บทความ : ประกันสุขภาพคืออะไร? ต่างจากประกันอื่นอย่างไร? หาคำตอบได้ที่ iMoney.in.th By iMoney.in.th
Advertising :

 

Advertising:

ปัจจุบันบ้านเรามีระบบประกันสุขภาพถึง 3 กองทุนหลัก นั่นคือ กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงทำให้หลายๆคนมองข้ามการทำประกันสุขภาพไป เนื่องจากคิดว่าเป็นการซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ บางคนหนักกว่านั้น คือคิดว่าเป็นตัวเดียวกับการทำประกันชีวิตไปซะงั้น จึงทำให้ประโยชน์ดีๆของการประทำสุขภาพถูกเพิกเฉยไปอย่างน่าเสียดาย วันนี้ลองมาทำความรู้จักประกันสุขภาพกันหน่อยดีไหม ว่าตกลงคืออะไรกันแน่ แล้วมีประโยชน์อะไรบ้าง เชื่อค่ะว่าเมื่อรู้แล้วทุกคนต้องอยากทำประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ประกันสุขภาพ

 ความหมายของประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพหมายถึง การที่เราทำประกันเพื่อที่จะให้บริษัทจ่ายเงินทดแทน หรือการจ่ายค่าสินไหมให้กับเราเอาไว้ใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เช่น ค่ายา ค่าบริการ ค่าตรวจ ค่าห้อง ค่าอาหาร หรือค่าพักฟื้นทั้งจากโรคภัยหรืออุบัติเหตุก็ได้ทั้งนั้นค่ะ

ความแตกต่างของประกันชีวิตกับประกันสุขภาพ

มีคนจำนวนมากเหมือนกันนะคะที่เข้าใจว่าประกันชีวิตและประกันสุขภาพเหมือนกัน หรือเป็นตัวเดียวกันเลย ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เพราะการทำ “ประกันชีวิต” บริษัทประกันจะจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้จากการเสียชีวิตทุกกรณี หรือหากมีชีวิตอยู่ถึงระยะเวลาที่กำหนด ก็จ่ายเช่นกัน  ส่วน “ประกันสุขภาพ” เป็นแค่สัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อเพิ่มจากกรมธรรม์ประกันชีวิต พูดง่ายๆก็คือเสริมจากประกันตัวหลักของประกันชีวิตนั่นเอง ซึ่งจะให้ความคุ้มครองในค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง ค่าอาหาร ตลอดจนเงินชดเชยรายได้เนื่องจากการนอนพักรักษาพยาบาล โดยการพิจารณารับประกันของบริษัทประกันภัยจะขึ้นอยู่กับสุขภาพและอายุของเราเป็นหลักค่ะ

ตกลงทำประกันสุขภาพดีอย่างไร?

  1. ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นเรื่อยๆ แถมเวลาเป็นก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย โดยเฉพาะโรคร้ายๆที่มีค่ารักษาแพงๆ หลักประกันที่เรามีอยู่อาจไม่ครอบคลุมหรือไม่สามารถเลือกการรักษาที่ดีที่สุดได้ แต่เมื่อทำประกันสุขภาพก็จะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนให้เรา จึงไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาพยาบาลที่แพงอีกต่อไป
  2. การดำรงชีวิตในปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆได้ โดยเฉพาะ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดในสมองอุดตันไหนจะอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันอีก ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้ว ย่อมทำให้เราสูญเสียทั้งสภาพร่างกาย และค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนมาก หากเราทำประกันสุขภาพไว้ก็จะสามารถรองรับความเสี่ยงในส่วนนี้
  3. เกิดความอบอุ่นใจ สืบเนื่องมาจากข้อแรก เมื่อใดที่เราเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ว่าจะร้ายแรงเพียงใด เราจะกล้าที่จะไปรักษาในโรงพยาบาลดีๆแพงๆ เพราะยังไงเราก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
  4. ไม่สร้างภาระให้กับครอบครัว เพราะถึงเราจะเข้าโรงพยาบาล ค่ารักษาก็ไม่ต้องเสีย แถมบางประกันสุขภาพยังให้ค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาลและการพักที่บ้านอีกด้วย
  5. ป้องกันการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆลุกลามกลายเป็นโรคใหญ่โต ซึ่งที่เป็นแบบนี้เพราะหากไม่มีประกัน เวลาเราเป็นอะไรเล็กน้อยจะขี้เกียจไป ไม่อยากไป เพราะเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน แต่ถ้าทำประกันโรคเล็กน้อยแค่ไหนก็ไปหาหมอได้ เพราะยังไงก็ไม่เสียเงินอยู่แล้ว
  6. ประกันสุขภาพช่วยให้โรงพยาบาลสามารถรับการรักษาเราได้อย่างทันท่วงทีโดยหมดความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น โรงพยาบาลสบายใจ เราสบายใจ

ประกันสุขภาพมีข้อเสียด้วยหรือไม่?

ถ้าบอกว่าประกันสุขภาพไม่มีข้อเสียเลยคงไม่ใช่ ซึ่งข้อเสียหลักๆก็คือ มีค่าเบี้ยประกันค่อนข้างแพงและอาจไม่ครอบคลุมในบางโรค อีกทั้งเป็นการเสียเงินเพื่อความเสี่ยงทางสุขภาพในอนาคต ไม่มีการออมหรือสะสมทรัพย์ไว้ ถ้าไม่เป็นอะไรก็เหมือนเสียเงินฟรี

การทำประกันสุขภาพเสียเบี้ยประกันเท่ากันทุกคนหรือเปล่า?

การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพไม่ได้จ่ายเท่ากันทุกคน เพราะบริษัทประกันจะพิจารณาจากหลายอย่าง เช่น

  • อายุของผู้ทำประกัน หากมีอายุมากก็จะจ่ายมากกว่าผู้ทำประกันที่มีอายุน้อย เนื่องจากผู้มีอายุมักมีแนวโน้มการเกิดปัญหาสุขภาพมากกว่า
  • เพศของผู้ทำประกัน หากเป็นผู้หญิงจะจ่ายมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงมักใช้เวลาในการพักฟื้นมากกว่าผู้ชาย
  • สุขภาพของผู้ทำประกัน หากผู้ทำประกันมีประวัติสุขภาพไม่ดีแน่นอนต้องจ่ายมากกว่า ผู้มีประวัติสุขภาพดีอยู่แล้ว
  • อาชีพของผู้ทำประกัน สำหรับผู้ที่มีอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงก็จะต้องจ่ายมากกว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงน้อย โดยบริษัทประกันจะดูตามโอกาสความเสี่ยงที่จะได้รับจากการทำงาน
  • จำนวนบุคคลที่ได้รับผลประโยชน์ หากผู้รับประโยชน์มีจำนวนน้อย จะจ่ายมากกว่า ผู้รับประโยชน์ที่มีจำนวนมาก เนื่องจากผู้รับประโยชน์ยิ่งมากก็ยิ่งกระจายความเสี่ยงได้มากเช่นกัน

ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพมีกี่รูปแบบ?

ประกันสุขภาพแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ นั่นคือ การประกันสุขภาพแบบรายบุคคล ที่นิยมทำกันทั่วไป เพื่อที่จะให้บริษัทประกันคุ้มครองจ่ายค่ารักษาพยาบาลและชดเชยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดจากโรคภัย ไข้เจ็บ กับอีกแบบคือ การประกันสุขภาพแบบกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่หน่วยงาน บริษัทต่าง ๆ จะนิยมทำเพื่อเป็นสวัสดิการแก่พนักงาน และนอกจากนี้ยังแบ่งย่อยลงไปอีกเป็น การประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย ซึ่งวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลรูปแบบนี้จะแยกค่าใช้จ่ายเป็นรายการ ๆ ไป ไม่ได้เหมารวม เช่น ค่าแพทย์ ค่ายา ค่าผ่าตัด ค่าห้อง เป็นต้น กับประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย โดยรูปแบบนี้วงเงินจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบไม่แยกค่าใช้จ่ายเป็นรายการ ๆ แต่จะเหมารวมต่อครั้งตามวงเงินคุ้มครองที่กำหนดไว้

ความคุ้มครองของประกันสุขภาพมีอะไรบ้าง?

คุ้มครองหลักๆของประกันสุขภาพแบ่งออกได้ เป็น 7 หมวด คือ

  1. การรักษาตัวในโรงพยาบาล

จะให้ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยอยู่ในฐานะคนไข้ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง เนื่องจาก อุบัติเหตุ หรือป่วยไข้ โดยจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจาก

  • ค่าบริการทั่วไป
  • ค่าห้องและค่าอาหาร
  • ค่าใช้จ่ายกรณีมีการรักษาพยาบาลฉุกเฉินจากการบาดเจ็บภายใน 24 ชั่วโมง หลังการเกิดอุบัติเหตุ
  1. การรักษาพยาบาลโดยการผ่าตัด

จะให้ความคุ้มครองชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผ่าตัด และค่าปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัด

  1. การดูแลโดยแพทย์

จะให้ความคุ้มครองชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการให้แพทย์มาดูแลเรา

  1. การรักษาพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล

จะให้ความคุ้มครองชดเชยค่าใช้จ่าย สำหรับการรักษาที่คลีนิค หรือ แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล

  1. การคลอดบุตร

จะให้ความคุ้มครองชดเชยค่าใช้จ่าย ในระหว่างอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อการคลอดบุตร

  1. การรักษาฟันแบบจำกัด

จะให้ความคุ้มครองชดเชยค่าใช้จ่ายสำหรับค่ารักษาพยาบาล และค่าบริการโดยทันตแพทย์

  1. การดูแลโดยพยาบาลพิเศษ

จะให้ความคุ้มครองชดเชยค่าใช้จ่าย ที่เกิดจากการบริการโดยพยาบาลพิเศษขณะอยู่ในโรงพยาบาล หรือที่บ้านในภายหลัง แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์

สิ่งใดบ้างที่ประกันสุขภาพไม่คุ้มครอง

ประกันสุขภาพไม่ได้คุ้มครองการรักษาครอบคลุมไปหมดทุกเรื่องนะคะ ดังนั้นต้องพิจารณาดูให้ดีก่อน ซึ่งสิ่งที่ไม่ได้คุ้มครองได้แก่

  1. โรคเอดส์ กามโรคหรือโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิด
  2. การชะลอวัยด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทนในร่างกาย
  3. ปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมทั้งการแปลงเพศ
  4. การรักษาเพื่อการเสริมสวย การศัลยกรรม การรักษาสิว ฝ้า กระ รังแค ผมร่วง
  5. การรักษาอาการหรือบำบัดอาการติดยาเสพติด บุหรี่ สุรา
  6. การตั้งครรภ์ ทำแท้ง แท้งบุตร คลอดบุตร และโรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรถ์
  7. การรักษาเกี่ยวกับฟัน เหงือก ทำฟันปลอม ครอบฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ยกเว้นแต่ในกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุ
  8. โรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายก่อนทำประกันสุขภาพ

หากเป็นโรคอยู่แล้วทำประกันสุขภาพได้ไหม?

ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน หรือ เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ภายใน 90 วัน นับแต่วันเริ่มทำสัญญา และหากผู้ขอเอาประกันมีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัวหลายอย่าง บริษัทอาจพิจารณารับประกันภัยด้วยเบี้ยประกันภัยที่สูงกว่าคนปกติ หรือไม่รับประกันภัยเลยก็ได้

หลักการเลือกซื้อประกันสุขภาพควรดูที่อะไร?

สำหรับคนที่พอมองเห็นประโยชน์ของการทำประกันสุขภาพ ก่อนซื้อ ควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้ค่ะ

รูปแบบของประกันสุขภาพ

เราอาจมองย้อนกลับไปเมื่อปีที่ผ่านๆ มา ว่าเราต้องเสียค่าใช้จ่าย ไปกับการเข้าโรงพยาบาลมากน้อยเพียงใด หากเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องทำประกันที่ครอบคลุมมากจนเกินไป หรือควรดูว่าประกันนั้นๆ มีการคุ้มครองในลักษณะไหน เป็นแบบเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุสามารถคุ้มครองได้เลย หรือต้องรอให้เป็นไปตามสัญญาเสียก่อนจึงจะได้รับการคุ้มครอง

ตรวจสอบโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือ

เมื่อได้รูปแบบประกันสุขภาพแล้ว ต่อมาให้เราคิดว่า เมื่อเจ็บป่วยเราจะเข้าโรงพยาบาลที่ไหน แล้วเลือกลักษณะประกันที่มีความคุ้มครอง เหมาะสมกับความต้องการของเรา ซึ่งโรงพยาบาลที่เลือกหากเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือ จะยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับเราได้มากกว่าโรงพยาบาลที่ไม่ได้ระบุ อีกทั้งยังไม่ต้องสำรองเงินจ่ายก่อนด้วย ดังนั้นเลือกโรงพยาบาลใกล้บ้านดีๆที่อยู่ในเครือ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลง่ายและสะดวกค่ะ

ไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อเบี้ยประกันราคาแพงๆ

เพราะเราสามารถเฉลี่ยลดค่าใช้จ่ายด้วยการซื้อแบบที่เบี้ยไม่แพงได้ พอเกิดเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลขึ้นมาจริงๆ ก็จะแค่จ่ายเงินส่วนเกินจากความคุ้มครองเท่านั้น จึงถือว่า เป็นการแบ่งเบาภาระและเฉลี่ยความเสี่ยงที่คุ้มค่ามาก

ควรซื้อประกันสุขภาพที่ครอบคลุมผู้ป่วยนอกด้วย

ส่วนใหญ่เรามักไม่ชอบนอนโรงพยาบาลกัน ดังนั้นถ้าเลือกแบบผู้ป่วยนอก แค่มาหาหมอก็จะได้รับการคุ้มครอง และชดเชยค่ารักษาบริการแล้ว

ดูค่าความคุ้มครองของประกัน

เนื่องจากโรงพยาบาลแต่ละที่มีค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน เช่น ค่าห้อง ค่ายา ค่าตรวจรักษา เราจึงควรตรวจค่าคุ้มครองที่ประกันให้เราด้วยว่ามีความคุ้มค่ากับเบี้ยประกันที่จ่ายไปหรือไม่ เพราะหากให้น้อยไป เมื่อเจอโรงพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายแพงๆ เราอาจต้องจ่ายส่วนต่างที่เกินมาสูงกว่าความจำเป็น แบบนี้ก็คงไม่ดีแน่นอน

กรณีสำรองจ่ายเงินไปก่อนต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้คืน ในกรณีต้องจ่ายเงินสำรองไปก่อน ลองถามข้อมูลตัวแทนด้วยว่ากว่าจะได้เงินคืนต้องใช้เวลานานแค่ไหนเพราะหากต้องรอนานเกินไป ก็อาจจะกระทบกับการเงินของเราได้

ประกันสุขภาพ

บริษัทประกันสุขภาพที่คิดว่าดีที่สุดของประเทศไทยคือที่ไหนบ้าง?

ประกันสุขภาพบูพา ประเทศไทย

บูพา ประเทศไทย หรือรู้จักกันในชื่อเดิมคือ บูพา บลูครอส ให้ความคุ้มครอง และนำแนะนำทางด้านสุขภาพกับลูกค้ามายาวนาน จนปัจจุบันมีสมาชิกในประเทศไทยมากกว่า 200,000 คน และยังได้ดูแลลูกค้าระดับองค์กรอีกมากกว่า 2,000 แห่ง และด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานจึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ในด้านการเงิน บูพา ยังมีเงินทุนสำรองกว่า 1,000 ล้านปอนด์ (จากรายงานการตรวจสอบบัญชีในปี 2550) งานนี้สบายใจได้

ประกันสุขภาพแอกซ่าประเทศไทย

บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัท ที่คนส่วนใหญ่มักเลือกทำ เนื่องจากความคุ้มครองที่ดูเรียบง่าย และมีโรงพยาบาลรองรับมากมาย ทั้งนี้แอกซ่าได้ก่อตั้งในช่วงเดือน กรกฏาคม 2541 มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพและสาขาอีก 17 สาขาทั่วไทย โดยยึดมั่นในการเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม ซื่อสัตย์ และมีความยุติธรรม ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานสูงสุดของบริษัท และมุ่งรักษาเอาไว้ จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า

ประกันสุขภาพ เมืองไทยประกันชีวิต

เมืองไทยประกันชีวิต บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย มุ่งมันที่จะพัฒนาองค์กรต่อไปเรื่อย ๆ พร้อมกับการมีส่วนช่วยเหลือสังคมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม หรือศิลปวัฒนธรรม ที่สำคัญได้ยึดถือนโยบายหลักเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา จึงสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ประกันสุขภาพ เอฟดับบลิว

เอฟดับบลิวดี เป็นบริษัทประกันชีวิตรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อที่จะให้สมาชิกได้รับความช่วยเหลือตลอดเวลา และสนุกกับการใช้ชีวิตเท่าที่ใจทุกคนต้องการ ด้วยประกันจะที่แตกต่างไปกว่าเดิม เพื่อให้คุณรู้สึกหมดกังวล และเข้าใจข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น สามารถสอบถามได้อย่างตรงไปตรงมา ผ่านช่องทางประกันออนไลน์ รับรองทุกคนจะสะดวกสบายแน่นอน โดยไม่ต้องเดินทางมาบริษัทด้วยตนเอ

ประกันสุขภาพบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด เป็นบริษัทที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อที่จะก้าวเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ และผลของการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ ได้รับรางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายรางวัล ไม่ว่าจะเป็น

  • ปี 2014 ได้รับรางวัลสถานประกอบการ การจ้างงานคนพิการประจำปี 2557 ระดับภูมิภาคเอเชียจาก Springboard Consultant LLC (สหรัฐอเมริกา) และ รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ในด้านการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
  • ปี 2013 ได้รับรางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการพัฒนาการบริหารงานดีเด่นประจำปี จากคปภ และยังได้อันดับ 2 ของโลกในด้านกิจกรรมเพื่อสังคมจากกลุ่มแอกซ่า

5 อันดับนี้มีที่ทุกคนชอบบ้างไหม แต่ก็อย่าลืมดูบริษัทอื่นๆที่เหลือด้วยล่ะ เพราะของดีเราต้องเลือกนานๆค่ะ

ประกันสุขภาพ

ขั้นตอนการทำประกันสุขภาพ

การทำประกันสุขภาพก็คล้ายๆกับการทำประกันชีวิต โดยเริ่มจากติดต่อพูดคุยกับตัวแทน ดูแบบประกันที่ต้องการ กรอกใบสมัคร เมื่อพอใจแล้วก็จ่ายเงินค่าเบี้ยประกัน จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ หากไม่มีปัญหาอะไรเราก็จะได้กรมธรรม์มาครอบครอง แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

ข้อควรรู้ก่อนทำประกันสุขภาพ

  1. ควรตรวจเช็คสวัสดิการต่าง ๆ ของตัวเราที่มีอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน โดยเฉพาะสิทธิข้าราชการ เพราะบางครั้งสวัสดิการจากที่ทำงานหรือจากรัฐ อาจครอบคลุมการรักษาบางอย่างไปแล้ว ในการทำจึงเลือกทำเพียงจุดที่ยังขาดก็พอ
  2. ควรซื้อประกันสุขภาพเมื่อร่างกายยังแข็งแรง เพราะหากรอตอนที่เริ่มมีอาการผิดปกติในร่างกาย หรือมีโรคใดโรคหนึ่งเกิดขึ้น บริษัทประกันก็อาจไม่รับทำได้
  3. ควรซื้อเมื่ออายุยังไม่มาก เพราะหากอายุมากขึ้นบางบริษัทอาจไม่พิจารณาอนุมติซื้อประกันเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย
  4. ควรซื้อประกันสุขภาพที่จ่ายเบี้ยประกันไหว ไม่ใช่นั่นก็ดี นี่ก็ดี ตกลงเอาไปหมด ราคาเบี้ยก็จะสูงตามไปด้วย ทั้งนี้อัตราเบี้ยประกันสุขภาพจะพิจารณาจาก อายุ เพศ สุขภาพ อาชีพ รวมทั้งพิจารณาถึงการดำเนินชีวิตด้วยว่ามีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพหรือเปล่า
  5. โดยทั่วไปประกันสุขภาพจะไม่ได้คุ้มครอง การรักษาพยาบาลที่ไม่ได้เกิดจากการเจ็บปวดหรือบาดเจ็บ เช่น การทำหมัน การทำศัลยกรรม การลดน้ำหนักเพื่อความสวยงาม หรือการเลิกสิ่งเสพติด เป็นต้น เราจึงควรเข้าใจตามนี้ก่อน เดี๋ยวจะไปโวยวายทีหลัง
  6. หลังการทำประกันสุขภาพ จะมีระยะรอคอย (Waiting Period) ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เราจะยังไม่สามารถเรียกร้องเงินชดเชยได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะประมาณ 30 – 45 วันเพื่อเป็นการป้องกันการเบิกจ่ายของผู้ที่เจ็บป่วยก่อนการทำประกันภัยสุขภาพนั่นเอง

เมื่อได้กรมธรรม์สุขภาพมาแล้วหากจะใช้สิทธิต้องทำอย่างไร?

  1. แสดงบัตรความคุ้มครองทุกครั้งที่เข้ารับการรักษาพยาบาลเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการบริการ
  2. ควรเลือกใช้โรงพยาบาลในเครือของบริษัทประกันภัยนั้น ๆเพื่อที่บริษัทประกันภัยจะได้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในวงเงิน และความคุ้มครอง โดยที่เราไม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน
  3. หากมีการสำรองจ่ายเงินไปก่อน ให้เบิกค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทประกันภัยภายในระยะเวลาบริษัทกำหนด โดยส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 45 – 90 วันหลังเกิดค่าใช้จ่าย โดยต้องยื่นสำเนาหรือเบอร์กรมธรรม์ หลักฐานการชำระเงิน และ ใบรับรองแพทย์ไปด้วย
  4. การใช้บริการของบริษัทที่ให้บริการฉุกเฉิน (ถ้ามี) ต้องทำผ่านบริษัทดังกล่าว เท่านั้นไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้
  5. ทางที่ดีควรเก็บบัตรประกันภัยสุขภาพและบัตรของบริษัทที่ให้บริการฉุกเฉินไว้ที่ตัวเรา และควรแจ้งคนในบ้านให้รู้ว่าเรามีประกันภัยสุขภาพแล้วเพื่อที่จะได้สะดวกและรับสิทธิประโยชน์เต็มที่ หากต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล

การทำประกันสุขภาพ ถือเป็นการช่วยลดความเสี่ยงอย่างหนึ่งในชีวิตได้ ถึงแม้ว่าในทุกๆวันเราจะดูแลสุขภาพตัวเองดีอย่างไร แต่โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่อยู่ข้างในเราไม่รู้ล่วงหน้าได้ ยิ่งเป็นการเกิดอุบัติเหตุยิ่งแล้วใหญ่มันอาจฉุกเฉินจนเราไม่ทันตั้งตัว หากมีการเจ็บป่วยขึ้นมาโดยไม่มีการวางแผนเรื่องการเงินไว้ล่วงหน้าอาจกระทบต่อการดำรงชีวิตด้านอื่น ๆ ของเราได้ ดังนั้นหากพอมีเงินเหลือจากการใช้จ่ายและเก็บออม อย่าลืมคิดถึงเรื่องประกันสุขภาพด้วยนะคะ

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:  https://finance.rabbit.co.th|http://www.insuranceth.com|http://www.insuranceth.com|https://money.kapook.com|http://www.bupa.co.th|http://www.insurancethai.net|http://www.dhipaya.co.th|http://www.xn--12c4bcfhbk6bsbdce1pqac34a1e.com|http://www.xn--12c4bcfhbk6bsbdce1pqac34a1e.com|http://www.insuranceth.com|https://finance.rabbit.co.th| http://www.silkspan.in.th

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : Pixabay.com