บทความ : การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตคืออะไร? ต้องทำอะไรบ้าง? หาคำตอบได้ที่ iMoney.in.th By iMoney.in.th
Advertising :

สำหรับสังคมยุคใหม่ เดี๋ยวนี้การมีบัตรเครดิตเป็นเรื่องปกติของทุกคนไปแล้ว ด้วยประโยชน์ของบัตรเครดิตที่สามารถเพิ่มช่องทางในการจับจ่ายซื้อของได้อย่างสะดวกสบาย ซื้อก่อนค่อยผ่อนทีหลังชีวิตดี๊ดีจะตาย สำหรับคนที่บริหารจัดการหนี้ที่เกิดขึ้นจากบัตรเครดิตนี้ได้ก็จะมีความสุขต่อไป แต่สำหรับคนที่พลั้งเผลอใช้เงินในอนาคตเกินตัวหรือสุดท้ายไม่สามารถจัดการกับหนี้สินบัตรเครดิตเหล่านี้ได้ อาจเครียดและต้องการหาทางออก จึงเป็นที่มาของ “การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” หลายๆคนอาจไม่รู้จักคำนี้ด้วยซ้ำจึงปล่อยให้หนี้สินบัตรเครดิตกลายเป็นหนี้เสีย วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกันแล้วคุณจะรู้ว่า “สวรรค์มาโปรดมันมีอยู่จริง”

Advertising:

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตคืออะไร?

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คือ การย้ายวงเงินที่เราค้างชำระอยู่ในบัตรเครดิตที่เก่าทั้งต้นทั้งดอก ไปยังธนาคารที่รับ รีไฟแนนซ์เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ให้เหมาะสมต่อการชำระหนี้ คล้ายๆกับเป็นการรวมเจ้าหนี้หลายๆคน มาเป็นเจ้าหนี้คนเดียวกันอะไรแบบนี้ ซึ่งธนาคารใหม่มักมีโปรโมชั่นจูงใจเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหรือเป็นการยืดระยะเวลาออกไปก็ได้ค่ะ

จุดประสงค์ของการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

เป็นที่ทราบกันอยู่ว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตแพงมาก นั่นคือประมาณ 28% ต่อปี การทำรีไฟแนนซ์ก็เพื่อจะได้ลดดอกเบี้ยลงมา ซึ่งก็แล้วแต่ว่าธนาคารแห่งใหม่จะคิดเท่าไร อย่างธนาคารทหารไทยรับรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต โดยมีโปรโมชั่น ดอกเบี้ยปีแรกที่ 10% เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อรีไฟแนนซ์แล้วอาจได้เงินส่วนต่างมาใช้จ่ายได้อีกด้วย

วงเงินที่ได้ส่วนใหญ่เป็นเท่าไร?

วงเงินสูงสุดที่ธนาคารใหม่จะพิจารณาไม่เกิน 100% ของภาระหนี้คงเหลือรวมทั้งหมดค่ะ

ส่วนใหญ่รีไฟแนนซ์แล้วใช้เวลาการผ่อนนานขนาดไหน?

เมื่อรีไฟแนนซ์แล้วจะมีระยะเวลาในการผ่อนชำระตั้งแต่ 18 – 36 เดือน หรือบางที่ให้ถึง 60 เดือน ก็มีค่ะ

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

สำหรับการย้ายค่ายแบบนี้แน่นอนอาจต้องมีค่าใช้จ่ายกันบ้าง ซึ่งก็แล้วแต่นโยบายขอแต่ละธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 0.5% ของวงเงินสินเชื่อค่ะ

ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตคิดอย่างไร

ในการรีไฟแนนซ์จะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ซึ่งจะคล้ายคลึงกับวิธีการคิดดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อรถยนต์ แต่จะมีการนำค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวข้องมารวมในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยเพื่อใช้ในการคิดลดด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะคำนวณแบนี้ค่ะ

ดอกเบี้ยชำระต่องวด = เงินต้นคงเหลือxอัตราดอกเบี้ยต่องวดx12xจำนวนวัน แล้วหารด้วย 365

ค่าธรรมเนียมจ่ายต่องวด = เงินต้นคงเหลือxค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินต่องวดx12xจำนวนวัน แล้วหารด้วย 365

เงินต้นที่ต้องชำระต่องวด  = ยอดเงินต้นที่ชำระต่องวด- ดอกเบี้ยชำระต่องวด- ค่าธรรมเนียมจ่ายต่องวด

เงินต้นคงเหลืองวดถัดไป = ยอดหนี้- เงินต้นที่ชำระ

ทั้งนี้สำหรับเงินต้นคงเหลือในงวดที่ 1 นำไปคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในงวดที่ 2 ส่วนเงินต้นคงเหลือในงวดที่ 2 ก็จะใช้คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในงวดที่ 3 แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนครบค่ะ ดูงงๆนิดหน่อยนะคะ ค่อยๆศึกษาดูค่ะ

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

  • ช่วยให้มีจำนวนเงินสดเหลือใช้ในแต่ละเดือนมากขึ้นในการเลือกการส่งค่างวดที่ต่ำกว่า ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้สามารถบริหารเงินสดได้ดีขึ้น อีกทั้งวางแผนการใช้เงินได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยลดยอดหนี้บัตรเครดิตรวมที่ต้องชำระลง หากเลือกรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับระยะเวลาผ่อนชำระเท่ากัน
  • ทำให้คลายความกังวลเรื่องภาระหนี้บัตรเครดิตลงไปได้บ้าง
  • ช่วยปิดยอดหนี้บัตรเครดิตได้เร็วขึ้น หากเลือกแบบได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ถูกกว่าธนาคารเดิมโดยการส่งต่องวดเท่าเดิม จะทำให้ปิดยอดหนี้บัตรเครดิตได้เสร็จสิ้นเร็วขึ้น
  • ช่วยรวมหนี้เพื่อให้สะดวกในการชำระครั้งเดียว เพราะหากมีหลายๆใบก็อาจยุ่งยากในการชำระเงินแต่มีที่เดียวจ่ายครั้งเดียวจบ

ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

  • ทำให้เกิดการใช้เงินเกินตัวและก่อภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น
  • ทำให้จำนวนเงินที่มีใช้ในอนาคตลดลง เพราะเรานำเงินในอนาคตมาใช้ล่วงหน้าเยอะแล้ว

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต (โดยทั่วไป)

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมกับระยะเวลาการผ่อนชำระ ต้องไม่เกิน 60 ปี
  3. กรณีทำงานประจำ ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท ขึ้นไป/เดือน หากประกอบธุรกิจส่วนตัว ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท
  4. กรณีที่ทำงานประจำ ต้องมีอายุงาน 2 ปี ขึ้นไป กรณีผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ต้องมีอายุงาน 3 ปี ขึ้นไป
  5. มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อได้
  6. ไม่มีประวัติเสียทางการเงิน ไม่มีภาระหนี้สูง และรายได้สุทธิของผู้ขอสินเชื่อและผู้ค้ำต้องเหลือไม่น้อยกว่า 5,000 บาท/เดือน

* ควรตรวจสอบกับธนาคารอีกครั้งหนึ่งเพื่อความแน่นอน

เอกสารในการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

ในการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเอกสารที่ใช้ก็จะคล้ายๆกับการทำบัตรเครดิตใหม่ซึ่งจะมีดังนี้

กรณีเป็นพนักงานประจำ ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ

  • สำเนาบัตรประชาชนสำเนาบัตรข้าราชการ และสำเนาทะเบียนบ้าน
  • สลิปเงินเดือนที่เป็นต้นฉบับเท่านั้น หรือเป็นหนังสือรับรองเงินเดือนที่อายุไม่เกิน 2 เดือน
  • เอกสารแสดงภาระหนี้ของสถาบันการเงินอื่นๆ
  • สำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อผู้สมัคร เพื่อจะโอนเงินเข้าบัญชี

กรณีเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวหรือประกอบกิจการอื่นๆ

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนหรือสำเนาทะเบียนการค้า
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (กรณีนิติบุคคล)
  • สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ย้อนหลัง 6 เดือน หรือสำเนาภาษีเงินได้ (ภ.พ.30) หรือสำเนางบการเงินปัจจุบัน
    5. สำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อผู้สมัคร
  • เอกสารแสดงภาระหนี้ของสถาบันการเงินอื่น ๆ

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

  1. พิจารณาดูเงื่อนไขและคุณสมบัติของเรา ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินระบุไว้
  2. สรุปความต้องการของเราว่ารีไฟแนนซ์บัตรเครดิตไปเพื่ออะไร
  3. ศึกษาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์ หรือข้อมูลบัตรเครดิตก่อนสมัคร ว่ามีที่ใดบ้างที่ให้ข้อเสนอดีๆเหมาะกับตัวเรามากที่สุด
  4. เตรียมเอกสารและข้อมูลให้พร้อมในการยื่นรีไฟแนนซ์
  5. เลือกช่องทางการรีไฟแนนซ์ ซึ่งจะมีทั้งสมัครผ่านตัวแทน สมัครกับธนาคาร หรือสมัครทางออนไลน์ก็ได้
  6. ในการอนุมัติวงเงินรีไฟแนนซ์ และระยะเวลาผ่อนชำระ จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร ซึ่งเราอาจได้รับการติดต่อจากธนาคารเพื่อยืนยันรายละเอียดนี้
  7. สามารถติดตามผลการรีไฟแนนซ์ ได้จากช่องทางที่ธนาคารระบุไว้ เช่น Call Center หรือเว็บไซต์ของธนาคาร เป็นต้น

คำถามที่พบบ่อยๆ

เมื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตไปแล้ว วงเงินบัตรเครดิตเดิมยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า?

ตอบ วงเงินเดิมยังคงใช้ได้อยู่ค่ะ

หากมีปัญหาเรื่องเครดิตบูโร จะสามารถรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตได้ไหม?

ตอบ ถ้ามีปัญหาเรื่องเครดิตบูโรแบบนี้รีไฟแนนซ์ไม่ได้นะคะ

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

รีไฟแนนซ์อย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด

ไหนๆก็เลือกที่จะรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตกันแล้ว ยังไงก็ต้องให้มีความคุ้มค่ามากที่สุดจริงไหมคะ ซึ่งเราควรพิจารณากันที่

ศึกษาโปรโมชั่นและประเมินความสามารถของเรา

เมื่อเราศึกษาและเปรียบเทียบโปรโมชั่นบัตรเครดิตออกมาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มักมีดอกเบี้ยโปรโมชั่นในตอนแรกที่ต่ำ แต่ตอนหลังจะอยู่ในอัตราปกติ ซึ่งเราควรประเมินด้วยในระยะเวลาที่เขากำหนดนั้นเราจะสามารถชำระคืนได้ตามวงเงินที่เรากู้มาได้จริงๆ หากเราทำไม่ได้สุดท้ายถึงแม้ว่าเราจะได้ดอกเบี้ยต่ำ แต่อาจต้องมาเสียค่าปรับสูงทีหลัง ทั้งยังมีค่าติดตามทวงถามอีก เมื่อรวมๆกันแล้วอาจจะแพงกว่าดอกเบี้ยเสียอีก ดังนั้นก่อนตัดสินใจจึงต้องศึกษารายละเอียดและประเมินความสามารถของเราให้ดีก่อน

ชำระคืนในช่องทางที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม

การชำระคืนเงินกู้สินเชื่อบัตรเครดิตสามารถทำได้หลายช่องทาง แต่ถ้าหากเราชำระในช่องทางที่ยกเว้นค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็น ให้หักผ่านบัญชีธนาคารของธนาคารนั้นๆ หรือไปชำระที่เค้าเตอร์ธนาคารเขา แบบนี้ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการต้องเสียค่าธรรมเนียมในแต่ละเดือนได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะดูเล็กน้อยแต่จำไว้ว่าช่วงที่เรายังเป็นหนี้อะไรที่พอประหยัดได้ก็ควรทำไปก่อน แถมยังจะช่วยให้เราปลดหนี้ได้เร็วขึ้นอีกด้วย

 รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต กับธนาคารไหนดี

ปัจจุบันมีหลายธนาคารที่เปิดบริการให้บริการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ซึ่งแต่ละธนาคารก็มีเงื่อนไขและข้อตกลงที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะศึกษาและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจเลือกให้ดีที่สุดค่ะ มาค่ะมาดูว่ามีธนาคารไหนให้บริการนี้กันบ้าง

ธนาคารทหารไทย (สินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์)

วงเงินอนุมัติให้สูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้สุทธิต่อเดือน หรือตั้งแต่ 30,000-1,000,000 บาท โดยสามารถผ่อนชำระได้นานถึง 5 ปี สำรับเงื่อนไขมีดังนี้

  • ปัจจุบันต้องไม่มีสินเชื่อสวัสดิการ ทีเอ็มบี TMB BenefitPlus กับทางธนาคาร
  • ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุระหว่าง 20 – 60 ปี
  • หากเป็นพนักงานบริษัท, ข้าราชการ, หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องมีรายได้ประจำตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และมีอายุงานไม่น้อยกว่า4 เดือน จะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 10% นาน 1 ปี
  • หากประกอบอาชีพส่วนตัว ต้องมีรายได้ตั้งแต่ 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และต้องประกอบอาชีพส่วนตัวไม่น้อยกว่า2 ปีขึ้นไปธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 50%

 

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (สินเชื่อซับน้ำตา)

สำหรับเงื่อนไขและการอนุมัติวงเงินจะมี 2 แบบด้วยกัน คือ แบบมีหลักประกัน และแบบไม่มีหลักประกัน

แบบมีหลักประกัน

จะให้วงเงินอนุมัติขั้นต่ำ 30,000 บาท และสูงสุดที่ไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 3 – 20 ปีธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 7.25% โดยจะมีเงื่อนไข

  • มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 21 – 67 ปี
  • หากเป็นพนักงานทั่วไป ต้องมีรายได้ประจำ ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และต้องมีอายุงานอย่างน้อย 2 ปีขี้นไป
  • หากประกอบอาชีพส่วนตัว ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปและต้องประกอบอาชีพส่วนตัวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี

แบบไม่มีหลักประกัน 

วงเงินอนุมัติขั้นต่ำ 30,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 3 – 7 ปี และต้องมีบุคคลค้ำประกันอย่างน้อย 1 คน อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 7.25% โดยจะมีเงื่อนไข

  • ต้องมีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 21 – 69 ปี
  • หากเป็นพนักงานทั่วไป ต้องมีรายได้ประจำ ขั้นต่ำ 10,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และต้องมีอายุงานอย่างน้อย 2 ปีขี้นไป
  • หากเป็นผู้ประกอบอาชีพส่วนตัว ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และต้องประกอบอาชีพส่วนตัวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี

ธนาคารกรุงไทย (กรุงไทย Super Easy)

อนุมัติวงเงินในการปล่อยเครดิตสูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้สุทธิต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 1,000,0000 บาท และยังสามารถเลือกผ่อนชำระได้นานตั้งแต่ 12-60 เดือน โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • บุคคลทั่วไปที่มีเงินเดือนหรือรายได้ประจำ ขั้นต่ำ 20,000 บาทขึ้นไป และมีอายุงานไม่ต่ำกว่า 1 ปี แบบนี้ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อปี
  • ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีรายได้สุทธิขั้นต่ำ 20,000 บาทขึ้นไป และประกอบธุรกิจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปีแบบนี้ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 22 ต่อปี
  • ไม่มีประวัติด้านการเงินเสียหาย
  • ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ธนาคาร ซิตี้ แบงก์

  • ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 1,000,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี หากรวมอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ เมื่อรวมกันแล้วสูงสุดไม่เกิน 28%
    ซึ่งจะมีเงื่อนไข
  • ต้องมีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 21 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมระยะเวลาผ่อนชำระแล้วต้องไม่เกิน 60 ปี
  • พนักงานบริษัท มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป และมีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  • เจ้าของกิจการ ต้องดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกันอย่างน้อย 2 ปี

อัตราดอกเบี้ย

วงเงินน้อยกว่า 100,000 ดอกเบี้ยผู้มีรายได้ประจำ 28% เจ้าของกิจการ 28%

วงเงิน 100,000-149,999  ดอกเบี้ยผู้มีรายได้ประจำ 25% เจ้าของกิจการ 26%
วงเงิน 150,000-199,999  ดอกเบี้ยผู้มีรายได้ประจำ 24% เจ้าของกิจการ 25%

วงเงิน 200,000-299,999  ดอกเบี้ยผู้มีรายได้ประจำ 21% เจ้าของกิจการ 23%

วงเงิน 300,000-399,999  ดอกเบี้ยผู้มีรายได้ประจำ 19% เจ้าของกิจการ 20%

มากกว่า 400,000 ดอกเบี้ยผู้มีรายได้ประจำ 18% เจ้าของกิจการ 19%

 

ธนาคารธนชาต (แช่แข็งดอกเบี้ยนาน 10 เดือน)

โปรโมชั่นสินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิตไปผ่อนต่อกับ บัตรเครดิตธนชาตไดร์ฟ แช่แข็งดอกเบี้ยโหด นานถึง 10 เดือน ด้วยดอกเบี้ยต่ำ 9.9%

  • สำหรับ ลูกค้าบัตรเครดิตธนชาตไดร์ฟ และลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี

กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์

สมัครรีไฟแนนซ์ กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ First Choice วันนี้ฟรีค่าธรรมเนียมในการรวมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อ แถมรับโอนหนี้สูงสุดถึง 5 บัญชี หรือ 5 บัตร เริ่มต้นโอนหนี้ที่ 30,000 บาท

มีรายได้ 10,000 บาทขึ้นไปก็สามารถทำได้ สะดวก ง่าย รวดเร็วด้วยบริการชำระหนี้เสร็จใน 1 วัน อีกทั้ง จะดำเนินการชำระยอดการโอนหนี้ให้กับลูกค้า โดยลูกค้าไม่ต้องไปชำระด้วยตนเอง มีบริการส่ง sms แจ้งผลการอนุมัติให้อีกด้วย

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (ไทย CIMB THAI PersonalCash Xtra Long)

สมัครรีไฟแนนซ์ เพียงมี เงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไปก็ทำได้ ดอกเบี้ย16-28 % ต่อปี

อนุมัติ สินเชื่อเงินด่วนให้ 5 เท่าของรายได้และสูงสุดไม่เกิน1,500,000 บาท (ไม่รับเจ้าของกิจการ)

โอนหนี้สินเชื่อ เครดิตแบบดอกเบี้ยลดต้นลดดอก

สามารถผ่อนยอดนานถึง 84 เดือน

ชำระเงินที่ธนาคารหรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสได้ทุกสาขา

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

 

ข้อคิดก่อนรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ธนาคารไหนก็เหมือนกันหรือเปล่า?

ในการเลือกธนาคารที่จะทำการรีไฟแนนซ์ แม้ว่าส่วนใหญ่จะกำหนดคุณสมบัติ โปรโมชั่น และอัตราดอกเบี้ยไว้ใกล้เคียงกันจนบางทีก็คิดว่าเลือกทำที่ไหนก็ได้ แต่ความจริงยังมีข้อแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ยช่วง 1 เดือน 6 เดือน หรือ ปีแรก ที่หลายธนาคารอาจออกโปรโมชั่นเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น เช่น

  • ธนาคารทหารไทยเสนออัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 10% ในปีแรก และยังฟรีค่าธรรมเนียมหากชำระผ่านช่องทางของธนาคารอีกด้วย แถมอัตราดอกเบี้ยหลังโปรโมชั่นก็ไมได้แพงกว่าธนาคารอื่นเลย ออกจะใกล้เคียงหรือถูกหว่าอีกหลายๆธนาคารที่ไม่มีโปรโมชั่นอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ
  • ธนาคารธนชาต ให้อัตราดอกเบี้ย 10 เดือนแรกอยู่ที่ 9.9% ต่อปี อาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ก็ไม่หนีกันมากนัก แต่หลังจากนั้นจะคิดดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 20% ต่อปี ซึ่งสินเชื่อรีไฟแนนซ์ของธนาคารทหารไทย และธนชาตต่างก็เป็นดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ซึ่งดอกเบี้ยจะลดลงตามเงินต้นที่เราผ่อนไปค่ะ
  • ธนาคารกรุงเทพไม่มีจุดเด่นที่ดอกเบี้ยต่ำ แต่ไปเน้นที่เสนอเงินกู้ให้ได้เต็มจำนวน เพื่อที่เราจะได้เอาเงินทีได้ไปรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็แล้วแต่วัตถุประสงค์ค่ะว่าเราจะเอาดอกเบี้ยถูกหรือได้รับเงินเต็มวงเงิน ถ้าเลือกดอกเบี้ยถูกก็ไป 2 ธนาคารบน
  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครข้อหนึ่งตรงที่ กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสมัครสินเชื่อรีไฟแนนซ์กับทางธนาคารว่า ถึงแม้จะเป็นเพียงผู้ที่มีรายได้เป็นรายวันก็สามารถทำได้ และหากเป็นพนักงานเงินเดือนก็กำหนดขั้นต่ำเพียง 5,000 บาทเท่านั้น ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็เป็นไปตามมาตรฐานของธนาคาร ที่ไม่ใช่อัตราที่ถูกแต่อย่างไร

จะเห็นว่าแต่ละที่ก็มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ดังนั้นในการเลือกจึงต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบเหล่านี้ด้วย ทั้งระยะเวลาผ่อนชำระได้ วงเงิน ดอกเบี้ย รวมทั้งความเหมาะสมกับกำลังในการชำระหนี้ของเราด้วยค่ะ
การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ถึงแม้จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหาบัตรเครดิต แต่มันก็อาจเป็นเพียงการต่อลมหายใจได้เพียงชั่วระยะเวลาเท่านั้น หากเราไม่หยุดก่อหนี้ยังไงปัญหานี้มันก็จะยังไม่จบและมีต่อไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นทางออกที่ดีก็คือ การประหยัดใช้จ่ายอย่างพอเพียง ใช้บัตรเครดิตให้พอดีกับงบประมาณในกระเป๋า รวมถึงชำระหนี้ให้ครบถ้วน ตรงตามกำหนดเวลา แบบนี้จึงเป็นทางแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาวค่ะ สุดท้ายขอให้ทุกคนสู้ๆอย่าพึ่งท้อแท้กับชีวิตนะคะ เพราะปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.refinance.co.th|https://www.thaisabuy.com|https://money.kapook.com|

http://www.cashrefin.com|https://refinancecredits.blogspot.com| https://www.aborrow.com

 

ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก Pixabay.com