บทความ : รวมทุกคำถาม ทุกคำตอบ ที่เกี่ยวกับรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารยูโอบี By iMoney.in.th

สวัสดีค่ะกลับมาพบกับพวกเรา iMoney ที่จะตอบเรื่องเกี่ยวกับการเงิน ทุกคำถามของทุกคนเรามีคำตอบให้กับคุณค่ะ เช่นเคยค่ะเราก็พลาดที่จะนำโปรโมชั่นดีๆจากธนาคาร UOB  มาฝากกันค่ะ ในปัจจุบันนี้คนไทยเป็นหนี้กันมาก ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่ก็มาจากหนี้บัตรเครดิต เพราะการใช้จ่ายโดยผ่านบัตรเครดิตนั้นง่ายมาก อีกอย่างเดี๋ยวนี้การจะมีบัตรเครดิตสักใบไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว พอคุณได้ทำงานไปซักระยะหนึ่งแล้วก็สามารถทำบัตรเครดิตได้แล้ว แค่มีเงินเดือนเพียง 15,000 บาท ก็บัตรเครดิตเหมือนคนอื่นได้แล้ว iMoney ต้องขอบอกเลยค่ะ ว่าการมีบัตรเครดิตนั้นไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไปนะคะ หากคุณรู้จักใช้บัตรเครดิตให้เป็น จ่ายตรงเวลา คุณก็จะไม่ตกเป็นทาสของบัตรเครดิต มีหนี้สินตามมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนเราก็มักจะบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบค่ะ เมื่อไรที่เงินไม่พอก็มักจะกู้เพิ่มกันอยู่เรื่อยๆ เพราะการมีบัตรเครดิตทำให้คุณมีความสะดวกสบายในการใช้จ่ายมากขึ้น คุณเลยเพลินเพลินไปกับการใช้บัตรเครดิต ชนิดที่เรียกว่า รูดปรื้ดๆ ใช้จ่ายก็ไม่ได้คิดเท่าไร พอสิ้นเดือนถึงกับหน้ามืด ปวดหัวกันเลยที่เดียว จะจ่ายบัตรเครดิตแต่ละที ก็ไม่มีเงินไปจ่าย จ่ายได้เพียงแค่ขั้นต่ำเท่านั้น ทำให้คุณไม่สามารถหลุดพ้นจากการเป็นหนี้เสียทีค่ะ แต่ไม่เป็นไร คนเราเป็นหนี้ได้ ก็เลิกเป็นได้เช่นกัน iMoney จึงขอแนะนำให้คุณที่มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบให้คุณรวมหนี้ไว้ที่เดียว เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องมานั่งจ่ายแต่ดอกเบี้ย ซึ่งวิธีนี้เราเรียกว่า “การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” วิธีนี้ก็เป็นทางออกที่ดีวิธีหนึ่งนะคะ เพราะช่วยทำให้คุณจ่ายน้อยกว่าที่ต้องจ่ายไปในแต่ละเดือน ดอกเบี้ยก็ถูกลง มีเงินเหลือใช้ มีเงินให้ออมกันมากขึ้นด้วยค่ะ เรามีดูกันดีกว่าค่ะถ้าคุณคิดจะรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคาร UOB  เขามีโปโปรโมชั่นดีๆอะไรกันบ้างติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคาร UOB สมัครง่าย อนุมัติเร็ว - imoney

Credit : https://pixabaycom

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคาร UOB สมัครง่าย อนุมัติเร็ว ได้เงินก้อนใหญ่ โปะหนี้บัตรเครดิต เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับคุณ

สินเชื่อ UOB I-CASH

สินเชื่อ UOB I-CASH เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ ที่ไม่ต้องมีหลักประกันหรือคนค้ำประกันในการสมัครค่ะ คุณสามารถนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ ไม่ว่าคุณไปรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตก็สามารถทำได้ เพียงแค่มีเงินเดือน 15,000 บาท ก็สามารถสมัครได้แล้วค่ะ วงเงินที่ให้นั้นสูงถึง 1,000,000 บาท คุณยังสามารถเลือกการผ่อนจ่ายได้สูงถึง 5 ปีเลยค่ะ และที่สำคัญเลยค่ะ หากคุณไม่ต้องการใช้เงินแล้วสามารถยกเลิกได้ภายใน 7 วันอีกด้วยค่ะ เห็นไหมค่ะว่าสินเชื่อ UOB I-CASH น่าสนใจขนาดไหน ยามคุณเดือนร้อน ธนาคารก็อนุมัติไวมากค่ะ แค่ 1 ชั่วโมงก็รู้ผลทันที ไม่ต้องการใช้เงินแล้วก็แค่ยกเลิกไป ง่ายๆเลยใช่ไหมค่ะ คุณคงอยากจะสมัครกันแล้วใช่ไหมค่ะ เราลองไปดูเงื่อนไขกันเลยค่ะ

เงื่อนไขการขอกู้

  • จะต้องมีสัญชาติไทย
  • ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือคนค้ำประกัน
  • พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป (แต่เมื่อรวมอายุของผู้สมัครกับระยะเวลาในการผ่อนต้องไม่เกิน 60 ปีค่ะ) เงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน และมีอายุการทำงานอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป
  • ธรุกิจส่วนตัว อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป (แต่เมื่อรวมอายุของผู้สมัครกับระยะเวลาในการผ่อนต้องไม่เกิน 60ปีค่ะ) มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน และทำธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

อัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อ

อัตราดอกเบี้ย เริ่มตั้งแต่ 19.99% – 27.99% ต่อปี ทั้งนี้ ดอกเบี้ยขึ้นอยู่วงเงินที่ได้รับอนุมัติ

  • สำหรับพนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้ประจำ
    • เงินเดือนตั้งแต่ 15,000 – 30,000 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR +24% หรือคิดเป็น 27.99 ต่อปีค่ะ
    • เงินเดือนตั้งแต่ 30,000 – 50,000 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR +24% หรือคิดเป็น24.99 ต่อปีค่ะ
    • เงินเดือนตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR +24% หรือคิดเป็น 21.99 ต่อปีค่ะ
    • เงินเดือนตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR+24% หรือคิดเป็น 19.99 ต่อปีค่ะ
  • สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัว
    • รายได้ตั้งแต่ 20,000 – 50,000 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR +24% หรือคิดเป็น 27.99 ต่อปีค่ะ
    • รายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ MRR +24% หรือคิดเป็นร้อยละ 24.99 ต่อปีค่ะ

ทั้งนี้ หากคุณผิดนัดการชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดธนาคารจะคิดดอกเบี้ยสูงสุด ซึ่งคุณอาจจะไม่ได้อัตราดอกเบี้ยที่เราได้แจ้งไปค่ะ แต่การคิดดอกเบี้ยจะต้องไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปีค่ะ ซึ่งปัจจุบัน MRR อยู่ที่ร้อยละ 7.75 ซึ่งข้อมูลนี้ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ค่ะ

ค่าธรรมเนียมในกู้เงิน

  • ฟรี ค่าธรรมเนียมในการขอกู้
  • ค่าปรับกรณีที่คุณชำระปิดบัญชีก่อนหมดสัญญา โดยธนาคารจะใช้วิธีที่คำนวณ ดังนี้ค่ะ
    • นำอัตราดอกเบี้ยที่คุณได้รับอนุมัติ ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นกับวงเงินที่คุณได้รับค่ะ กับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดคืออัตราร้อยละ 28 นำมาคูณกับยอดคงค้าง ทั้งจำนวน แล้วคูณจำนวนวันซึ่งจะนับตั้งแต่วันที่คุณทำสัญญา จนถึงวันที่คุณปิดบัญชีค่ะ แล้วนำผลทั้งหมดมาหารด้วย 365 ค่ะ
  • ค่าอากรแสตมป์ ซึ่งอัตราการ 0.05% ของวงเงินได้รับอนุมัติค่ะ

เอกสารประกอบการสมัคร

  • สำหรับพนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้ประจำ
    • สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ควรที่จะขีดคร่อมและเขียนวัตถุประสงค์ในการใช้งานให้เรียบร้อยนะคะ)
    • สำเนาทะเบียนบ้าน หน้าที่มีชื่อของคุณด้วยนะคะ ซึ่งใช้สำหรับผู้ที่ใช้บัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ ในการยื่นสมัครค่ะ หากคุณใช้เป็นสำเนาบัตรประชาชนก็ไม่ต้องยื่นสำเนาทะเบียนบ้านค่ะ
    • สลิปเงินเดือน ต้องเป็นเดือนล่าสุดที่สมัครนะคะ จะใช้เป็นสำเนาหรือตัวจริงก็ได้ค่ะ
    • หรือหนังสือรับรองเงินเดือน ต้องเป็นฉบับจริงเท่านั้นนะคะ
    • สำเนารายการบัญชีเงินฝาก ที่มีเงินเดือนเข้า หรือ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน ต้องเป็นเดือนที่ติดต่อกันค่ะ นับจากวันที่คุณได้สมัครค่ะ ซึ่งจะต้องแนบเอกสารนี้ หากคุณใช้เป็นหนังสือรับรองเงินเดือนในการยื่นสมัครค่ะ
    • สำเนาบัญชีเงินฝากหน้าแรกที่มีชื่อของคุณ ซึ่งจะต้องเป็นบัญชีที่คุณต้องการให้ธนาคารโอนเงินให้คุณเมื่อได้รับอนุมัติแล้วค่ะ
  • สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัว
    • สำเนาบัตรประชาชน (ควรที่จะขีดคร่อมและเขียนวัตถุประสงค์ในการใช้งานให้เรียบร้อยนะคะ)
    • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด และสำเนาใบทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ค่ะ โดยจะต้องคัดสำเนามาไม่เกิน 3 เดือนค่ะนับจากวันที่คุณได้สมัครค่ะ
    • สำเนารายการบัญชีเงินฝาก หรือ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน ต้องเป็นเดือนที่ติดต่อกันค่ะ นับจากวันที่คุณได้สมัครค่ะ
    • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น โดยจะต้องคัดสำเนามาไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันที่คุณได้สมัครค่ะ
    • สำเนาบัญชีเงินฝากหน้าแรกที่มีชื่อของคุณ ซึ่งจะต้องเป็นบัญชีที่คุณต้องการให้ธนาคารโอนเงินให้คุณเมื่อได้รับอนุมัติแล้วค่ะ

ช่องทางการชำระเงิน

  • ฟรี หากคุณจ่ายเงินค่างวดผ่านช่องทางของธนาคารยูโอบีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น หักผ่านบัญชี หรือจะเป็นที่เคาน์เตอร์ หรือจะเลือกจ่ายเองผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ต ยูโอบี เพอร์ซัลนอล อินเทอร์เน็ต แบงก์กิ้ง แต่จะต้องมีบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน กับทางธนาคารยูโอบีนะคะ จึงจะสามารถเลือกจ่ายด้วยวิธีนี้ได้ค่ะ คุณสามารถเลือกได้ตามสะดวกเลยค่ะ
  • จุดบริการรับชำระเคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกที่ คิดค่าบริการ 15 บาท/บิลค่ะ เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑลค่ะ หากชำระในเขตต่างจังหวัด จะคิดค่าบริการอยู่ที่ 20 บาท/บิลค่ะ
  • หากคุณจ่ายผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 15 บาท/บิลค่ะ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดค่ะ
  • หากคุณจ่ายผ่าน Electronics ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท/บิลค่ะ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดค่ะ
  • หากคุณจ่ายผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 17 บาท/บิลค่ะ ค่ะ เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑลค่ะ หากชำระในเขตต่างจังหวัด จะคิดค่าบริการอยู่ที่ 30 บาท/บิลค่ะ

หากคุณเลือกที่จะจ่ายโดยผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ถ้ายอดจ่ายของคุณเกิน 50,000 บาทขึ้นไป คุณจะต้องเสียค่าธรรมเพิ่มจากที่เราได้แจ้งไปนะคะ โดยจะคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มในอัตราร้อยละ 0.1 ค่ะ สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทค่ะ

สนใจสมัครสินเชื่อทุกประเภทได้ที่

  • คุณสามารถสมัครได้ที่ธนาคาร UOB ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทรสอบถามได้ที่ Call Center 02-285-1555 หรือถ้าจะให้สะดวกก็สามารถสมัครได้ทางออนไลน์ คลิกได้ที่นี่ค่ะ https://ereport.uob.co.th/UOBWebFrontService/

สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส

สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส จะมาในรูปของบัตรค่ะ หรือที่เราเรียกกันว่า บัตรกดเงินสด นั่นเองค่ะ ซึ่งการสมัครบัตรนี้ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือคนมาค้ำประกันให้วุ่นวายใจเลยค่ะ หากคุณสมัครแค่เพียงครั้งเดียว สามารถใช้ได้ตลอดชีพเลยค่ะ ซึ่งวงเงินที่ให้ก็สูงสุดถึง 1,000,000 บาท เพื่อให้คุณได้มีความคล่องตัวในการใช้เงินไม่ว่าจะฉุกเฉินแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวลใจกันเลยค่ะ แถมวงเงินที่ได้นั้นก็สูงเท่ากับสินเชื่อ UOB I-CASH เลยค่ะ เพียงแต่ในการจ่ายนั้น ให้เลือกจ่ายขั้นต่ำเพียงแค่ 500 บาทเท่านั้น หรือร้อยละ 5 จากยอดที่ค้างค่ะ หรือหากคุณมีเงินมากกว่าตามยอดก็สามารถจ่ายได้ค่ะ เรียกได้ว่ามีเท่าไรจ่ายเท่านั้น แต่อย่าต่ำกว่าที่กำหนดตามยอดขั้นต่ำค่ะ ในการคิดดอกเบี้ยนั้นธนาคารก็คิดตามจริงค่ะ กดเงินวันไหน ก็คิดวันนั้น หากคุณไม่กดเงินมาใช้ก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยค่ะ เราลองมาดูเงื่อนไขต่างๆกันดีกว่าค่ะ ว่ามันแตกต่างกับ สินเชื่อ UOB I-CASH หรือไม่ค่ะ

เงื่อนไขการขอกู้

  • จะต้องมีสัญชาติไทย
  • ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือคนค้ำประกัน
  • พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป (แต่เมื่อรวมอายุของผู้สมัครกับระยะเวลาในการผ่อนต้องไม่เกิน 60 ปีค่ะ) เงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน และมีอายุการทำงานอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป
  • ธรุกิจส่วนตัว อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป (แต่เมื่อรวมอายุของผู้สมัครกับระยะเวลาในการผ่อนต้องไม่เกิน 60ปีค่ะ) มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน และทำธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

อัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อ

อัตราดอกเบี้ย เริ่มตั้งแต่ 25 – 28% ต่อปี ทั้งนี้ ดอกเบี้ยขึ้นอยู่วงเงินที่ได้รับอนุมัติ

  • สำหรับพนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้ประจำ
    • เงินเดือนตั้งแต่ 15,000 – 24,999 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 28 ต่อปีค่ะ
    • เงินเดือนตั้งแต่ 25,000 – 49,999 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 27 ต่อปีค่ะ
    • เงินเดือนตั้งแต่ 50,000 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 25 ต่อปีค่ะ

ทั้งนี้ หากคุณผิดนัดการชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดธนาคารจะคิดดอกเบี้ยสูงสุด ซึ่งคุณอาจจะไม่ได้อัตราดอกเบี้ยที่เราได้แจ้งไปค่ะ แต่การคิดดอกเบี้ยจะต้องไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปีค่ะ ยังไงก็รักษาวินัยในการจ่ายเงินด้วยนะคะ เพื่อที่คุณเองก็จะได้ไม่เสียเครดิต หรือมีประวัติทางการเงินที่ไม่ดีค่ะ

วิธีการคำนวณดอกเบี้ย

หลายคนอาจจะยังไม่รู้วิธีของการคิดดอกเบี้ยแบบตามจริงการกดของคุณ วันนี้ iMoney เรามีวิธีคิดแบบง่ายๆ เป็นตัวอย่างคุณได้ลองคิดกันเล่นๆกันค่ะ

ดอกเบี้ยมาจากการ  = จำนวนเงินที่คุณได้เบิก x จำนวนวัน x อัตราดอกเบี้ยต่อปี (ซึ่งดอกเบี้ยดูเงินเดือนของคุณ) และนำมาผลที่ได้จากการคูณ มาหารด้วย 365 วันค่ะ

เราจะมายกตัวอย่างในการคิดดอกเบี้ยจากสูตรที่เราได้บอกไปนะคะ ในที่นี่เราจะคิดดอกเบี้ยต่อระยะเวลา 30 วันค่ะ ถ้าในความเป็นจริงอาจมากกว่านี้ก็ได้ค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น    =  1,500 บาท x 30 วัน x 0.25 (คือดอกเบี้ยร้อยละ 25 ต่อปีค่ะ) และนำมาผลที่ได้จากการคูณ มาหารด้วย 365 วันค่ะ

ฉะนั้น ดอกเบี้ยที่จะต้องเสียคือ 30.82 บาทค่ะ

ในกรณีที่ดอกเบี้ยอยู่อัตราร้อยละ 25 ต่อปีนะคะ

  • หากคุณกดเงิน 1,500 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 30.82 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 5,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 102.74 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 10,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 205.48บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 15,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 308.22 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 20,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 410.95บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 30,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 616.44บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ

ในกรณีที่ดอกเบี้ยอยู่อัตราร้อยละ 27 ต่อปีนะคะ

  • หากคุณกดเงิน 1,500 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 33.29 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 5,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 110.96 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 10,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 221.92 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 15,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 332.88 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 20,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 443.84 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 30,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 665.75 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ

ในกรณีที่ดอกเบี้ยอยู่อัตราร้อยละ 28 ต่อปีนะคะ

  • หากคุณกดเงิน 1,500 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 34.52 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 5,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 115.07 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 10,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 230.14 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 15,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 345.05 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 20,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 460.27 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ
  • หากคุณกดเงิน 30,000 บาท คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ที่ 690.41 บาท ต่อรอบบิลนั้นค่ะ

โดยวิธีการคำนวณดอกเบี้ยก็จะประมาณนี้ค่ะ สำหรับบัตรกดเงินสดค่ะ เพื่อนลองกับคำนวณดูนะคะ ซึ่งสามารถทดลองได้จากบิลเก่าๆของคุณค่ะ ดูสิว่าธนาคารเขาคิดดอกเบี้ยให้คุณถูกหรือไม่ การคิดดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่คุณควรจะต้องรู้นะคะ เพื่อผลประโยชน์ของคุณเองค่ะ

ค่าธรรมเนียมในกู้เงิน

  • ฟรี ค่าธรรมเนียมในการขอกู้
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปี
  • ค่าอากรแสตมป์ ซึ่งอัตราการ 0.05% ของวงเงินได้รับอนุมัติค่ะ

 เอกสารประกอบการสมัคร

  • สำหรับพนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้ประจำ
    • สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ควรที่จะขีดคร่อมและเขียนวัตถุประสงค์ในการใช้งานให้เรียบร้อยนะคะ)
    • สำเนาทะเบียนบ้าน หน้าที่มีชื่อของคุณด้วยนะคะ ซึ่งใช้สำหรับผู้ที่ใช้บัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ ในการยื่นสมัครค่ะ หากคุณใช้เป็นสำเนาบัตรประชาชนก็ไม่ต้องยื่นสำเนาทะเบียนบ้านค่ะ
    • สลิปเงินเดือน ต้องเป็นเดือนล่าสุดที่สมัครนะคะ จะใช้เป็นสำเนาหรือตัวจริงก็ได้ค่ะ
    • หรือหนังสือรับรองเงินเดือน ต้องเป็นฉบับจริงเท่านั้นนะคะ
    • สำเนารายการบัญชีเงินฝาก ที่มีเงินเดือนเข้า หรือ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน ต้องเป็นเดือนที่ติดต่อกันค่ะ นับจากวันที่คุณได้สมัครค่ะ ซึ่งจะต้องแนบเอกสารนี้ หากคุณใช้เป็นหนังสือรับรองเงินเดือนในการยื่นสมัครค่ะ
    • สำเนาบัญชีเงินฝากหน้าแรกที่มีชื่อของคุณ ซึ่งจะต้องเป็นบัญชีที่คุณต้องการให้ธนาคารโอนเงินให้คุณเมื่อได้รับอนุมัติแล้วค่ะ
  • สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัว
    • สำเนาบัตรประชาชน (ควรที่จะขีดคร่อมและเขียนวัตถุประสงค์ในการใช้งานให้เรียบร้อยนะคะ)
    • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด และสำเนาใบทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ค่ะ โดยจะต้องคัดสำเนามาไม่เกิน 3 เดือนค่ะนับจากวันที่คุณได้สมัครค่ะ
    • สำเนารายการบัญชีเงินฝาก หรือ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน ต้องเป็นเดือนที่ติดต่อกันค่ะ นับจากวันที่คุณได้สมัครค่ะ
    • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น โดยจะต้องคัดสำเนามาไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันที่คุณได้สมัครค่ะ
    • สำเนาบัญชีเงินฝากหน้าแรกที่มีชื่อของคุณ ซึ่งจะต้องเป็นบัญชีที่คุณต้องการให้ธนาคารโอนเงินให้คุณเมื่อได้รับอนุมัติแล้วค่ะ

ช่องทางการชำระเงิน

  • ฟรี หากคุณจ่ายเงินค่างวดผ่านช่องทางของธนาคารยูโอบีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น หักผ่านบัญชี หรือจะเป็นที่เคาน์เตอร์ หรือจะเลือกจ่ายเองผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ต ยูโอบี เพอร์ซัลนอล อินเทอร์เน็ต แบงก์กิ้ง ยูโอบี โฟนแบงก์กิ้ง โทร 02-285-1555 แต่จะต้องมีบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน กับทางธนาคารยูโอบีนะคะ จึงจะสามารถเลือกจ่ายด้วยวิธีนี้ได้ค่ะ คุณสามารถเลือกได้ตามสะดวกเลยค่ะ
  • ชำระเงินที่ทำการไปรษณีย์ (Pay at Post) จะมีค่าบริการ 10 บาท/บิลค่ะ สำหรับจ่ายไม่เกิน 50,000 บาท/บิลนะคะ
  • จุดบริการรับชำระเคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกที่ คิดค่าบริการ 15 บาท/บิลค่ะ เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑลค่ะ หากชำระในเขตต่างจังหวัด จะคิดค่าบริการอยู่ที่ 20 บาท/บิลค่ะ
  • หากคุณจ่ายผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 15 บาท/บิลค่ะ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดค่ะ
  • หากคุณจ่ายผ่าน Electronics ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท/บิลค่ะ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดค่ะ
  • หากคุณจ่ายผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 17 บาท/บิลค่ะ ค่ะ เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑลค่ะ หากชำระในเขตต่างจังหวัด จะคิดค่าบริการอยู่ที่ 30 บาท/บิลค่ะ
  • เทสโก้ โลตัส หรือจะเป็น เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส คิดค่าบริการ 10 บาท/บิลค่ะ
  • ชำระเงินที่ TOT คิดค่าบริการ 15 บาท/บิลค่ะ
  • ชำระเงินที่ JAY MART คิดค่าบริการ 15 บาท/บิลค่ะ
  • ชำระเงินที่ mPay STATION คิดค่าบริการ 15 บาท/บิลค่ะ
  • ชำระเงินที่ True Money คิดค่าบริการ 20 บาท/บิลค่ะ

หากคุณเลือกที่จะจ่ายโดยผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ถ้ายอดจ่ายของคุณเกิน 50,000 บาทขึ้นไป คุณจะต้องเสียค่าธรรมเพิ่มจากที่เราได้แจ้งไปนะคะ โดยจะคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มในอัตราร้อยละ 0.1 ค่ะ สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทค่ะ

สนใจสมัครสินเชื่อทุกประเภทได้ที่

  • คุณสามารถสมัครได้ที่ธนาคาร UOB ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทรสอบถามได้ที่ Call Center 02-285-1555 หรือถ้าจะให้สะดวกก็สามารถสมัครได้ทางออนไลน์ คลิกได้ที่นี่ค่ะ https://ereport.uob.co.th/UOB

สินเชื่อบุคคลของธนาคาร UOB ที่เราได้แนะนำไปหลายคนอาจจะยังสงสัย หาต้องการรีไฟแนนซ์ ควรจะสมัครสินเชื่อไหนดี ระหว่าง สินเชื่อ UOB I-CASH กับ สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส พวกเราได้รวบรวมคำถามต่างๆ ที่คุณควรจะรู้มาให้ค่ะ เพื่อประกอบการพิจารณาก่อนการตัดสินใจสมัครสินเชื่อค่ะ

คำถาม-มีคำตอบ ที่คุณควรรู้ กับการสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคาร UOB

ต้องการจะรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ควรสมัครสินเชื่อไหนดี?

  • คุณสามารถสมัครได้ทุกสินเชื่อของธนาคาร UOB เลยค่ะ ได้แก่ สินเชื่อ UOB I-CASH กับ สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส โดยเป็นไปตามเงื่อนไขแต่ละประเภทของสินเชื่อค่ะ

สินเชื่อส่วนบุคคลไหนที่ได้มีดอกเบี้ยถูกที่สุด?

  • สินเชื่อที่มีดอกเบี้ยถูกที่สุดคือ สินเชื่อ UOB I-CASH แต่ถ้าถามว่าถูกกว่ากันมากไหม ตอบได้เลยค่ะ ไม่มากค่ะ เพราะถ้าคุณมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ดอกเบี้ยก็จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 27.99 ต่อปี ค่ะ แต่ถ้าเป็น สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 28 ต่อปีค่ะ แต่ถ้าหากคุณมีรายได้ที่มากกว่า 30,000 บาทขึ้นไป ดอกเบี้ยก็จะเริ่มที่แตกต่างกันแล้วนะคะ ซึ่ง สินเชื่อ UOB I-CASH ดอกเบี้ยจะถูกกว่าค่ะ ยังไงลองพิจารณาดูนะคะ

สินเชื่อ UOB I-CASH กับ สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส แตกต่างกันอย่างไง?

  • สินเชื่อทั้ง 2 แตกต่างกันตรงที่ สินเชื่อ UOB I-CASH จะให้เงินก้อนกับคุณโดยโอนเข้าบัญชีค่ะ และมีระยะเวลาในการผ่อนที่แน่นอนค่ะ และในส่วนของ สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส จะมาในรูปแบบของบัตรกดเงินสด คือ ต้องการใช้เงินเมื่อไรก็กดเมื่อนั้น ดอกเบี้ยก็จะคิดจากยอดจำนวนเงินที่กดไปจริงค่ะ แต่จะไม่ผ่อนเป็นรายเดือน เดือนละเท่าๆกันนะคะ โดยที่คุณสามารถจ่ายแบบขั้นต่ำได้ หรือถ้ามีเงินก้อนก็โปะได้ค่ะ

สินเชื่อส่วนบุคคลไหนที่สามารถผ่อนได้นานที่สุด?

  • สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส สามารถผ่อนได้นานค่ะ เพราะหากคุณยังไม่มีเงินไปปิดบัญชี ก็สามารถจ่ายขั้นต่ำไปได้เรื่อยๆ แต่ว่าคุณจะต้องเสียดอกเบี้ยแพงกว่า สินเชื่อ UOB I-CASH

สินเชื่อแต่ละประเภทให้วงเงินเท่าไรบ้าง?

  • สินเชื่อ UOB I-CASH กับ สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส ให้วงเงินสูงสุดเท่ากันเลยค่ะ คือวงเงิน 1,000,000 บาท

คุณสมบัติในการสมัครสินเชื่อ UOB I-CASH กับ สินเชื่อยูโอบี แคชพลัส แตกต่างกันไหม?

  • ตอบได้เลยค่ะ ไม่แตกต่างกันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอายุที่เริ่มต้องตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป มีฐานเดือนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท และเอกสารอื่นๆที่ประกอบการพิจารณา เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน และStatement ย้อนหลัง 6 เดือน ก็จะต้องเตรียมเอกสารเหมือนกันค่ะ

หากทำธุรกิจส่วนตัวสามารถสมัครสินเชื่อยูโอบี แคชพลัส ได้หรือไม่?

  • สมัครได้ค่ะ ในการสมัครนั้นคุณจะต้องเตรียมประกอบการสมัคร ดังนี้ 1.สำเนาบัตรประชาชน 2.สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท/ใบทะเบียนการค้า ต้องไม่เกิน 3 เดือน 3.บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ต้องไม่เกิน 3 เดือน 4.สำเนารายการบัญชีเงินฝาก หรือ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน 5.สำเนาบัญชีเงินฝากหน้าแรกที่มีชื่อคุณค่ะ ซึ่งการคิดดอกเบี้ยนั้น จะเริ่มตั้งแต่ร้อยละ 25 – 28 ต่อปี ทั้งนี้ ดอกเบี้ยขึ้นอยู่วงเงินที่ได้รับอนุมัติ

การอนุมัติสินเชื่อ UOB I-CASH  ใช้เวลานานเท่าไหร่?

  • ธนาคารจะทำการตรวจสอบเอกสาร หากครบถ้วน คุณก็จะทราบผลอนุมัติภายใน 3 วันทำการ

สามารถยกเลิกวงเงินได้หรือไม่ หากได้รับอนุมัติจากธนาคารแล้ว?

  • หากธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อให้กับคุณแล้ว คุณสามารถยกเลิกได้ภายใน 7 วัน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลยค่ะ สำหรับสินเชื่อ UOB I-CASH นะคะ ถ้าหากสินเชื่อยูโอบี แคชพลัส ต้องการยกเลิกเมื่อไรก็ได้ค่ะ เพราะจะไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีอยู่แล้วค่ะ เมื่อคุณไม่ได้กดเงิน คุณก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยค่ะ

การมีบัตรเครดิตนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสียนะคะ ก็เหมือนเหรียญย่อมมีสองด้าน มีทั้งดีและไม่ดี iMoney จึงอยากจะให้เพื่อนๆทุกคนวางแผนการเงิน มีวินัยในการใช้เงิน เพื่อที่คุณจะไม่ต้องมาเสียดอกเบี้ยโดยที่ไม่จำเป็น หรือบางคนเป็นหนี้สินจนไม่เงินจ่ายธนาคาร ก็ต้องเสียประวัติทางการเงิน หากในอนาคตต้องการจะกู้อะไรก็จะยากขึ้นนะคะ อย่างไรก็ตาม iMoney ก็ขอเป็นกำลังให้กับทุกคนค่ะ ไม่ว่าคุณจะเป็นหนี้มากแค่ไหน หรือถึงขั้นต้องติดเครดิตบูโร ก็ไม่ต้องเครียดนะคะ เพราะทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไขค่ะ ขอเพียงแค่ให้คุณตั้งสติ และวางแผนการเงินให้มากขึ้น รู้จักออมเงินกันด้วยนะคะ เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้าค่ะ สำหรับวันนี้ iMoney ก็หวังข้อมูลที่เราได้นำมาจะประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนเป็นอย่างมากนะคะ และในครั้งหน้า เรายังมีบทความดีๆเกี่ยวกับการเงินมาฝากกันอย่างแน่นอนค่ะ อย่าลืมติดตามและเป็นกำลังใจกับพวกเราด้วยนะคะ imoney.in.th

ขอบคุณข้อมูลสำคัญจาก www.uob.co.th