บทความ : โปรโมชั่นสุดจี๊ด ที่มาพร้อมกับดอกเบี้ย 0.99% เท่านั้น เหมาะกับการรีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย By iMoney.in.th

รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร ทำไมต้องรีไฟแนนซ์ เพราะหลายคนก็ยังไม่รู้ รู้แต่เพียงว่า กู้ซื้อบ้านเพียงแค่ครั้งเดียวผ่านแล้วก็ผ่านไป โดยที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องรีไฟแนนซ์กันสักเท่าไร เพราะคิดว่าการรีไฟแนนซ์นั้น มีไว้สำหรับคนที่มีปัญหาทางการเงิน ผ่อนไม่ไหว เหมือนกับพวกการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตนั่นเอง ซึ่งความเป็นจริงแล้ว การรีไฟแนนซ์บ้านนั้น ไม่จำเป็นที่คุณต้องมีปัญหาทางการเงิน หรือผ่อนไม่ไหวนะคะ คุณสามารถทำได้เรื่อยๆ 3 ปี อาจจะรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ เพราะในช่วง 3 ปีแรก ธนาคารมักจะมีโปรโมชั่นลดดอกเบี้ย เพื่อสร้างแรงจูงใจ โดยคนส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีรีไฟแนนซ์บ้านกันค่ะ เป็นเทคนิคในการลดดอกเบี้ย เพราะว่าจะช่วยทำให้คุณได้รับดอกเบี้ยที่ถูกลง ขยายระยะเวลาในการผ่อนได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม จ่ายรายเดือนได้น้อยลง มีเงินเหลือมากขึ้นในแต่ละเดือน หากใครกำลังมองหาธนาคารเพื่อจะรีไฟแนนซ์บ้านอยู่ iMoney มีโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกรุงไทยมาฝากกันค่ะ

รีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย - imoney

 

Credit : https://pixabay.com

รีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย ด้วยเงื่อนไขพิเศษสุดๆกับดอกเบี้ยเพียง 0.99% เป็นระยะเวลา 1 ปี ผ่อนนาน 30 ปี จะโปะหนี้เมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

รีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย ตอนนี้มีโปรโมชั่นสุดแรงด้วยดอกเบี้ยที่แสนจะถูกเหลือเพียงร้อยละ 0.99 ในปีแรกค่ะ คือว่าดอกเบี้ยนี้ถูกจริงๆเลยค่ะ การกู้รีไฟแนนซ์นี้สามารถทำได้กับบ้านทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุด อาคารพาณิชย์ อีกด้วยค่ะ ซึ่งการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกรุงไทยนอกจากได้เงินก้อนไปโปะหนี้บ้านกับธนาคารเดิมแล้วนั้น คุณสามารถขอสินเชื่อเพิ่มวงเงินในครั้งเดียวกับที่ทำรีไฟแนนซ์บ้านได้เลยค่ะ จะช่วยทำให้คุณมีเงินก้อนมาใช้จ่ายหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน หรือว่าจะนำเงินมาต่อเติมบ้าน ซ่อมแซมบ้านก็ได้อีกด้วยนะคะ เรียกรับเงิน 2 ต่อกันเลยค่ะ แถมระยะเวลาการผ่อนธนาคารกรุงไทยให้นานถึง 30 ปี เลยนะคะ นอกเหนือจากนี้ยังมีเงื่อนไขอะไรบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ

เงื่อนไขการขอกู้

  • จะต้องมีสัญชาติไทย
  • จะต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ที่แน่นอน มีการงานที่มั่นคง เพียงพอต่อการชำระหนี้ได้
  • ไม่ได้จำกัดอายุ แต่อายุเมื่อรวมกับระยะเวลาในการผ่อนแล้วต้องไม่เกิน 65 ปี หรือไม่เกินเกษียณอายุตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ข้าราชการ อัยการ ผู้พิพากษา
  • ในกรณีที่ต้องการกู้ร่วมใครมีอายุน้อยสุดก็จะใช้เกณฑ์นั้นเป็นที่ตั้ง
  • ที่สำคัญจะต้องไม่มีประวัติในการผิดนัดชำระหนี้มาก่อน
  • ในกรณีที่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และได้ชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารมายื่นในการสมัครด้วยค่ะ

วงเงินในการรีไฟแนนซ์บ้าน

การให้วงเงินกู้นั้น ธนาคารจะให้แบ่งตามประเภทของหลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกัน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้ค่ะ

  • ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และอาคารพาณิชย์ จะได้วงเงินไม่เกินจากยอดหนี้ที่คุณค้างกับธนาคารเดิมค่ะ หรือสูงสุดร้อยละ 90 จากราคาประเมิน  ทั้งนี้ หากบ้านของคุณมีราคาซื้อขายตั้งแต่ 10,000,000 บาทขึ้นไป คุณจะได้รับวงเงินสูงร้อยละ 80 จากราคาประเมิน
  • ประเภทคอนโดมิเนียม จะได้วงเงินไม่เกินจากยอดหนี้ที่คุณค้างกับธนาคารเดิมค่ะ หรือสูงสุดร้อยละ 80 จากราคาประเมิน

อัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อ

ในการคิดดอกเบี้ยนั้น ธนาคารจะมีทั้งหมด 3 แบบ ให้คุณได้เลยค่ะ มีทั้งแบบทำประกัน และแบบไม่ทำประกัน มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าแบบไหนที่จะได้ดอกเบี้ยถูกกว่ากันค่ะ

แบบที่ 1

  • ทำ MRTA เต็มวงเงินกู้ และระยะเวลากู้ และ GLTSP เต็มวงเงินกู้ และระยะเวลาทำประกัน 15 ปี
    • ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยแบบคงที่อยู่ร้อยละ 0.99 ต่อปีค่ะ
    • ในปีที่ 2 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 75 ต่อปีค่ะ
    • ในปีที่ 3 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 50 ต่อปีค่ะ
    • ในปีที่ 4 เป็นต้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 50 ต่อปีค่ะ
    • ดอกเบี้ย 3 ปี เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ร้อยละ 3.33 ต่อปี

แบบที่ 2

  • ทำ MRTA/ GLTSP เต็มวงเงินกู้ และระยะเวลาทำประกันขั้นต่ำ 10 ปี และทำ MRTA/ GLTSP 70% ของวงเงินกู้ และระยะเวลากู้หรือ ระยะเวลาทำประกันขั้นต่ำ 15 ปี
    • ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยแบบคงที่อยู่ร้อยละ 0.99 ต่อปีค่ะ
    • ในปีที่ 2 – 3 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 50 ต่อปีค่ะ
    • ในปีที่ 4 เป็นต้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 50 ต่อปีค่ะ
    • ดอกเบี้ย 3 ปี เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ร้อยละ 3.40 ต่อปี

แบบที่ 3

  • ไม่ทำประกัน
    • ในปีที่ 1 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยแบบคงที่อยู่ร้อยละ 1.25 ต่อปีค่ะ
    • ในปีที่ 2 – 3 ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 50 ต่อปีค่ะ
    • ในปีที่ 4 เป็นต้นไป ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ MRR – 50 ต่อปีค่ะ
    • ดอกเบี้ย 3 ปี เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ร้อยละ 3.41 ต่อปี

คุณจะเห็นได้เลยว่า การทำประกันนั้น ส่วนใหญ่แล้วธนาคารจะได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าแบบที่ไม่ทำประกันค่ะ เพราะการทำประกันความมันจะช่วยลดความเสี่ยงของการไม่ชำระหนี้ จะช่วยทำให้ธนาคารไม่มีหนี้เสียนั่นเองค่ะ โดยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรือ EIR อยู่ที่ร้อยละ 4.85 ต่อปี และปัจจุบัน MRR = 7.12% ต่อปี หลายคนก็อาจจะงงกันอยู่บ้านนะคะ ว่า GLTSP และ MRTA  แล้วทำไมต้องทำด้วย และต้องทำประกัน 2 แบบด้วย iMoney เราหาคำตอบมาไขข้อสงสัยให้กับคุณกับแล้วค่ะ ขออธิบาย MRTA ก่อนนะคะ

MRTA ย่อมาจาก Mortgage Reduced Term Assurance คือ “ประกันสินเชื่อบ้านแบบลดมูลค่า” หรืออีกชื่อหนึ่งที่ธนาคารส่วนใหญ่มักเรียกกันก็คือ “ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ” ก็ถือว่าเป็นประกันในอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกันความเสี่ยงให้กับผู้กู้นั่นเองค่ะ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันค่ะ โดย MRTA จะมีให้คุณเลือกความคุ้มครองอยู่ 2 แบบ คือ คุ้มครองแบบเต็มวงเงิน ตลอดระยะเวลาในการกู้ค่ะ เช่น ถ้าวงเงินกู้ของคุณอยู่ที่ 5,000,000 บาท ผ่อนระยะเวลา 30 ปี คุณก็จะได้รับความคุ้มครองเต็ม 5,000,000 บาท และตลอดระยะเวลา 30 ปี เลยค่ะ และอีกแบบหนึ่งก็คือ คุ้มครองแบบไม่เต็มวงเงิน และไม่เต็มระยะเวลาในการผ่อนชำระ  ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะให้ทำแบบ 70% ของวงเงินที่ได้รับค่ะ เช่น ถ้าวงเงินกู้ของคุณอยู่ที่ 5,000,000 บาท ผ่อนระยะเวลา 30 ปี คุณก็จะได้รับความคุ้มครองเต็ม 3,500,000 บาท และตลอดระยะเวลา 21 ปีแรกเท่านั้นค่ะ นั่นหมายความว่าในอีก 7 ปีที่เหลือจะไม่มีความคุ้มครองนะคะ ยังก็ลองเปรียบกันดูนะคะ ว่าคุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน ซึ่งดูจากโปรโมชั่นที่ธนาคารกรุงไทยเสนอมานั้น ถ้าคุณเลือกแบบเต็มวงเงิน คุณก็จะได้ดอกเบี้ยที่ถูกลงค่ะ ทั้งนี้ การจ่ายเบี้ยประกันนั้นจะลดลงตามจำนวนวงเงินกู้ที่ลดลงค่ะ

GLT SP ย่อมาจาก Group Level Term Single Premium เป็น “ประกันที่มีวงเงินคุ้มครองคงที่” แต่เบี้ย ประกันอาจจะสูงกว่าประกันแบบอื่นๆ เพราะคุณต้องจ่ายเบี้ยประกันเท่าๆกันตามวงเงินที่คุณได้รับอนุมัติค่ะ และความคุ้มครองจะไม่ลดลงตามระยะเวลาและยอดหนี้ เช่น ถ้าวงเงินกู้ของคุณอยู่ที่ 5,000,000 ล้าน ผ่อนระยะเวลา 30 ปี แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันในปีที่ 20 นั้น และคุณยังมีหนี้กับธนาคารอยู่ที่ประมาณ 2,000,000 บาท คุณจะได้รับเงินประมาณ 5,000,000 บาท ไปโปะหนี้จากธนาคาร แล้วนำส่วนเหลือไปต่ออย่างอื่นได้อีกค่ะ

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยให้คุณมีสิทธิ์เลือกได้ว่าคุณต้องการทำประกัน MRTA หรือ GLT SP ค่ะ

ระยะเวลาในการผ่อนชำระ

คุณสามารถเลือกผ่อนได้นานสูงสุดถึง 30 ปีค่ะ แต่เมื่อรวมระยะเวลาในการผ่อนบวกกับอายุของคุณแล้วต้องไม่เกิน 65 ปีนะคะ

เอกสารหลักประกันในการทำรีไฟแนนซ์บ้าน

คุณจะต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องในการรีไฟแนนซ์บ้านโดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์ ในกรณีที่คุณต้องการรีไฟแนนซ์คอนโดมิเนียม
  • สำเนาสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างและแบบแปลนอาคารที่จะปลูกสร้าง ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร
  • รูปถ่ายที่อยู่อาศัยที่คุณต้องการจะรีไฟแนนซ์
  • สำเนารายการบัญชีเงินกู้ สำเนาหนังสือสัญญากู้ และสำเนาหนังสือสัญญาจำนองหลักทรัพย์

เอกสารประกอบการสมัคร

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ (ควรจะขีดคร่อมเขียนวัตถุประสงค์ในการใช้ให้เรียบร้อยค่ะ)
  • สำเนาทะเบียนบ้านของคุณ หากกู้ร่วมก็ต้องแนบสำเนาทะเบียนของผู้ที่กู้ร่วมมาด้วยค่ะ
  • หากมีการจดทะเบียนสมรส ก็ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และใบทะเบียนสมรสของคู่สมรสของคุณมาด้วยค่ะ
  • สำเนารายการบัญชีเงินฝาก หรือ Statement ทั้งของคุณ และผู้กู้ร่วม (ถ้ามี)

ช่องทางในการชำระเงิน

คุณจะต้องชำระที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้นค่ะ แต่จะในรูปแบบบริการไหนก็ได้ค่ะ ซึ่งจะไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆเลยค่ะ โดยช่องทางการชำระเงินของ ธนาคารกรุงไทย มีดังนี้

  • ชำระด้วยเงินสด ณ เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ
  • ชำระเงินจากบัญชีฝากออมทรัพย์ของธนาคารกรุงไทย มีหลายช่องทางการในชำระค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการ
    • การหักบัญชีเงินฝากแบบอัตโนมัติ
    • ผ่านตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ได้ทุกเครื่อง
    • ชำระผ่านบริการ KTB netbank ผ่าน Smart Pahone
    • ชำระผ่านบริการ เคทีบี เทเลแบงก์กิ้ง ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-111-1111

สนใจสามารถสมัครได้ที่นี่

หากคุณสนใจที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกรุงไทย สมัครได้ที่ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือจะสมัครออนไลน์ เพียงคลิกที่นี่ได้เลยค่ะ https://www.homeloanonline.ktb.co.th/

คำถาม-คำตอบ ที่คุณควรจะรู้ก่อนที่จะรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกรุงไทย iMoney เราได้รวบรวมมาฝากกันค่ะ เพื่อจะทำให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

วงเงินในการรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารกรุงไทยได้เท่าไร?

วงเงินในการอนุมัตินั้นธนาคารจะแบ่งตามประเภทของหลักทรัพย์ค่ะ

  • ในกรณีที่หลักทรัพย์เป็นประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และอาคารพาณิชย์ วงเงินสูงสุดจะอยู่ 90% จากราคาประเมิน
  • ในกรณีที่หลักทรัพย์เป็นประเภทคอนโดมิเนียม วงเงินสูงสุดจะอยู่ 80% จากราคาประเมินค่ะ
  • ในกรณีที่บ้านคุณมีราคาสูงตั้งแต่ 10,000,000 บาทขึ้นไป วงเงินสูงสุดจะอยู่ 80% จากราคาประเมินค่ะ

หากราคาบ้านที่นำมารีไฟแนนซ์อยู่ที่ 1,500,000 บาท และธนาคารตีราคาประเมินอยู่ที่ 2,000,000 บาท เราสามารถเบิกเงินส่วนต่างได้หรือไม่?

  • ในกรณีคุณสามารถเบิกส่วนต่างอีก 500,000 บาท โดยให้ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีของคุณได้เลยค่ะ คุณก็จะได้เงินส่วนต่างนี้ไปใช้จ่ายได้เลยค่ะ

ในกรณีที่เรารีไฟแนนซ์แล้วได้รับวงเงินที่อนุมัติน้อยกว่ายอดหนี้ที่คงค้างกับธนาคารอื่นจะต้องทำอย่างไร?

  • ในกรณีที่หากวงเงินที่คุณได้รับนั้น ยอดน้อยกว่าหนี้ที่เป็น คุณสามารถทำเรื่องขอกู้เพิ่มจากสินเชื่อ Home For Cash ได้เลยค่ะ ทั้งนี้ ยอดเงินที่จะอนุมัติธนาคารจะให้วงเงินไม่เกิน 100% จากราคาประเมินไว้ค่ะ แต่โดยธนาคารจะคิดดอกเบี้ยที่คุณ ในปีที่ 1-3 ร้อยละ MRR – 1.00 ต่อปี และในปีที่ 4 เป็นต้นไป ร้อยละ MRR

ประกันระหว่าง MRTA กับ GLT SP แตกต่างกันอย่างไร?

  • ต้องบอกก่อนเลยค่ะว่าแตกต่างกันตรงที่ว่า
    • MRTA เป็นประกันสินเชื่อบ้านแบบลดมูลค่า โดยเบี้ยประกันจะคิดจากยอดเงินต้นคงเหลือ โดยในแต่ละเดือนถ้าคุณผ่อนได้มากกว่าที่ธนาคารกำหนด แล้วในอนาคตเกิดเหตุอะไรกับคุณขึ้นมา วงเงินที่คุ้มครองก็จะมีมากกว่ายอดหนี้ที่มีกับธนาคาร ซึ่งก็ความหมายว่า ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้เงินในส่วนที่เหลือนั้นค่ะ
    • GLT SP เป็นประกันที่มีวงเงินคุ้มครองคงที่ คุณได้รับวงเงินอนุมัติเท่าไร ผ่อนนานกี่ปี เบี้ยประกันคุณก็จะต้องจ่ายในแต่ละเดือนตามเงินต้นที่คุณได้รับจากธนาคาร ผ่อน 30 ปี คุณก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันไป 30 ปี ปีละเท่าๆกัน แต่ข้อดีก็คือ หากคุณผ่อนไปแล้ว 25 ปี ยอดหนี้คุณเหลือเพียงไม่กี่แสน แต่คุณจะได้รับวงเงินประกันนั้นเต็มจำนวนที่ทำไว้ตั้งแต่แรกค่ะ ซึ่งทำให้ผู้รับผลประโยชน์จะได้มีเงินก้อนที่มากกว่า MRTA

หากต้องทำประกันควรเลือกทำประกันอะไรดีระหว่าง MRTA กับ GLT SP?

  • ขอแนะนำเป็น GLT SP คุณอาจจะต้องจ่ายเบี้ยแพงกว่า MRTA หน่อยนึง แต่ถ้าเทียบกับความคุ้มครองในระยะยาวแล้วจะคุ้มกว่า เพราะหากคุณผ่อนบ้านอยู่ที่ 30 ปี อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน หากคุณเกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้คุณผ่อนมาได้ 20 ปี ซึ่งยังเหลือเวลาผ่อนอีก 30 ปี คุณก็จะรับเงินจากบริษัทประกันเต็มจำนวนที่คุณกู้มา โดยธนาคารจะนำเงินทั้งหมดที่ได้ไปหักหนี้แล้วโอนส่วนที่เหลือให้กับคุณค่ะ

รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารบังคับให้ทำประกันหรือไม่?

  • ธนาคารไม่ได้บังคับให้คุณทำประกันค่ะ คุณสามารถเลือกเองได้เลยค่ะ ต้องการทำประกันหรือไม่ทำค่ะ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเขาจะทำกันค่ะ เพื่อประกันความเสี่ยงในอนาคต เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นค่ะ

ต้องการจะโปะหนี้บ้านหลังจากรีไฟแนนซ์ต้องหลังจากผ่อนไปแล้วกี่ปี?

  • คุณมีเงินเมื่อไร สามารถนำมาโปะหนี้บ้านได้เลยค่ะ โดยธนาคารจะไม่คิดค่าธรรมเนียมใดๆเลยค่ะ ยกเว้นในกรณีที่คุณรีไฟแนนซ์ย้ายไปอีกธนาคารหนึ่งค่ะ หากทำอย่างนั้น คุณก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขของธนาคารค่ะ

ย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านกับกรุงไทยแล้ว พอหลังจาก 3 ปีไปแล้วจะทำการขอส่วนลดดอกเบี้ยได้หรือไม่?

  • หากคุณเป็นลูกหนี้ที่ดี ผ่อนตรงเวลาทุกเดือน คุณสามารถไปขอทำการลดดอกเบี้ย หรือที่เราเรียกกันว่า “Retention” ธนาคารก็จะประเมินให้ค่ะ โดยจะนำดอกเบี้ยของธนาคารออมสินมาเป็นเกณฑ์ค่ะ โดยที่คุณจะได้รับดอกเบี้ยในปีที่ 4 เป็นต้นไป ที่ถูกลง โดยที่ไม่ต้องไปรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารอื่นอีกครั้งค่ะ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อเรื่องเอกสารอีกด้วยค่ะ

หากคุณต้องการรีไฟแนนซ์ ลองหาข้อมูลเยอะๆนะคะ เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายๆธนาคาร ยังไม่ได้รีบร้อนค่ะ เพราะหากทำไปแล้วจะมาแก้ไขในภายหลังได้ยากค่ะ ฉะนั้นเรื่องแบบนี้ต้องใจเย็นๆค่อยๆทำค่ะ คุณสามารถดูข้อมูลการรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารต่างๆได้จาก imoney.in.th เราได้รวบรวมหลายธนาคารมาให้คุณได้ลองพิจารณาเปรียบเทียบ โปรโมชั่น ส่วนลด สิทธิประโยชน์ต่างๆ และที่สำคัญ คือเรื่องของดอกเบี้ยค่ะ เพราะที่คุณต้องการรีไฟแนนซ์ก็เพราะต้องการลดภาระของดอกเบี้ย ฉะนั้น ต้องดูเรื่องนี้ดีๆนะคะ อย่างที่เราเคยบอกไปว่า ถ้าจะเปรียบเทียบนั้น จะมาดูดอกเบี้ยนแค่ในปีแรกปีเดียวไม่ได้นะคะ คุณจะต้องดูอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกค่ะ เพราะจะถูกจะแพงเรามาวัดกันตรงนี้ค่ะ นอกจากนี้เรายังมีบทความดีที่เกี่ยวกับการเงินมาให้คุณได้อ่านกันอีกมากมายเลยค่ะ ยังไงฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้กับพวกเราชาว iMoney ด้วยนะคะ และในครั้งหน้าเราจะมีเรื่องการเงินอะไรมาบอกกันอย่าลืมติดตามกันค่ะ

ขอบขอบคุณข้อมูลสำคัญจากธนาคารกรุงไทย www.ktb.co.th