บทความ : ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารอิสลาม By iMoney.in.th

หนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากมีหนี้ เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน นับวันหนี้ที่เป็นการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดอกเบี้ยที่ตามมาก็สูงขึ้นเป็นทวีคูณ ทำให้เพื่อนๆต้องหมุนเงินจากบัตรเครดิตใบนั้นมาจ่ายใบนี้ เป็นอย่างนี้ทุกเดือน ซึ่งหลายคนก็คงจะเหน็ดเหนื่อยจากหาเงินแล้วมาจ่ายได้แค่ดอกเบี้ย iMoney ขอแนะนำ การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต กับ ธนาคารอิสลาม หรือ IBANK จะเป็นการรวมหนี้บัตรเครดิตจากธนาคารต่างๆ มาไว้กับ IBANK ที่เดียวค่ะ วงเงินกู้ก็ให้สูงถึง และผ่อนกันได้แบบยาวๆ สบายถึง 6 ปี ที่สำคัญนะคะ ไม่ว่าคุณจะมีหลักทรัพย์หรือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็สามารถขอกู้ได้ทั้งนั้นค่ะ ซึ่งจะช่วยทำให้เพื่อนๆมีคล่องตัวในเรื่องเงินมากขึ้น แถมยังไม่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่สูงจากบัตรเครดิต จ่ายน้อยผ่อนนานขึ้น และเพื่อนๆยังรู้วันที่เราหมดหนี้อีกด้วยค่ะ ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อนๆก็ไม่ต้องเสียประวัติทางการเงินอีกด้วย และช่วยให้เพื่อนๆเหลือไว้ในจ่ายในแต่ละเดือนอีกด้วยค่ะ เห็นไหมค่ะว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอค่ะ  iMoney จึงขอแนะนำสินเชื่อของ IBANK ที่ทุกคนไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรก็กู้ได้ค่ะ และสินเชื่อในการที่จะให้เพื่อนๆรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตนั้น มีให้เลือกกันถึง 2 แบบ เลยค่ะ นั่นก็คือ สินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน กับ สินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน มาฝากเพื่อนๆกันค่ะ มาดูกันเลยค่ะ ซึ่งอาจจะเป็นทางเลือกที่ตรงกับความต้องการของเพื่อนๆ ก็ได้ค่ะ

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตกับIBANKรวมหนี้บัตรเครดิตไว้ที่นี่ที่เดียว-imoney

Credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตกับธนาคารอิสลาม รวมหนี้บัตรเครดิตไว้ที่นี่ที่เดียว จ่ายน้อยผ่อนนาน กับ IBANK

สินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน

สินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน คุณสามารถนำเงินจากกู้ไปใช้อะไรก็ได้ โดยที่ธนาคารไม่ได้จำกัดวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า อเนกประสงค์ เพื่อนๆสามารถนำเงินที่ได้รับจากการอนุมัติไปรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ปิดหนี้บัตรเครดิต ได้ตามที่ต้องการเลยค่ะ หรือจะใช้จ่ายเรื่องจำเป็นก็ได้ค่ะ ให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ ขั้นต่ำ 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,500,000 บาทค่ะ มีระยะเวลาการแบ่งจ่ายได้นานสูงถึง 6 ปี เลยค่ะ และที่สำคัญไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกันหรือใช้หลักประกันใดๆ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรืออาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ เภสัชกร  วิศวกร  สถาปนิก หรือจะมีธุรกิจส่วนตัว ก็สามารถขอกู้สินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกันกับ IBANK ได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ เพื่อนๆจะต้องมีประวัติการชำระทางการเงินที่ดีนะคะ ยังไงลองดูเงื่อนไขในการขอกู้ก่อนค่ะ

เงื่อนไขการขอกู้

  • จะต้องมีสัญชาติไทย
  • ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือคนค้ำประกัน
  • พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ อายุไม่เกิน 60 ปี เงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน และมีอายุการทำงานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป
  • อาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ เภสัชกร วิศวกร สถาปนิก เป็นต้น อายุไม่เกิน 65 ปี เงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทต่อเดือน และมีอายุการทำงานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป
  • ธรุกิจส่วนตัว อายุไม่เกิน 70 ปี มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อเดือน และทำธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • มีบุคคลที่อ้างอิงได้ 2 คน

อัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อ

การคิดดอกเบี้ยจะแยกประเภทของกลุ่มอาชีพของผู้กู้ค่ะ ซึ่งในปัจจุบัน SPRR ของธนาคารจะอยู่ที่ 8.50% ต่อปี

  • กรณีพนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ดอกเบี้ยในการกู้อยู่ร้อยละ SPRR+50 ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ต่อปี
  • กรณีที่ทำธุรกิจส่วนตัว หรือนิติบุคคล จะคิดอัตราดอกเบี้ยไปตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติค่ะ
    • วงเงินตั้งแต่ 50,001 – 200,000 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ SPRR+50 ต่อปีค่ะ
    • วงเงินตั้งแต่ 200,001 – 500,000 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ SPRR+50 ต่อปีค่ะ
    • วงเงินตั้งแต่ 500,001 บาทขึ้นไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ SPRR+50 ต่อปีค่ะ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า SPRR คืออะไร เพราะเพื่อนๆ คงจะได้ยินแต่ MRR กันนะคะ ซึ่งจริงแล้ว SPRR กับ MRR ก็คืออัตราดอกเบี้ยเหมือนกันนั่นละค่ะ แต่ที่เราเรียกแตกต่างกันก็เพราะว่า การให้กู้เงินของธนาคารอิสลามดำเนินตามหลักชาริอะฮ์ ซึ่งตามหลักศาสนาอิสลามแล้วการปล่อยกู้นั้นจะคิดดอกเบี้ยไม่ได้ค่ะ ธนาคารอิสลามจึงใช้คำว่า ส่วนแบ่งกำไรแทน เรียกว่า อัตรากำไร (SPR) นั่นเองล่ะค่ะ คราวนี้ก็หายสงสัยกันได้แล้วนะคะ

คราวนี้เรามาดูค่าธรรมเนียมในการขอกู้กันบ้างค่ะ ว่าเพื่อนๆจะต้องจ่ายอะไรบ้าง ถ้าได้รับการอนุมัติเงินของสินเชื่อ ซึ่ง iMoney ก็ได้นำมาฝากกันค่ะ

  • ค่าทำสัญญา ซึ่งเป็นร้อยละ 0.05 ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติจากธนาคารนะคะ แต่จะมีขั้นต่ำในการจ่ายอยู่ที่ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทค่ะ
  • ค่าอากรแสตมป์
  • ค่าธรรมเนียมอื่นๆตามประกาศธนาคาร

สินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน

สินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน ในการขอกู้สินเชื่อนี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า สินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน ฉะนั้นในการขอกู้เพื่อนๆจะต้องมีหลักทรัพย์ซึ่งจะต้องเป็นที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านแบบไหน จะบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้า ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ โฮมออฟฟิศ หรือ คอนโด  ก็นำมาเป็นหลักประกันในการขอกู้ได้ค่ะ ธนาคารอิสลามไม่ได้จำกัดนะคะว่าเพื่อนๆจะนำเงินที่ได้นั้นไปทำอะไร เพื่อนๆสามารถนำเงินที่ได้ไปปิดหนี้บัตรเครดิตต่างๆ หรือจะไปใช้จ่ายตามความจำเป็นในชีวิตประจำวันของคุณก็ได้ไม่ว่ากันค่ะ สินเชื่อจะอนุมัติขั้นต่ำอยู่ที่ 100,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทค่ะ เริ่มต้นแบ่งจ่ายได้ตั้งแต่ 3 – 15 ปี สามารถเลือกผ่อนได้แบบสบายกระเป๋าเพื่อนๆกันเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ เพื่อนๆจะต้องมีประวัติการชำระทางการเงินที่ดีนะคะ ยังไงลองดูเงื่อนไขในการขอกู้ก่อนนะคะ

เงื่อนไขการขอกู้

  • จะต้องมีสัญชาติไทย
  • ใช้หลักทรัพย์ที่อยู่ในการค้ำประกันขอกู้สินเชื่อ
  • พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ อายุไม่เกิน 60 ปี มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน และมีอายุการทำงานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป
  • อาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ เภสัชกร วิศวกร สถาปนิก อายุไม่เกิน 65 ปี มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน และมีอายุการทำงานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป
  • ธรุกิจส่วนตัว อายุไม่เกิน 70 ปี และทำธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

หลักประกันในการขอสินเชื่อ

  • หลักประกันจะต้องเป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้า ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ โฮมออฟฟิศ และคอนโด

อัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อ

การคิดดอกเบี้ยของสินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน จะคิดอยู่ที่อัตราร้อยละ 18 ต่อปีค่ะ โดยจะคำนวณดอกเบี้ยก็จะคิดแบบลดต้นลดดอกค่ะ ซึ่งในการคิดดอกเบี้ยนั้น จะแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีทำประกัน กับ กรณีที่ไม่ทำประกัน เพื่อนๆลองอ่านรายละเอียดกันนะคะว่าแบบไหนคุ้มกว่ากันค่ะ

กรณีทำประกัน

แบบที่ 1 ทุนประกัน 100% ของวงเงินสินเชื่อ ขั้นต่ำ 10 ปี หรือตามสัญญา

  • เดือนที่ 1 -3 ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 3.25 ต่อปี
  • เดือนที่ 4 – 12 ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ SPRR -75 ต่อปี
  • ในปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ SPRL (ซึ่งจะเป็นไปตามที่ธนาคารประกาศ)
  • ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ SPRL + 25 ต่อปี

แบบที่ 2 ทุนประกัน 100% ของวงเงินสินเชื่อ ขั้นต่ำ 5 ปี หรือตามสัญญา

  • เดือนที่ 1 -3 ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี
  • เดือนที่ 4 – 12 ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ SPRR – 75 ต่อปี
  • ในปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ SPRL (ซึ่งจะเป็นไปตามที่ธนาคารประกาศ)
  • ตั้งแต่ที่ 3 เป็นต้นไป ธนาคารคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ SPRL +25 ต่อปี

กรณีไม่ทำประกัน

แบบที่ 1 ทุนประกัน 100% ของวงเงินสินเชื่อ ขั้นต่ำ 10 ปี หรือตามสัญญา

  • เดือนที่ 1 -3 ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 4.25 ต่อปี
  • เดือนที่ 4 – 12 ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ SPRR -75 ต่อปี
  • ในปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ SPRL (ซึ่งจะเป็นไปตามที่ธนาคารประกาศ)
  • ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป ธนาคารคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ SPRL+0.50 ต่อปี

แบบที่ 2 ทุนประกัน 100% ของวงเงินสินเชื่อ ขั้นต่ำ 5 ปี หรือตามสัญญา

  • เดือนที่ 1 -3 ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ SPRL- 75 ต่อปี
  • เดือนที่ 4 – 12 ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ SPRR – 50 ต่อปี
  • ในปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ SPRL (ซึ่งจะเป็นไปตามที่ธนาคารประกาศ)
  • ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป ธนาคารคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ SPRL +50 ต่อปี

เพื่อนๆ คงจะเห็นข้อแตกต่างในการคิดดอกเบี้ยในแบบที่ทำประกัน และไม่ทำประกัน ใช่ไหมค่ะ ถึงแม้ว่าจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าคิดคำนวณเป็นเงินที่เราจะต้องเสียแล้วก็หลายบาทเหมือนกันนะคะ ยังไงเพื่อนๆลองดูนะคะ ว่าแบบไหนที่เพื่อนๆคิดว่าคุ้มกว่ากันค่ะ

ในส่วนของค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อนั้นจะก็จะคล้ายกับสินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกันค่ะ ซึ่งจะแตกต่างกันก็ตรงที่สินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน จะมีค่าธรรมเนียมในการประเมินหลักประกันที่เพื่อนๆ ยื่นมาค้ำประกันค่ะ

  • ค่าทำสัญญา ซึ่งเป็นร้อยละ 0.05 ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติจากธนาคารนะคะ แต่จะมีขั้นต่ำในการจ่ายอยู่ที่ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทค่ะ
  • ค่าประเมินหลักประกันที่เพื่อนๆ ยื่นค้ำประกันในการขอสินเชื่อ
  • ค่าอากรแสตมป์
  • ค่าธรรมเนียมอื่นๆตามประกาศธนาคาร

ช่องทางการสมัครสินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน กับสินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน

  • เพื่อนๆ สามารถสมัครได้ที่ธนาคารอิสลามทุกสาขาเลยค่ะ หากใครยังไม่รู้ว่า IBANK มีสาขาอยู่ที่ไหนบ้าง ลองดได้จากเว็บไซต์ ibank.co.th ได้เลยค่ะ

หากเราลองเปรียบเทียบกันแล้วระหว่างสินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน กับสินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน ถ้าหากคุณไม่มีทรัพย์สินที่อยู่อาศัย ก็ควรเลือกสินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกัน แต่ถ้ามีบ้านเป็นของตัวเอง บวกกับคุณมีหนี้สินเยอะแยะ ก็ควรสินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณได้มีวงเงินที่สูงขึ้นค่ะ จะช่วยปลดหนี้สินให้กับเพื่อนๆได้นะคะ เพราะเงื่อนไขต่างๆ ในการขอกู้นั้นก็แทบจะเหมือนกันเลยค่ะ

การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต นับว่าเป็นทางออกที่ดีสำหรับเพื่อนๆที่มีปัญหาหนี้จากบัตรเครดิต ซึ่งจะทำให้สภาพทางการเงินของเพื่อนคล่องตัวขึ้น แต่ถ้าเพื่อนๆทำรีไฟแนนซ์แล้ว เพื่อนๆยังไม่มีวินัยในการใช้เงิน หากยังใช้เงินเกินตัว หรือไม่มีการวางแผนการใช้เงินที่ดี ปัญหาเหล่านี้ก็จะกลับมาหาเพื่อนๆอีกนะคะ ซึ่งการมีบัตรเครดิตมีทั้งข้อดี และข้อเสีย หากเพื่อนๆรู้จักใช้บัตรเครดิตก็เกิดประโยชน์ต่างๆที่จะได้รับอีกมากมายค่ะ ดังนั้น การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ  ยังไงพวกเราเป็นกำลังใจเพื่อนๆทุกคนที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่นะคะ และเราจะนำบทความดีๆ มาฝากเพื่อนๆกันอีกนะคะ อย่าลืมติดตาม iMoney ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลสำคัญจาก www.ibank.co.th ด้วยค่ะ