อมจะต้องมีหลักประกันที่ไม่สามารถนำมาขอรีไฟแนนซ์ได้ ฉะนั้นเรามาดูกันสิว่ามีหลักประกันอะไรบ้างที่ธนาคารไม่รับ

  • บ้านที่เป็นไม้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้ทั้งหลัง หรือว่าครึ่งหนึ่งเป็นตึกอีกหนึ่งเป็นไม้
  • ที่ดินเปล่าๆที่ไม่มีการก่อสร้างบ้าน
  • บ้านที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือสร้างแล้วแต่ยังไม่เสร็จ
  • หลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์จะต้องเพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น ไม่ใช่เชิงพาณิชย์
  • หลักประกันจะต้องไม่สภาพทรุดโทรมหรือเก่าจนเกินไป ซึ่งธนาคารจะทำการประเมิน หรือหลักประกันที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้น เว้นแต่ว่าหลักประกันนั้นยังคงมีสภาพที่ดีอยู่ก็จึงจะสามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้
  • หลักประกันที่มีการต่อเติมที่ผิดไปจากแบบ หรือไม่มีใบอนุญาตให้มีการต่อเดิม เว้นแต่ว่าการต่อเติมหลักประกันนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของหลักประกัน
  • หลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์จะต้องไม่เป็นการซื้อขายระหว่างพ่อ/แม่/พี่/น้อง
  • หลักประกันที่ยังอยู่ในโครงการที่มีอยู่หุ้นส่วนในบริษัท
  • หลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์จะต้องไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นที่ตาบอด
  • หลักประกันที่ไม่มีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของสิ่งปลูกสร้าง
  • หลักประกันที่เป็นการซื้อทรัพย์ NPA

ใครบ้างที่มีสิทธิ์ยื่นสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์-รีไฟแนนซ์บ้านเกียรตินาคิน-iMoney

credit : https://pixabay.com

ใครบ้างที่มีสิทธิ์ยื่นสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • ผู้สมัครจะต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา
  • ผู้สมัครจะต้องไม่มีประวัติในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน
  • สามารถยื่นขอรีไฟแนนซ์ได้ทั้งบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประจำหรือประกอบธุรกิจ โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
    • ผู้สมัครที่มีรายได้ประจำ (พนักงานบริษัท/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ) จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
      • มีสัญชาติไทย
      • อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
      • รายได้ต่อเดือนจะต้องไม่น้อยกว่า 15,000 บาท
      • มีอายุในการทำงานอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งสามารถนับรวมระยะเวลาการทำงานที่เดิมกับปัจจุบัน
    • ผู้สมัครที่เป็นเจ้าของกิจการ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
      • มีสัญชาติไทย
      • อายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป
      • รายได้หมุนเวียนต่อเดือนจะต้องไม่น้อยกว่า 15,000 บาท
      • ธุรกิจจะต้องเปิดดำเนินการมาแล้วอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป และปัจจุบันคงสภาพเปิดกิจการ
      • จะต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถตามที่ศาลได้ประกาศไว้
      • จะต้องมีการจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนพาณิชย์กับกระทรวงพาณิชย์

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

เอกสารที่คุณจะต้องเตรียมสำหรับการยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้านนั้น ธนาคารจะแย่งออกเป็นไปตามอาชีพ เพราะแต่ละอาชีพจะมีเอกสารบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเอกสารหลักๆแล้วก็จะแบ่งเอกสารออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของเอกสารส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน และเอกสารหลักประกัน มีรายละเอียดดังนี้

เอกสารส่วนบุคคล

  • บัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง จะต้องใช้สำเนาเอกสารจำนวน 2 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร โดยจะต้องถ่ายเอกสารหน้าแรกที่มีเลขที่บ้านและหน้าที่มีชื่อคุณ
  • เอกสารการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ถ้ามี)
  • เอกสารใบทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบมรณบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี)

เอกสารทางการเงิน

  • กรณีที่ผู้สมัครมีรายได้ประจำ จะต้องใช้เอกสารดังนี้
    • สลิปเงินเดือน (ล่าสุด) หรือถ้าไม่มีสามารถใช้เป็นหนังสือรับรองเงินเดือน ที่มีอายุไม่เกิน 2 เดือน
    • Statement บัญชีธนาคารที่มีเงินเดือนเข้าเป็นประจำทุกเดือน ย้อนหลัง 6 เดือน ให้นับจากเดือนที่สมัคร
  • กรณีที่ผู้สมัครเป็นเจ้าของกิจการ จะต้องใช้เอกสารดังนี้
    • Statement บัญชีธนาคารที่มีเงินของกิจการหมุนเวียน ย้อนหลัง 6 เดือน
    • Statement บัญชีธนาคารส่วนตัวของผู้ยื่นสมัครรีไฟแนนซ์ ย้อนหลัง 6 เดือน
    • แผนที่สถานที่ประกอบธุรกิจของผู้ที่ยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน
  • กรณีที่ผู้สมัครมีอาชีพอิสระ จะต้องใช้เอกสารดังนี้
    • Statement บัญชีธนาคารที่มีเงินหมุนเวียน ย้อนหลัง 6 เดือน
    • ใบ 50 ทวิ หรือ เอกสารหลักฐานการเสียภาษี (ถ้ามี)

เอกสารด้านหลักประกัน

  • สำเนาโฉนดหลักประกัน / สำเนาหนังสือที่แสดงถึงกรรมสิทธิ์ของคอนโดมิเนียม
  • สำเนาสัญญาซื้อขาย หรือสำเนาใบจองหลักประกัน
  • สำเนาสัญญาเงินกู้ หรือสำเนาการจำนองหลักประกัน
  • แผนที่ตั้งแบบคราวๆของหลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์

ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการีไฟแนนซ์บ้าน

  • ค่าธรรมเนียมในการสำรวจและค่าประเมินหลักประกัน
  • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย
  • ค่าอากรแสตมป์ จะต้องจ่ายอยู่ที่ 0.05% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ
  • ค่าจดจำนองหลักประกัน ให้จ่ายส่วนที่เกินจาก 100,00 บาท ให้กับกรมที่ดิน

ช่องทางการชำระเงินของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

สำหรับการจ่ายบิลค่างวด สามารถจ่ายได้หลากหลายช่องทางทั้งของธนาคารเกียรตินาคิน หรือจะผ่านช่องทางอื่นๆ ดังนี้

  • จ่ายผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารเกียรตินาคิน โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ
  • จ่ายผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารพาณชิย์อื่นๆ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 15 – 30 บาทต่อครั้ง
  • จ่ายผ่านจุดบริการชำระเงิน เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส / เทสโก้ โลตัส / บิ๊กซี เป็นต้น จะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 10 – 20 บาทต่อครั้ง
  • จ่ายบิลโดยให้หักเงินจากบัญชีเงินฝากของธนาคารต่างๆที่คุณมีบัญชีอยู่นั้น จะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 15 – 40 บาทต่อครั้ง

ช่องทางการสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • หากมีข้อสงสัยหรืออยากจะสอบถามรายละเอียดที่เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องการให้ธนาคารประเมินหลักประกันหรือคุณสมบัติเบื้องต้น ก็เข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ธนาคารเกียรตินาคินได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือถ้าใครที่อยากจะสมัครแต่ไม่สะดวกในการเดินทางก็สมัครผ่านทางออนไลน์ ก็สะดวก ง่าย รวดเร็ว สนใจสมัครคลิกเลย

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเกียรตินาคิน www.kiatnakin.co.th

]]>
รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารอิสลาม – ขอกู้รีไฟแนนซ์บ้านยากไหม มีขั้นตอนอะไรบ้าง มาดูกันกับ iMoney https://imoney.in.th/refinance-home-with-ibank/ Wed, 30 Oct 2019 14:41:54 +0000 http://imoney.in.th/?p=13037 รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารอิสลาม – รู้จักกันไหมกับธนาคารอิสลาม บางคนได้ยินชื่อแต่ไม่คุ้นหูกันสักเท่าไร หรือบางคนอาจจะรู้จักแต่คิดว่าธนาคารอิสลามจะให้บริการเฉพาะคนที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น ต้องบอกเลยว่าใครก็ได้ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรก็ได้สามารถใช้บริการต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นบริการฝากเงิน สินเชื่อบ้าน หรืออยากจะรีไฟแนนซ์บ้าน อยากจะรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ก็สามารถเข้ามาสมัครได้เลย ซึ่งวันนี้พวกเราทีมงาน iMoney ก็จะพามาทำความรู้จักกับ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่ครอบคลุมทุกความต้องการเรื่องบ้าน ไม่ว่าจะการขอกู้ซื้อบ้านใหม่จากโครงการต่างๆ หรือจะเป็นบ้านมือสอง หรือจะอยากกู้เงินเพื่อมาตกแต่ง ต่อเติมบ้าน และยังขอกู้เพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ย้ายจากสถาบันการเงินอื่นมายังธนาคารอิสลาม ก็ขอกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยนี้ได้เลย สินเชื่อเดียวที่ครบเครื่องเรื่องการเงินจริงๆเลยค่ะ และสินเชื่อบ้านของธนาคารอิสลามจะน่าสนใจแค่ไหน ถ้าอยากจะสมัครต้องทำยังไงบ้าง ใครที่มีสิทธิ์สมัครได้บ้างนั้น เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารอิสลาม อัพเดทล่าสุด 2563

ชื่อสินเชื่อ

จุดเด่น เงื่อนไขการกู้ ประเภทของสินเชื่อ ดอกเบี้ย
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

 

ครอบคลุมทุกความต้องการเรื่องบ้าน พร้อมให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 20 ล้านบาท และผ่อนจ่ายรายเดือนได้สบายๆนาน 35 ปี สมัครได้ทุกอาชีพ ที่มีอายุ 20 – 70 ปี ซึ่งจะต้องมีรายได้เริ่มตั้งแต่ 15,000 – 20,000 บาท (ตามเงื่อนไข) บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ อาคารพาณิชย์ ตึกแถว และคอนโดมิเนียม

อัตรากำไรเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 4.25 ต่อปี

รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารอิสลาม อัพเดทล่าสุด 2562-รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารอิสลาม -iMoney

credit : https://pixabay.com

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ของธนาคารอิสลาม สินเชื่อเดียวที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกความต้องการเรื่องบ้าน ไม่ว่าต้องการจะซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือต้องการงบมาก่อสร้างบ้าน ซ่อมแซ่มบ้าน หรือจะซื้อที่ดินเพื่อมาปลูกสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัย และสุดท้ายสินเชื่อนี้ยังขอกู้เพื่อไถ่ถอนบ้านจากสถาบันการเงินอื่นได้อีกด้วย หรือที่เรียกกันว่า “รีไฟแนนซ์บ้าน” นั่นเอง ที่พร้อมให้วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท มีระยะเวลาการผ่อนได้นานสูงสุดถึง 35 ปี ถือว่าเป็นระยะเวลาการผ่อนที่ยาวนานถ้าเทียบกับสินเชื่อรีไฟแนนซ์ของสถาบันการเงินอื่นเลย ซึ่งรายละเอียดที่เกี่ยวกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีอะไรบ้าง น่าสนใจแค่ไหน มาติดตามอ่านกันเลยค่ะ

จุดเด่นของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

  • ขอกู้ง่ายไม่ยุ่งยาก
  • ผ่อนจ่ายสบาย นาน 35 ปี
  • อนุมัติวงเงินกู้ได้สูงถึง 20 ล้านบาท

วงเงินการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกรณีรีไฟแนนซ์บ้าน

  • ธนาคารอิสลามมีวงเงินปล่อยกู้เริ่มต้นอยู่ที่ 300,000 บาท และให้กู้สูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท ซึ่งจะประเมินจากหลักประกันที่นำมายื่นขอรีไฟแนนซ์กับธนาคาร

หลักประกันที่สามารถนำมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารได้

  • สำหรับใครที่ต้องการย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารอิสลามนั้น จะต้องมีหลักประกัน ดังนี้ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้า ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ อาคารพาณิชย์ ตึกแถว และคอนโดมิเนียม

อัตรากำไรของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

อัตรากำไรการผ่อนจ่ายนั้น หลายคนอาจจะคงว่าคือไร จริงๆแล้วก็คือ อัตราดอกเบี้ย เหมือนกับสถาบันการเงินอื่นๆนั่นเอง แต่ด้วยที่ธนาคารอิสลามเขาจะเรียกกันว่า “อัตรากำไร” โดยธนาคารจะมีแค่ทางเลือกเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อหรือไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ โดยมีรายะเอียด ดังนี้

  • ในช่วงปีที่ 1 – 2 ธนาคารจะคิดอัตรากำไรอยู่ที่ร้อยละ 4.25 ต่อปี
  • ตั้งแต่เข้าสู่ปีที่ 3 เป็นต้นไป ธนาคารจะคิดอัตรากำไรอยู่ที่ร้อยละ SPRL – 00 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.75 ต่อปี

ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา (SPRL) = 7.75 ต่อปี

ระยะเวลาในการผ่อนจ่ายของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

  • สามารถเริ่มผ่อนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป โดยธนาคารจะให้ผ่อนสบายๆนานสูงสุดถึง 35 ปี

ค่าใช้จ่ายสำหรับการรีไฟแนนซ์ของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

  • ธนาคารจะเก็บค่าธรรมเนียมในการทำสัญญา ร้อยละ 0.05 ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ ขั้นต่ำจะเริ่มต้นอยู่ที่ 500 บาท และสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
  • ธนาคารจะเรียกเก็บค่าประเมินหลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์
  • ธนาคารจะเรียกเก็บค่าอากรแสตมป์
  • กรณีที่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ธนาคารก็จะเรียกเก็บในภายหลัง

ฉะนั้น ใครที่คิดจะรีไฟแนนซ์บ้านไม่ว่าจะย้ายไปสถาบันการเงินใดก็ตาม ควรที่จะต้องมีเงินสำรองไว้สำหรับใช้จ่าย เพราะบางสถาบันก็จะเรียกเก็บเลย

 ใครบ้างที่มีสิทธิ์ในการขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

  • สำหรับคนที่สัญชาติไทย
  • อายุของผู้ที่ยื่นรีไฟแนนซ์จะต้องเป็นไปตามอาชีพของผู้สมัคร ดังนี้
    • กรณีที่ทำงานประจำ มีรายได้ประจำทุกเดือน ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
      • สมัครได้ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 – 60 ปี
      • ต้องมีฐานเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท
      • ผู้สมัครจะต้องมีอายุการทำงานรวมแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี แต่ถ้าเป็นพนักงานที่มีสัญญาจ้างรายปีนั้น จะต้องมีสัญญาจ้างที่มีระยะเวลาเหลือไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือทำธุรกิจส่วนตัว หรือมีอาชีพเฉพาะทาง หรือมีอาชีพอิสระ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
      • สมัครได้ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 – 70 ปี
      • ต้องมีรายได้หมุนเวียนในแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท
      • สำหรับคนที่ประกอบธุรกิจจะต้องดำเนินกิจการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปีขึ้นไป และปัจจุบันยังคงสภาพดำเนินธุรกิจ

ช่องทางการสมัครสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

  • หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือใครที่สนใจอยากจะสมัครมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารอิสลาม ก็สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารอิสลามทุกสาขาทั่วประเทศ

เป็นยังไงกันบ้างกับข้อมูลสินเชื่อบ้านเพื่อการรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารอิสลาม หวังข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้สำหรับใครหลายคน และนอกจากสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารอิสลามแล้ว ในเว็บไซต์ iMoney.in.th ยังมีบทความที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับรีไฟแนนซ์ของหลากหลายสถาบันการเงิน เพื่อให้ใครที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านได้นำข้อมูลมาเปรียบเทียบ ทั้งอัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้ ระยะเวลาการผ่อน รวมไปถึงเงื่อนไขการขอรีไฟแนนซ์ เพราะการเปรียบเทียบข้อมูลนั้นจะช่วยทำให้ตัดสินใจและเลือกสถาบันการเงินที่ใช่สำหรับคุณ และสุดท้ายนี้ถ้าชื่นชอบบทความนี้และเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็สามารถกด Like ส่งกำลังใจแบบรัวๆมาให้กับพวกเราได้เลย หรือใครอยากส่งเรื่องราวดีๆไปให้กับเพื่อนคนอื่นๆก็สามารถกด Share กันเยอะๆเลย สำหรับวันนี้พวกเราขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับพวกเราทีมงาน iMoney สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารอิสลาม www.ibank.co.th

]]>
รีไฟแนนซ์บ้านกรุงเทพ – รีไฟแนนซ์บ้านลดดอกเบี้ย มีเงินเหลือใช้ในกระเป๋า ต้องทำไง ที่นี่มีคำตอบ https://imoney.in.th/refinance-home-with-bangkok-bank/ Wed, 30 Oct 2019 14:33:06 +0000 http://imoney.in.th/?p=13022 รีไฟแนนซ์บ้าน กรุงเทพ – หากเราพูดถึงการรีไฟแนนซ์ หลายคนน่าคุ้นหู้กันมาบ้าง ยิ่งสำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้าน เพราะการรีไฟแนนซ์นั้นเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ หลังจากที่ผ่อนบ้านมาสักพัก โปรโมชั่นที่เคยได้ตอนที่ขอสินเชื่อบ้านใหม่กำลังจะหมดลง ทำให้ต้องเผชิญกับดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ก็ทำให้ภาระในการผ่อนรายเดือนสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ในขณะรายรับของเรายังมีเท่าเดิม จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะรีไฟแนนซ์บ้าน ย้ายจากธนาคารเดิมมาธนาคารใหม่ เพื่อที่ได้ลดค่าใช้ในส่วนของดอกเบี้ยให้เหลือน้อยลง ยอดผ่อนของคุณก็จะลดน้อยลงไปตามด้วย อีกอย่างก็จะช่วยทำให้หนี้หมดเร็วขึ้นอีกด้วย แต่การที่จะคิดรีไฟแนนซ์บ้านอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน เพราะเลือกไม่ถูกตัดสินใจไม่ได้ว่าจะย้ายไปธนาคารไหน เนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูง สถาบันการเงินต่างๆก็จัดโปรโมชั่นมากมาย ทำให้การตัดสินใจเลือกเป็นไปได้ยากลำบาก แต่วันนี้เรามีสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น จากธนาคารกรุงเทพมาฝากกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กับธนาคารอื่นเลยค่ะ แต่จะตอบโจทย์ความต้องการของคุณหรือไม่นั้นต้องมาอ่านบทความนี้เลยค่ะ

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารกรุงเทพ อัพเดทล่าสุด 2563

ชื่อสินเชื่อ

จุดเด่น เงื่อนไขการกู้ ประเภทของสินเชื่อ ดอกเบี้ย
สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น กู้ได้เต็มจำนวนของหนี้ที่มี แถมยังกู้เงินเพิ่มเติมได้อีก มีดอกเบี้ยให้เลือกหลายหลาย จ่ายน้อย ผ่อนสบายนาน 30 ปี สมัครได้ทุกอาชีพตามเงื่อนไขของธนาคาร และผู้สมัครจะต้องมีประวัติการทางการเงินที่ดีในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม

ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 1.74 ต่อปี

รีไฟแนนซ์บ้าน กรุงเทพ อัพเดทล่าสุด 2562-รีไฟแนนซ์บ้าน กรุงเทพ -iMoney

credit : https://pixabay.com

สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ที่ไม่ว่าคุณจะกำลังผ่อนบ้านกับธนาคารอื่นอยู่ก็ตาม แต่ต้องการมองหาดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิมนั้น บอกเลยว่าย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่นของธนาคารกรุงเทพ รับรองได้เลยว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวงเงินที่อนุมัติก็ให้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมิน นอกจากวงเงินกู้ที่ให้เต็มจำนวนสามารถไปโปะหนี้เดิมได้แล้ว ยังขอกู้เพิ่มได้อีกด้วย ในส่วนของดอกเบี้ยก็เริ่มต้นเบาๆสบายๆ เพียงแค่ร้อยละ 1.74 ต่อปีเท่านั้น และสามารถผ่อนจ่ายได้นานสูงสุด 35 ปี ตามเงื่อนไขของธนาคารอีกด้วย งั้นเรามาดูกันสิว่าใครบ้างที่มีคุณสมบัติในการสมัคร และดอกเบี้ยของการรีไฟแนนซ์จะเป็นอย่างไร มาดูกันเลย

จุดเด่นของสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น

  • อนุมัติวงเงินกู้สูงเต็ม 100% ของราคาประเมิน
  • ผ่อนจ่ายค่างวดรายเดือนได้อย่างสบาย นาน 35 ปี
  • ฟรีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการขอยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน
  • อิสระในการเลือกผ่อนจ่ายค่างวดได้ทั้งแบบคงที่หรือแบบขั้นบันได

วงเงินการอนุมัติสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้าน

  • การอนุมัติวงเงินกู้สำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านนั้น ธนาคารจะประเมินหลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์ โดยจะให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100% ของภาระหนี้คงเหลือที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน และถ้าต้องการเงินเพิ่มเติมอีก เพื่อไว้สำหรับใช้จ่าย สามารถขอกู้วงเงินสินเชื่ออเนกประสงค์ได้อีกด้วยที่มีให้เลือกทั้งในรูปแบบเงินกู้หรือแบบโอดี สามารถเลือกได้ตามที่ต้องการเลย ซึ่งวงเงินกู้อเนกประสงค์นี้จะกู้ได้ไม่เกิน 10 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 2,000,000 บาท

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

สำหรับสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น ธนาคารกรุงเทพจะมีอัตราดอกเบี้ยให้เลือกด้วยกัน 2 ประเภท คือ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านบัวหลวง กับ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัวหลวงพูนผล และดอกเบี้ยทั้งสองนี้จะแตกต่างกันก็ตรงที่ว่าใครที่ต้องการกู้เงินเพื่อรีไฟแนนซ์บ้านอย่างเดียว คือกู้เงินเฉพาะเท่าที่เป็นหนี้ ก็จะเลือกเป็นดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านบ้วหลวง แต่ถ้าในกรณีที่ต้องการเงินกู้เพิ่มเติมด้วย เงินส่วนกู้เพิ่มนั้นจะต้องใช้เป็นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัวหลวงพูนผล นอกจากจะแยกประเภทของดอกเบี้ยแล้วธนาคารยังแยกประเภทของบ้านอีกด้วย รายละเอียดจะเป็นยังไง ลองมาดูกันเลยค่ะ

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านบัวหลวง จะแบ่งตามประเภทของหลักทรัพย์ที่นำมารีไฟแนนซ์ ดังนี้

กรณีที่หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยทั่วไป จะมีให้เลือกด้วยกัน 4 ทางเลือก ดังนี้

  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ทางเลือกที่ 1 (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 1 จะมีแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ทำประกันชีวิต กับ ไม่ทำประกันชีวิต
      • ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 1.74 ต่อปี
      • ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 1.99 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 2 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –3.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 3.375 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –1.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 4 – 5 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –1.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • สินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.375 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านอยู่ที่ร้อยละ 3.90 – 3.95 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ทางเลือกที่ 2 (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 1 จะมีแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ทำประกันชีวิต กับ ไม่ทำประกันชีวิต
      • ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี
      • ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.75 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 2 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.75 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –3.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 4 – 5 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –1.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • สินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.375 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านอยู่ที่ร้อยละ 3.94 – 4.00 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ทางเลือกที่ 3 (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 1 จะมีแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ทำประกันชีวิต กับ ไม่ทำประกันชีวิต
      • ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR –375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.50 ต่อปี
      • ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR –125 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.750 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 2 ดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR –125 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.750 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –3.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 4 – 5 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –1.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • สินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.375 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านอยู่ที่ร้อยละ 3.94 – 4.00 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ทางเลือกที่ 4 (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 1 จะมีแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ทำประกันชีวิต กับ ไม่ทำประกันชีวิต
      • ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.00 ต่อปี
      • ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.25 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 2 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.25 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –3.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 4 – 5 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –1.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • สินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.375 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านอยู่ที่ร้อยละ 4.15 – 4.20 ต่อปี

กรณีที่หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยกลุ่มโครงการของบริษัทมหาชนและบริษัทในเครือ จะมีให้เลือกด้วยกัน 4 ทางเลือก ดังนี้

  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ทางเลือกที่ 1 (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 1 จะมีแบ่งเป็น 2 กรณี คือ เลือกทำประกันชีวิตและไม่ทำประกันชีวิต
      • กรณีเลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 1.74 ต่อปี
      • กรณีที่ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 1.99 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 2 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –3.625 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 3.250 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.50 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 4 – 5 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.625 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.250 ต่อปี
    • สินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.75 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.125 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านอยู่ที่ร้อยละ 3.55 – 3.60 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ทางเลือกที่ 2 (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 1 จะมีแบ่งเป็น 2 กรณี คือ เลือกทำประกันชีวิตและไม่ทำประกันชีวิต
      • กรณีเลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.375 ต่อปี
      • กรณีที่ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.625 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 2 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.625 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.50 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 4 – 5 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.625 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.250 ต่อปี
    • สินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.75 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.125 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านอยู่ที่ร้อยละ 3.57 – 3.62 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ทางเลือกที่ 3 (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 1 จะมีแบ่งเป็น 2 กรณี คือ เลือกทำประกันชีวิตและไม่ทำประกันชีวิต
      • กรณีเลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยลอยตัวอยู่ที่ร้อยละ MRR –4.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.375 ต่อปี
      • กรณีที่ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยลอยตัวอยู่ที่ร้อยละ MRR –4.25 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.625 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 2 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –4.25 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.625 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.50 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 4 – 5 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.625 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.250 ต่อปี
    • สินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.75 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.125 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านอยู่ที่ร้อยละ 3.57 – 3.62 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ทางเลือกที่ 4 (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 1 จะมีแบ่งเป็น 2 กรณี คือ เลือกทำประกันชีวิตและไม่ทำประกันชีวิต
      • กรณีเลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.875 ต่อปี
      • กรณีที่ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.125 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 2 ดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 3.125 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 3 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.50 ต่อปี
    • สินเชื่อในช่วงปีที่ 4 – 5 ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.625 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.250 ต่อปี
    • สินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ MRR –2.75 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.125 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีตลอดทั้งสัญญารีไฟแนนซ์บ้านอยู่ที่ร้อยละ 3.77 – 3.82 ต่อปี

 ทั้งนี้ หากเลือกดอกเบี้ยทางเลือกที่ 4 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ก็คือ ฟรีค่าจดจำนอง

ดอกเบี้ยสินเชื่อบัวหลวงพูนผล-รีไฟแนนซ์บ้าน กรุงเทพ -iMoney

credit : https://pixabay.com

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัวหลวงพูนผล จะแบ่งตามประเภทของหลักทรัพย์ที่นำมารีไฟแนนซ์ ดังนี้

กรณีที่หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยทั่วไป จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยปกติ (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • กรณีที่เลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี อัตราเดียวตลอดอายุสัญญาของการรีไฟแนนซ์บ้าน
    • กรณีที่เลือกไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ
      • ดอกเบี้ยสินเชื่อในปีที่ 1 จะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.75 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.125 ต่อปี
      • ดอกเบี้ยสินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 1.50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 5.375 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยปกติ กรณีที่ไม่แสดงวัตถุประสงค์ (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
      • กรณีที่เลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR + 0.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 7.250 ต่อปี อัตราเดียวตลอดอายุสัญญาของการรีไฟแนนซ์บ้าน
      • กรณีที่เลือกไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ
        • ดอกเบี้ยสินเชื่อในปีที่ 1 จะอยู่ที่ร้อยละ MRR + 0.125 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 7.00 ต่อปี
        • ดอกเบี้ยสินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR + 0.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 7.250 ต่อปี

กรณีที่หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยกลุ่มโครงการของบริษัทมหาชนและบริษัทในเครือ จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยปกติ (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
    • กรณีที่เลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.50 ต่อปี อัตราเดียวตลอดอายุสัญญาของการรีไฟแนนซ์บ้าน
    • กรณีที่เลือกไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ
      • ดอกเบี้ยสินเชื่อในปีที่ 1 จะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.625 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.250 ต่อปี
      • ดอกเบี้ยสินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR – 2.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 4.50 ต่อปี
    • อัตราดอกเบี้ยปกติ กรณีที่ไม่แสดงวัตถุประสงค์ (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR = 6.875 ต่อปี)
      • กรณีที่เลือกทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR + 0.375 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 7.250 ต่อปี อัตราเดียวตลอดอายุสัญญาของการรีไฟแนนซ์บ้าน
      • กรณีที่เลือกไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ
        • ดอกเบี้ยสินเชื่อในปีที่ 1 จะอยู่ที่ร้อยละ MRR + 0.125 ต่อปี
        • ดอกเบี้ยสินเชื่อตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ MRR + 0.375 ต่อปี

ระยะเวลาในการผ่อนสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • การผ่อนจ่ายของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารจะให้คุณสามารถผ่อนจ่ายได้สบายนานสูงสุด 30 ปี แต่ถ้าเป็นพนักงานประจำจะสามารถผ่อนจ่ายได้นานสูงสุด 35 ปี และเมื่อรวมอายุกับระยะเวลาการผ่อนจะต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี ทั้งนี้ ในกรณีที่ถ้าขอกู้เงินเพิ่มเติมเอนกประสงค์ ถ้าเลือกอัตราดอกเบี้ยปกติ จะผ่อนจ่ายได้นานสูงสุด 10 ปี แต่ถ้าเลือกเป็นดอกเบี้ยปกติ กรณีที่ไม่แสดงวัตถุประสงค์ ธนาคารจะให้ผ่อนขั้นต่ำเริ่มต้นอยู่ที่ 3 ปีขึ้นไป แต่ผ่อนได้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี

คุณสมบัติของผู้สมัครรีไฟแนนซ์บ้าน

  • สมัครได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป
  • เมื่อรวมอายุกับระยะเวลาการผ่อนไม่เกินอายุ 65 ปี
  • ที่ผ่านมาจะต้องมีประวัติการจ่ายเงินที่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

สนใจสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • สำหรับใครที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการจะประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นสามารถเข้าไปติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขาทั่วประเทศ

แม้ว่าการรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่สูง ช่วยทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้หลายบาทก็จริงอยู่ แต่ก่อนที่รีไฟแนนซ์บ้านย้ายธนาคารไปยังธนาคารใหม่ ก็อย่าลืมไปตรวจสอบดูเงื่อนไขของสัญญาเดิมด้วย ว่าถ้าต้องการรีไฟแนนซ์จะสามารถทำได้กี่ปี ไม่งั้นถ้ารีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับ ซึ่งอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย นอกจากนี้แล้ว ก็ต้องอย่าลืมว่าดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ของธนาคารต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วก็จะต้องอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย MRR ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา ณ วันนี้ดอกเบี้ยอาจจะถูก แต่พอผ่านไป 2 – 3 ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น ก็ส่งผลทำให้ดอกเบี้ยสินเชื่อของคุณเพิ่มตามไปด้วย สำหรับใครที่อยากจะมองหาสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรีไฟแนนซ์บ้านกสิกร TMB UOB กรุงศรีอยุธยา ธอส. ธนชาต CIMB กรุงไทย อิสลาม และธนาคารออมสิน เป็นต้น ข้อมูลของธนาคารเหล่านี้สามารถมาดูเปรียบเทียบกันได้ที่เว็บไซต์ iMoney.in.th ที่ตอบโจทย์ทุกเรื่องเกี่ยวกับสินเชื่อการเงินทุกรูปแบบให้กับคุณได้อย่างแน่นอน หากชื่นชอบอยากรู้เรื่องที่เกี่ยวกับการเงินก็อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ หรือ Facebook iMoney ได้เลยค่ะ สำหรับวันนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ และพบกันใหม่ในบทความครั้งหน้าที่ยังคงมีเรื่องราวๆดีที่เกี่ยวกับการเงินมาฝากกันอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารกรุงเทพ  www.bangkokbank.com

]]>
รีไฟแนนซ์บ้านกสิกรไทย – ลดภาระดอกเบี้ย ย้ายมารีไฟแนนซ์กับกสิกรไทย ดอกเบี้ยสุดคุ้ม มาดูกัน https://imoney.in.th/refinance-home-with-kasikorn-bank/ Wed, 30 Oct 2019 14:25:17 +0000 http://imoney.in.th/?p=13020 รีไฟแนนซ์บ้าน กสิกรไทย – บางคนเคยตั้งคำถามว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านไปทำไม แล้วถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้านระหว่างธนาคารเดิมกับธนาคารใหม่แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ซึ่งอันนี้ก็ต้องบอกว่าความคุ้มค่าของการรีไฟแนนซ์อยู่ที่ว่าวัตถุประสงค์ของคุณคืออะไร สำหรับบางคนที่ต้องการรีไฟแนนซ์เพราะอยากได้เงินก้อนมาไว้ใช้จ่าย ไม่อยากจะไปกู้เงินจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะดอกเบี้ยค่อนข้างสูง แต่อีกบางกลุ่มที่รีไฟแนนซ์บ้าน ก็เพื่อที่ต้องการหาดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิม จะได้ช่วยทำให้ผ่อนบ้านหมดได้เร็วขึ้น แม้ว่าการรีไฟแนนซ์ในช่วงแรกจะยุ่งยากในการหาข้อมูล ติดต่อสอบถาม เดินเรื่องเอกสารทั้งกับธนาคารเดิม ธนาคารใหม่ แล้วไหนยังจะต้องไปกรมที่ดินอีก อาจจะทำให้รู้สึกว่าเหนื่อย แต่ถ้าการรีไฟแนนซ์จะช่วยทำให้คุณประหยัดเงินได้เป็นหลักหมื่นมันก็คุ้มค่าที่จะเหนื่อยใช่ไหมคะ ส่วนถ้าถามว่ารีไฟแนนซ์ธนาคารเดิมได้ไหม ตอบได้เลยว่าได้ค่ะ แต่อาจจะได้รับส่วนลดหรือโปรโมชั่นไม่แรงเท่ากับธนาคารใหม่ ถ้าวันนี้ใครที่ยังลังเลว่าจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านดีไหม วันนี้เรามีสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ของธนาคารกสิกรไทยมาฝากกัน เพื่อที่จะได้ลองดูว่าดอกเบี้ยสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านกับดอกเบี้ยที่คุณจ่ายอยู่แบบไหนจ่ายแพงกว่า และสินเชื่อนี้จะมีความน่าสนใจแค่ไหน มาดูกันเลยค่ะ

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารกสิกรไทย อัพเดทล่าสุด 2563

ชื่อสินเชื่อ

จุดเด่น เงื่อนไขการกู้ ประเภทของสินเชื่อ ดอกเบี้ย
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

 

ขอสินเชื่อได้ง่าย อนุมัติไวเพียง 3 วัน ให้วงเงินกู้สูง 95% และผ่อนจ่ายได้นาน 30 ปี สมัครได้ทุกอาชีพ ที่มีอายุตั้งแต่ 20 – 70 ปี ซึ่งจะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม

ดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ร้อยละ 3.65 ต่อปี

รีไฟแนนซ์บ้าน กสิกรไทย อัพเดทล่าสุด 2562-รีไฟแนนซ์บ้าน กสิกรไทย -iMoney

 

credit : https://pixabay.com

สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

เหนื่อยไหมกับที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่แพงขึ้นทุกวัน เงินในแต่ละเดือนก็ไม่พอใช้ เพราะต้องแบกรับภาระค่าผ่อนบ้านที่สูงขึ้น จะดีกว่าไหมถ้ามีวิธีที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ลดน้อยลง มีเงินเหลือใช้มากเพิ่มขึ้น ลองย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกสิกรไทยดูสิค่ะ ที่ตอนนี้กำลังจัดโปรโมชั่นให้เริ่มต้นผ่อนเพียงแค่เดือนละ 3,300 บาทต่อวงเงิน 1,000,000 บาทเท่านั้น ธนาคารยังให้กู้เพิ่มเติมจากยอดคงค้างจากสถาบันการเงินเดิมได้อีกด้วย นอกจากจะมีเงินไปโปะหนี้เก่าแล้ว ได้ดอกเบี้ยถูก ผ่อนน้อย แล้วยังจะมีเงินเหลือใช้อีกด้วย ซึ่งธนาคารจะให้คุณได้ผ่อนกันแบบยาวๆสบายๆ นานสูงสุด 30 ปี เรียกได้ว่าหายใจหายคอได้สะดวกมากยิ่งขึ้น สนใจลองมาดูรายละเอียด เงื่อนไขในการสมัคร รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับในกรณีถ้าย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกสิกรไทย มาดูกันค่ะ

จุดเด่นของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • ขอกู้ง่าย บ้ายผ่อนไม่หมดก็กู้ได้
  • อนุมัติรวดเร็วทันใจ เพียงแค่ 3 วันรู้ผล
  • ให้วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน
  • มีวงเงินกู้เพิ่มเติมที่นอกเหนือจากยอดหนี้เดิม
  • เริ่มต้นจ่ายเพียงแค่เดือนละ 3,300 บาท ต่อเงิน 1 ล้านบาท

วงเงินอนุมัติของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

การอนุมัติวงเงินกู้เพื่อการรีไฟแนนซ์บ้านจากสถาบันการเงินเดิม ซึ่งถ้าบ้านที่อยู่อาศัยมีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ธนาคารจะให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 95% ของราคาประเมินหลักประกัน แต่ถ้าบ้านที่อยู่อาศัยมีราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ธนาคารจะให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาประเมินหลักประกัน

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

         ในส่วนของดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ของธนาคารกสิกรไทยนั้น จะให้เลือกเองได้เลยว่าต้องการดอกเบี้ยแบบไหน ต้องการจะทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อด้วยหรือไม่ เพราะถ้าเลือกทำประกันชีวิต ดอกเบี้ยก็จะถูกกว่านั่นเอง มาดูอัตราดอกเบี้ยระหว่างทำประกันชีวิตกับไม่ทำประกันชีวิตกันค่ะ      

 กรณีที่ขอรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ

  • ดอกเบี้ย 3 ปีแรกของสัญญารีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยจะคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.65 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปของสัญญารีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยจะลอยตัวอยู่ที่ร้อยละ MRR -1.50 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาของการรีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ที่ร้อยละ 4.73 ต่อปี

กรณีที่ขอรีไฟแนนซ์บ้านแต่ไม่ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ หรือว่าทำประกันชีวิตแต่นอกเหนือเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด      

  • ดอกเบี้ย 3 ปีแรกของสัญญารีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยจะคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปของสัญญารีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยจะลอยตัวอยู่ที่ร้อยละ MRR -1.50 ต่อปี
  • ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาของการรีไฟแนนซ์บ้านจะอยู่ที่ร้อยละ 4.77 ต่อปี

จากอัตราดอกเบี้ยที่เห็นระหว่างการทำประกันชีวิตกับไม่ทำประกันชีวิตของธนาคารกสิกรไทยบอกได้เลยว่า อัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ข้อดีของการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อบ้านนั้น เผื่อว่ามีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับคุณ ทำให้ไม่สามารถผ่อนได้ บ้านที่กำลังอยู่นั้นก็จะไม่ต้องตกเป็นภาระของลูกหรือคนในครอบครัว ทำให้มีบ้านเป็นของตัวเองอีกด้วย

ประเภทของหลักทรัพย์ที่สามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้

หลักทรัพย์ที่สามารถนำมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกสิกรไทยได้นั้นก็มี บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียมหรือห้องชุด ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้าน

คุณสมบัติของผู้สมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • ผู้สมัครจะต้องมีสัญชาติไทย
  • สมัครขอรีไฟแนนซ์บ้านได้ทุกอาชีพ
  • ผู้สมัครจะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมอายุกับระยะเวลาการผ่อนจะต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปี
  • ผู้สมัครจะต้องรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป
  • สำหรับคนที่มีรายได้ประจำ จะต้องมีอายุในการทำงานไม่น้อยกว่า 1 ปี สามารถนำอายุการทำงานที่เดิมกับที่ทำงานปัจจุบันมารวมกันได้ แต่ที่ทำงานปัจจุบันจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และจะต้องผ่านการทดลองงานแล้ว
  • สำหรับใครที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว จะต้องประกอบธุรกิจปัจจุบันมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • กรณีที่ต้องการกู้ร่วม สามารถกู้ร่วมได้ไม่เกิน 3 คน โดยผู้ที่กู้ร่วมนั้นจะต้องเป็นเครือญาติกันตามกฎหมาย เช่น พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา เป็นต้น

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการรีไฟแนนซ์บ้านจากที่อื่นมายังธนาคาร

การรีไฟแนนซ์จากธนาคารเดิมมายังธนาคารใหม่ย่อมจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่ตามมาในภายหลังหรือระหว่างการดำเนินการ ซึ่งถ้าเป็นในกรณีที่ย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกสิกรไทย จะมีค่าใช้จ่าย ดังนี้

  • ธนาคารจะเก็บค่าประเมินหลักทรัพย์ ประมาณ 3,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
  • ธนาคารจะเก็บค่าธรรมเนียมในการจดจำนอง จะอยู่ที่ 1% ของยอดเงินกู้ทั้งหมด แต่ก็จะไม่เกิน 200,000 บาท
  • ธนาคารจะเก็บค่าอากรแสตมป์ในการทำสัญญารีไฟแนนซ์ จะอยู่ที่ 0.05% ของยอกเงินกู้ทั้งหมด
  • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ซึ่งจะต้องเป็นตามเงื่อนไขในการทำประกันภัย
  • กรณีที่มีการปิดหนี้ก่อนกำหนด หรือก่อน 3 ปี จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% ของยอดหนี้คงเหลือ

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้บางธนาคารก็อาจจะมีโปรโมชั่นในการฟรีค่าประเมินหลักทรัพย์ หรือฟรีค่าจดจำนอง ฉะนั้นโปรโมชั่นเหล่านี้ก็มีความสำคัญในการตัดสินใจเลือกธนาคารที่จะมารีไฟแนนซ์บ้าน เพราะยิ่งธนาคารไหนมีโปรโมชั่นมาก เราก็ยิ่งได้รับประโยชน์มากเท่านั้น ก็จะทำให้การย้ายรีไฟแนนซ์ครั้งนี้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

เอกสารที่จะต้องใช้ในการยื่นขอสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

การยื่นสมัครสินเชื่อใดก็ตามสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเลยก็คือ เอกสารประกอบการสมัคร เพื่อจะเป็นสิ่งวัดได้ว่าธนาคารจะอนุมัติให้หรือไม่ ถ้ายื่นเอกสารไม่ครบถ้วนก็จะทำให้การอนุมัติล่าช้า หรือไม่ก็อาจจะไม่รับอนุมัติ ฉะนั้นใครที่คิดจะย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกสิกรไทย ควรจะต้องเตรียมเอกสารตามนี้เลยค่ะ

  • เอกสารทั่วไปที่ทุกอาชีพจะต้องยื่นเอกสาร
    • แบบฟอร์มการสมัครของสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์
    • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือสำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ (กรณีที่มีคนกู้ร่วมให้นำสำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ร่วมมาด้วย)
    • สำเนาทะเบียน ให้ถ่ายเอกสารมาให้ครบทุกหน้าของทะเบียน
    • กรณีที่เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ให้สำเนาเอกสารเปลี่ยนมาด้วย (กรณีที่มีคนกู้ร่วมให้นำสำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ร่วมมาด้วย)
    • กรณีที่สมรสแบบจดทะเบียนสมรส ให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส
    • กรณีที่สมรสแบบไม่จดทะเบียนสมรส ให้แนบหนังสือยืนยันสถานภาพการสมรส
    • กรณีที่หม้าย ให้แนบเอกสารใบหย่า หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นว่าเลิกรากัน
    • กรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต จะต้องแนบสำเนาใบมรณะบัตร
  • เอกสารด้านการเงิน (จะแบ่งไปตามอาชีพของผู้ยื่นรีไฟแนนซ์)
    • กรณีที่ผู้สมัครมีรายได้ประจำ (ทำงานเป็นพนักงานบริษัท/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ)
      • สลิปเงินเดือน (ล่าสุด) ย้อนหลัง 1 เดือน กรณีที่ไม่มีสามารถใช้เป็นหนังสือรับรองเงินเดือน ย้อนหลัง 3 เดือน หรือถ้ามีโบนัสให้แนบสลิปโบนัสมาด้วย
      • รายงานการเดินบัญชีเงินฝากที่มีเงินเดือนเข้า หรือ Statement ให้ใช้ย้อนหลังติดต่อกันนาน 6 เดือน
    • กรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว
      • รายงานการเดินบัญชีเงินฝากที่มีเงินในธุรกิจหมุนเวียน หรือ Statement ให้ใช้ย้อนหลังติดต่อกันนาน 6 เดือน ซึ่งจะต้องใช้ทั้งในนามบุคคลของผู้ที่ยื่นรีไฟแนนซ์บัญชีเงินฝากของกิจการ
      • เอกสารแสดงรายรับทางการเงินอื่นๆ เช่น งบการเงิน บัญชีรายรับ-รายจ่าย
    • กรณีที่เป็นกลุ่มข้าราชการบำนาญ
      • หนังสือสั่งจ่าย หรือ รายงานการเดินบัญชีเงินฝาก หรือ Statement ให้ใช้ย้อนหลังติดต่อกันนาน 6 เดือน
      • กรณีที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอทุกเดือน ให้แนวสำเนาใบ 50 ทวิ หรือ เอกสารที่แสดงให้เห็นถึงที่มาของรายได้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
    • กรณีที่ทำอาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์
      • รายงานการเดินบัญชีเงินฝาก หรือ Statement ให้ใช้ย้อนหลังติดต่อกันนาน 6 เดือน หรือ ใบ 50 ทวิ หรือ เอกสารที่แสดงให้เห็นถึงที่มาของรายได้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
      • กรณีที่มีเอกสารอื่นๆที่แสดงให้เห็นถึงที่มาของรายได้ให้แนบเอกสารดังกล่าวมาด้วย
    • เอกสารด้านหลักประกันในการรีไฟแนนซ์
      • สำเนาสัญญาเงินกู้สินเชื่อบ้านกับสถาบันการเงินเดิม
      • สำเนาใบเสร็จในการจ่ายค่างวดกับสถาบันการเงินเดิม (เดือนล่าสุดที่มีการจ่าย)

ช่องทางการสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

สำหรับใครที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจ หรือต้องการสมัครย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกสิกรไทยก็เข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทยได้ทุกสาขาที่ใกล้บ้านหรือสาขาที่สะดวกทั่วประเทศ นอกจากนี้แล้วยังสามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้เช่นกัน เพียงแค่กรอกข้อมูลตามที่กำหนด หลังจากนั้นรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ สนใจคลิกเลย

สำหรับใครที่กำลังจะวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน ก็แนะนำให้เริ่มจากหาข้อมูลที่เกี่ยวกับรีไฟแนนซ์บ้านจากหลายๆสถาบันการเงิน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลของแต่ละแห่งมาเปรียบเทียบทั้งในส่วนของอัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับ เงื่อนไขในการสมัคร แล้วคุณสมบัติว่าเรามีครบตามที่ต้องการหรือไม่ เพื่อที่จะได้เช็คว่ารีไฟแนนซ์บ้านไปแล้วจะเกิดความคุ้มค่าจริงๆ ซึ่งหากเพื่อนๆสามารถเข้ามาหาข้อมูลเปรียบเทียบสินเชื่อรีไฟแนนซ์ได้ในเว็บไซต์ของเราได้เลยกับ iMoney.in.th ที่มีครบแทบจะทุกธนาคารยอดนิยม และถ้าคิดจะรีไฟแนนซ์จริงๆก็ควรที่เริ่มวางแผน กลับไปดูรายละเอียดเงื่อนไขเดิมที่อยู่กับสถาบันการเงินเดิมว่าถ้าจะรีไฟแนนซ์นั้นจะต้องผ่อนมาแล้วกี่ปี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับ ถ้าใกล้จะครบกำหนดระยะเวลาแล้วก็สามารถยื่นสมัครรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ที่ต้องการเลยก็ได้ เพราะบางสถาบันการเงินอาจจะต้องใช้เวลาในการเดินเรื่อง บางสถาบันการเงินก็รวดเร็วทันใจ แต่ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆก็จะดีกว่าอย่างแน่นอน สำหรับวันนี้พวกเราต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในครั้งกับพวกเราทีมงาน iMoney สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆที่เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารกสิกรไทย www.kasikornbank.com

]]>