บทความ : อากจะกู้สินเชื่อส่วนบุคคล ต้องรู้อะไรบ้าง? ให้ iMoney ช่วยหาคำตอบ By iMoney.in.th

สินเชื่อบุคคลคืออะไร?

สินเชื่อบุคคล คือ เงินกู้รูปแบบหนึ่งที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินได้อนุมัติให้กับบุคคลทั่วไปที่มีรายได้มั่นคง อย่าง ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานที่มีเงินเดือนประจำ โดยธนาคารจะโอนเงินสดเข้าบัญชีให้สามารถนำบัตรไปกดเงินสดออกจากตู้ ATM ได้เลย

Advertising :

สินเชื่อบุคคลให้วงเงินเท่าไร?

โดยทั่วไปธนาคารหรือสถาบันการเงินจะอนุมัติให้ที่ 5 เท่าของเงินเดือนค่ะ

สินเชื่อบุคคลคิดดอกเบี้ยอย่างไร?

ทันทีที่ธนาคารอนุมัติเงินให้เราโดยการโอนเงินเข้าบัญชี แบบนี้ก็เท่ากับว่าดอกเบี้ยเริ่มเดินค่ะ

ความแตกต่างของสินเชื่อบุคคลกับบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิต

หลายๆคนอาจกำลังเข้าใจว่าสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตเป็นอย่างเดียวกันซึ่งความจริงไม่ใช่อย่างนั้น เนื่องจากสินเชื่อส่วนบุคคลจะมีลักษณะที่แตกต่างจากบัตรกดเงินหรือบัตรเครดิตตรงที่ว่า อนุมัติเพียงครั้งเดียวแล้วได้เป็นเงินก้อนไปเลย แล้วค่อยใช้หนี้คืน 12-60 เดือนแล้วแต่วงเงินที่เราได้รับการอนุมัติ ส่วนบัตรเครดิต จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรไปชำระค่าสินค้าและบริการได้ ในขณะที่บัตรกดเงินสดจะสามารถนำไปกดเงินสดได้ค่ะ

 สินเชื่อบุคคล

กรณีใดที่เราควรใช้สินเชื่อบุคคล

  1. มีความต้องการใช้จ่ายฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นภรรยาป่วย น้ำท่วมบ้านทำให้ต้องซ่อมแซม รถพังใช้การไม่ได้ หรือต้องรีบจ่ายค่าเทอมให้ลูก แบบนี้สินเชื่อเงินสดสามารถเป็นทางเลือกได้ เพราะอนุมัติได้ง่าย วงเงินสูง (สูงกว่าบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด) และไม่ต้องใช้หลักประกันอะไรค่ะ
  2. ต้องชำระหนี้สินอย่างเร่งด่วนบางคนไปกู้เงินนอกระบบมาแล้วเกิดปัญหาไม่สามารถชำระหนี้เขาได้ทัน อาจโดนยึดโฉนดหรือข้าวของเครื่องใช้ แบบนี้การขอสินเชื่อบุคคลช่วยได้เช่นกันค่ะ
  3. ต้องการขยายธุรกิจอย่างเร่งด่วนไม่ว่าคุณจะค้าขายดีมีออร์เดอร์เข้ามามากจนต้องการเงินมาเสริมกำลังการผลิต หรือเจอธุรกิจดีๆที่น่าจะมีอนาคตและให้ผลกำไรสูง แบบนี้สินเชื่อบุคคลก็ช่วยได้ค่ะ

หากทุกคนกำลังมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองก็จัดไปให้ไว ช้าอยู่จะเสียเรื่องนะคะ

ข้อดีข้อเสียของสินเชื่อส่วนบุคคล

ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อตัวไหนก็ล้วนแต่มีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น สินเชื่อส่วนบุคคลก็เหมือนกัน ซึ่งข้อดีที่เห็นชัดๆน่าจะเป็นที่พึ่งทางการเงินในยามยากของเราได้อย่างดีเลยทีเดียว แบบไม่ต้องยุ่งยากหาคนค้ำหรือหาหลักทรัพย์ใดๆมาค้ำประกัน ที่สำคัญมีระยะเวลาการผ่อนนานๆให้เราได้หายใจหายคอโล่งๆขึ้น ส่วนข้อเสียก็คงเป็นเรื่องของดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงแถมกรณีที่เราผิดนัดชำระหนี้ สินทรัพย์ของเราอาจถูกยึดขายทอดตลาดได้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ในทันที หรือหากเรามีประวัติเสียทางการเงินเสียเล็กๆน้อยๆ ก็จะไม่สามารถขอสินเชื่อส่วนบุคคลนี้ได้…แค่นั้นเอง

สินเชื่อบุคคลกับกู้เงินนอกระบบแบบไหนดีกว่ากัน

หลายๆคนอาจมองว่าสินเชื่อส่วนบุคคลก็คล้ายๆกับการกู้เงินนอกระบบ แถมบางทีเงินกู้นอกระบบยังมีภาษีกว่าตรงรวดเร็วทันใจ ขอกู้วันไหนก็ได้เงินวันนั้น แถมไม่ต้องเตรียมเอกสารอะไรมากมายอีกด้วย แต่ความจริงสินเชื่อบุคคลมีสิ่งที่ดีกว่าเงินกู้นอกระบบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  1. สินเชื่อส่วนบุคคล มีดอกเบี้ยที่ชัดเจนและถูกกว่า
    เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลมีกฎหมายรองรับ ดอกเบี้ยจึงเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดนั้นคือไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี แต่ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบคิดได้ตามใจปรารถนาของเจ้าของเงินกู้เลย ทั้งร้อยละ 20 ต่อวัน ร้อยละ 20 ต่อเดือนหรือมากกว่านี้ก็ยังได้เพราะยังไงก็ไม่มีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว
  2. สินเชื่อส่วนบุคคล มีความปลอดภัยกว่ามาก
    ในเรื่องของความปลอดภัยหากผิดชำระหนี้ สินเชื่อส่วนบุคคลก็แค่ดำเนินการฟ้องร้องให้ใช้หนี้หรือสูงสุดก็ให้เป็นบุคคลล้มละลายทางกฎหมาย แต่หากเป็นหนี้นอกระบบ คงเคยเห็นข่าวกันมาแล้ว ทั้งทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน สยองขวัญกันพอสมควรเลยทีเดียว
  3. สินเชื่อบุคคลมีระบบรักษาความลับทางการเงินที่ดี
    สินเชื่อบุคคลจะมีระบบคอยตรวจสอบสถานะทางการเงินของลูกค้าเก็บไว้ในประวัติเครดิตบูโร ซึ่งจะถูกเปิดเผยเฉพาะการร้องขอของตัวเราหรือธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ที่เราไปยื่นขอสินเชื่อไว้ ส่วนบุคคลอื่นไม่มีทางจะรู้ได้ แต่หากเป็นหนี้นอกระบบ ถ้าเราผิดนัดชำระก็อาจโดนประจานทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เจ็บใจและเสื่อมเสียชื่อเสียงได้
  4. สินเชื่อส่วนบุคคล สามารถประนอมหนี้ได้
    หากเราไม่มีเงินชำระหนี้เขาคืนจริงๆ ตามกฎหมายเราสามารถร้องขอคำปรึกษาหรือเข้าไปขอประนอมหนี้กับทางธนาคารได้ เพื่อที่ธนาคารจะพิจารณาลดหย่อนหรือขยายเวลาให้เราตามสมควร แต่หากเป็นหนี้นอกระบบโอกาสแบบนี้คงไม่มี การไม่จ่ายหมายถึงดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงในอนาคต อีกทั้งอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอีกต่างหาก
  5. สินเชื่อส่วนบุคคล มีสัญญาที่ชัดเจนรัดกุม
    สัญญาที่เราทำไว้กับสินเชื่อบุคคลจะแน่นหนารัดกุม สามารถตรวจสอบได้ในทุกเรื่อง แต่หากเป็นหนี้นอกระบบบางทีอาจแค่ลงลายเซ็นกันไว้ อย่างอื่นไม่ได้ลง จึงอาจมีปัญหาในภายหลังได้

คงพอรู้แล้วนะคะว่าควรเลือกกู้เงินแบบไหนดีกว่ากัน..

สินเชื่อบุคคล

วิธีเลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล

เมื่อเราคลายความสงสัยเกี่ยวกับสินเชื่อบุคคลพอสมควรแล้ว มาลองเลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อกันดีกว่า เดี๋ยวนี้สินเชื่อส่วนบุคคลมีให้เลือกมากมายหลายที่นะคะ จึงเป็นประโยชน์ของเราที่จะสามารถเลือกพิจารณาได้ว่าควรจะเป็นที่ไหนดี ซึ่งหลักๆเราจะดูกันที่

อัตราดอกเบี้ย เรื่องอัตราดอกเบี้ยนี่นับว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆในการพิจารณาเลยก็ได้ เพราะถ้าได้ที่ไหนถูกกว่าถึงจะแตกต่างเพียง 1% หรือ 2% เมื่อเงินมากๆก็หลายบาทนะคะ ซึ่งส่วนใหญ่สินเชื่อส่วนบุคคลจะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระหว่าง 10-20% ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของสถาบันการเงินนั้นๆค่ะ อ้อ! และก็อย่าลืมดูเงื่อนไขต่างๆให้ดีด้วยนะ

ระยะเวลาการผ่อนชำระ เรื่องระยะเวลานี่ต้องดูให้ดีเหมือนกันนะคะ เพราะก็เคยมีที่สถาบันการเงินลงโฆษณาบอกให้ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 5 ปี แต่พอถึงเวลาเราสมัครจริงๆ กลับได้สูงสุดเต็มที่แค่ 1 ปี แบบนี้แย่เลย

วงเงินที่อนุมัติ หากเราต้องการวงเงินไม่มากก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราต้องการเงินใช้จำนวนมาก แบบนี้คงต้องเลือกที่สถาบันการเงินที่ให้วงเงินแก่เราสูงสุด ซึ่งในแต่ละสถาบันการเงินจะพิจารณาเรื่องของวงเงินที่อนุมัติไม่เท่ากันค่ะ

ประวัติของสถาบันการเงินนั้นๆยังไงจะขอสินเชื่อเขาแล้วรู้ประวัติเขาไว้คงไม่เสียหาย ซึ่งหากประวัติดีๆก็จะได้อุ่นใจด้วย ซึ่งเราสามารถค้นหาในกูเกิ้ล หรือหาอ่านตามความคิดเห็นของคนทั่วๆไปตามเว็บบอร์ดแสดงความคิดเห็นต่างๆ ก็ได้ค่ะ

เรื่องการบริการเมื่อเราต้องการขอสินเชื่อที่ไหนหากได้บริการทั้งก่อนและหลังการขายดี มันก็จะทำให้ประทับใจ อบอุ่นใจ และปลื้มใจ จริงไหมคะ แต่ที่ส่วนมากเจอจะเป็นการบริการก่อนการขายดีมาก แต่บริการหลังการขายแทบจะคนละเรื่องอย่างกับหนังคนละม้วน ดังนั้นก่อนเลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินไหนก็ลองถามคนที่เคยใช้บริการหรือดูจากบรรดาเว็บบอร์ดที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งค่ะ

สินเชื่อบุคคล

เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีในเมืองไทย

  1. ธนาคารกรุงไทย (สินเชื่อกรุงไทยธนวัฎ)
  • อัตราดอกเบี้ย 21.50%/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 10,000 บาท
  • ระยะเวลาสินเชื่อ 1 ปี
  • วงเงินให้กู้ 5 เท่าของเงินเดือนและมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่มีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย
  1. ธนาคารกสิกรไทย (สินเชื่อเงินสดกสิกรไทย)
  • อัตราดอกเบี้ย 27 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 10,000 บาท
  • 5 เท่าของเงินเดือน วงเงินไม่เกิน 1,500,000 บาท
  1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล)
  • อัตราดอกเบี้ย 28 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 30,000 บาท
  • 1,000,000 บาท
  1. ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (บัตรสินเชื่อบุคคลเอ็กซ์ตร้าแคช)
  • อัตราดอกเบี้ย 27 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 15,000 บาท
  • 5 เท่าของเงินเดือน วงเงินไม่เกิน 1,500,000 บาท
  1. ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (สินเชื่อบุคคลเพอร์ซันนัลแคช เอ็กซ์ตร้าลอง)
  • อัตราดอกเบี้ย 28 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 15,000 บาท
  • ระยะเวลาสินเชื่อ 7 ปี
  • 5 เท่าของเงินดือน วงเงินไม่เกิน 1,500,000 บาท
  1. ธนาคารทหารไทย (สินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี แคชทูโก)
  • อัตราดอกเบี้ย 26 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 15,000 บาท
  • ระยะเวลาสินเชื่อ 5 ปี
  • 5 เท่าของเงินดือน วงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท
  1. ธนาคารทหารไทย (สินเชื่อบุคคลบัตรกดเงินสด ทีเอ็มบี เรดดี้แคช)
  • อัตราดอกเบี้ย 27 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 15,000 บาท
  • 5 เท่าของเงินเดือน วงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท พิเศษสุดดอกเบี้ยถูก 10% ใน 3 รอบบัญชีแรก
  1. ธนาคารซิตี้แบงก์ (สินเชื่อบุคคลซิตี้)
  • อัตราดอกเบี้ย 28 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 20,000 บาท
  • ระยะเวลาสินเชื่อ 5 ปี
  • 5 เท่าของเงินดือน วงเงินไม่เกิน 750,000 บาท
  1. ธนาคารยูโอบี (สินเชื่อ ยูโอบี ไอ-แคช)
  • อัตราดอกเบี้ย 28 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 15,000 บาท
  • ระยะเวลาสินเชื่อ 5 ปี
  • 1,000,000 บาท
  1. ธนาคารยูโอบี (แคชพลัส)
  • อัตราดอกเบี้ย 28 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 15,000 บาท
  • 1,000,000 บาท
  1. ธนาคารไทยพาณิชย์ (สินเชื่อหมุนเวียน)
  • อัตราดอกเบี้ย 28 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 10,000 บาท
  • 1,500,000 บาท
  1. ธนาคารไทยพาณิชย์ (สินเชื่อบุคคล)
  • อัตราดอกเบี้ย 28 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 10,000 บาท
  • ระยะเวลาสินเชื่อ 2 ปี
  • 3.5 เท่าของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 1,500,000 บาท
  1. ธนาคารสแตนดาร์ชาร์เตอร์ด(สินเชื่อสมาร์ทแคชแพลตตินัม)
  • อัตราดอกเบี้ย 28 %/ปี
  • รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของผู้ขอ 10,000 บาท
  • ระยะเวลาสินเชื่อ 5 ปี
  • 5 เท่าของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่มากกว่านี้ได้จากเว็บไซด์ของสถาบันการเงินแต่ละที่นะคะ

 

ขั้นตอนการขอสินเชื่อส่วนบุคคล

  1. เปรียบเทียบสินเชื่อและเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินก่อนตัดสินใจ
  2. ตรวจสอบสถานะการเงินของตนเองว่าในแต่ละเดือนยังมีค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระสินเชื่อหรือหนี้สินที่ไหนอีกหรือไม่ ที่สำคัญรายได้ครอบคลุมกับรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ หากครอบคลุมและสามารถแบกรับภาระหนี้ได้ ก็สามารถขอสินเชื่อได้เลย
  3. ไปที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ต้องการเพื่อกรอกใบสมัครและยื่นเอกสารการสมัคร
  4. เมื่อยื่นเอกสารเสร็จแล้ว ทางสถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติปล่อยสินเชื่อโดยจะให้เราอ่านเอกสารและรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งเราควรอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินที่ต้องชำระในแต่ละเดือน และดอกเบี้ยต่างๆที่เกิดขึ้นหากชำระไม่ตรงกับวันที่กำหนดไว้ รวมทั้งเงื่อนไขที่ระบุในเอกสาร เราสามารถทำการเรียกร้องสิทธิได้ แถมยังป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินเอาเปรียบเราได้ในอนาคตอีกด้วย

คุณสมบัติในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล

  1. สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและพนักงานบริษัท ต้องมีเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป และต้องทำงานมาไม่ต่ำกว่า 4 เดือน (ดูเงื่อนไขเงินเดือนของแต่ละธนาคารอีกที)
  2. ผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทขึ้นไป โดยต้องประกอบธุรกิจมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี นับจากวันที่จดทะเบียนธุรกิจ
  3. มีอายุระหว่าง 20-65 ปี

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอสินเชื่อบุคคล

  1. พนักงานประจำ
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สลิปเงินเดือน ต้นฉบับและพิมพ์ด้วยกระดาษคาร์บอนในตัว
    (หากไม่มีสลิปให้ใช้หนังสือรับรองเงินเดือนที่อายุไม่เกิน 2 เดือน และเพิ่ม สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 1 เดือน)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อและเลขที่บัญชีของผู้สมัคร
  1. ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ / พนักงานธนาคาร / พนักงานเงินทุนหลักทรัพย์  
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สลิปเงินเดือน (หากใช้หนังสือรับรองเงินเดือนต้องอายุไม่เกิน 2 เดือนและเพิ่ม สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 1 เดือน)
  • สำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อและเลขที่บัญชีของผู้สมัคร
  1. ประกอบธุรกิจส่วนตัว / เจ้าของกิจการ
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ออกโดยหน่วยงานราชการ หากเป็นบริษัท ให้ใช้สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท (อายุไม่เกิน 3 เดือน) และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (อายุไม่เกิน 3 เดือน) หากเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ใช้สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด (อายุไม่เกิน 3 เดือน) และหากเป็นร้านค้า ให้นำสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ / ทะเบียนการค้า มาค่ะ
  • สำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อและเลขที่บัญชีของผู้สมัคร

สินเชื่อบุคคล

สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลยังไงให้ผ่าน ?

ถึงแม้ว่าสินเชื่อส่วนบุคคลจะดูสมัครง่าย ได้เงินอนุมัติกันง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคนเสมอไป เพราะอย่างน้อยธนาคารหรือสถาบันการเงินก็ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของคุณให้ละเอียดเพื่อจะได้แน่ใจว่าเราจะไม่ใช้เงินของของเขา แล้วหนีหนี้ไป ดังนั้นก่อนที่เราจะสมัครมันก็ต้องมีการเตรียมการกันหน่อยเพื่อที่จะได้รับการอนุมัติสมใจ ซึ่งหลักๆได้แก่

  1. อยากรู้อะไรให้ถาม

หากเราสนใจในสินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงินตัวไหน สิ่งที่ดีที่สุดคือการศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดให้มากที่สุดจากทางอินเตอร์เน็ตหรือไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินโดยตรง รับรองว่าทุกสิ่งอย่างจะกระจ่าง แถมยังมีเวลากลับมาเตรียมเอกสารที่เขาต้องการได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

  1. อย่าลืมเช็คเครดิตตัวเองก่อน

ก่อนที่เราจะเช็คเครดิตบูโร ตัวเราเองน่าจะรู้ถึงเครดิตนี้ดีที่สุด ดังนั้นควรไปปิดหรือทำให้เข้าระบบเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้บัตรเครดิตที่คั่งค้าง การผ่อนส่งสินเชื่อบ้านหรือรถให้ตรงตามเวลา เป็นต้น ซึ่งหากยังไม่แน่ใจว่ายังมีอะไรอีกไหมก็อาจปรึกษาธนาคารได้ว่าจะยื่นขอรายงานเครดิตบูโรได้อย่างไร เพราะหากมีข้อผิดพลาดจะได้ทำการแก้ไขได้ทัน

  1. เตรียมเอกสารให้พร้อม เช็คลิสต์ทีละอย่างกันเลย

เมื่อเราได้ข้อมูลของการเตรียมเอกสารแล้ว จากนั้นให้ทำการเช็คลิสต์เอกสารแต่ละอย่างไปเลย เตรียมทีละข้อจนครบ ซึ่งอาจใช้เวลาและค่อนข้างวุ่นวาย เพราะต้องเตรียมทั้งเอกสารส่วนตัวและจากที่ทำงาน แต่เชื่อแน่ว่าค่อยๆดูไปเดี๋ยวก็ครบจนได้ค่ะ

  1. เผื่อเวลา ทำใจ

การขอสินเชื่อบุคคลไม่ได้ขอแล้วอนุมัติผ่านได้เงินมาปุ๊บ หากแต่ต้องทำตามขั้นตอน ทั้งยื่นเรื่องส่งเอกสาร และรอเวลาอนุมัติ ดังนั้นจึงควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 1-2 อาทิตย์จะดีที่สุด และอาจสอบถามพนักงานของธนาคารได้ว่า การติดตามผลของคุณจะทำได้เมื่อไร วิธีการคืออะไร หากจากนี้หากถูกปฏิเสธ ธนาคารมักจะบอกเหตุผลว่าเพราะอะไร เราอาจแก้ไขข้อบกพร่องนั้นและยื่นเรื่องส่งที่อื่นอย่างสม่ำเสมอก็อาจพอได้อนุมัติสมใจค่ะ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆก็คงต้องทำใจนะ

สมัครสินเชื่อบุคคลออนไลน์แบบไหนให้ปลอดภัย

เดี๋ยวนี้การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลมีช่องทางให้สมัครทางออนไลน์ได้ด้วย จึงเป็นความสะดวกสบายของเรามากๆ แต่อย่าลืมว่าพวกมิจฉาชีพก็แฝงตัวเข้ามาหาผลประโยชน์กับเราได้ง่าย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรคำนึงถึง

  1. ตัวแทนสินเชื่อที่ดีมักจะเปิดหน้าเว็บไซต์อย่างถูกต้อง และจะมีสื่อโซเชียลเอาไว้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารแต่ไม่ได้รับสมัครผ่านทาง Facebook แน่นอน
  2. เว็บไซต์ที่เราจะสมัครต้องเชื่อถือได้ ถ้าจะให้ดีควรมีระบบ SSL Security เพื่อเข้ารหัสข้อมูล โดยอาจสังเกตง่ายๆที่ช่อง URL Address จะมีรูปกุญแจสีเขียว และตัว http:// จะเป็น https:// เพื่อที่จะเป็นการเข้ารหัสข้อมูล
  3. อย่าหลงเชื่อโอนเงินไปสมัครก่อนโดยเด็ดขาด เพราะตัวแทนสินเชื่อจะมีรายได้จากผลการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารเจ้าของสินเชื่อนั้นๆ โดยจะได้เป็นค่าคอมมิชชั่น จึงไม่จำเป็นต้องรับเงินจากช่องทางอื่น จึงควรจำไว้เสมอว่า สินเชื่อของธนาคารสมัครฟรีทุกตัว ไม่มีการโอนเงินก่อนแน่นอน

รู้ไว้บ้างจะได้ไม่ถูกหลอกลวงนะคะ..

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสินเชื่อบุคคล

  1. เมื่อธนาคารหรือสถาบันการเงินอนุมัติและโอนเงินมาให้ขอให้รู้ไว้ว่าธนาคารคิดดอกเบี้ยกับเราแล้ว ดังนั้นจะใช้อะไรก็รีบใช้แล้วรีบคืนเงินให้ไวที่สุด แบบนี้จะทำให้ไม่มีปัญหาดอกเบี้ยเพิ่มพูนค่ะ
  2. แม้ว่าสินเชื่อส่วนบุคคลจะผ่อนชำระได้นานมาก แต่ยิ่งผ่อนนานมากเท่าไรดอกเบี้ยก็จะยิ่งสูงมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นการปิดชำระหนี้ก่อนครบกำหนดการผ่อนชำระเพื่อจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยจึงเป็นสิ่งที่ดี แต่มีข้อแม้ว่าสามารถทำได้เฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเท่านั้น ส่วนการคิดดอกเบี้ยในอัตราคงที่จะไม่สามารถทำได้ค่ะ
  3. ในการเลือกสินเชื่อส่วนบุคคล เรื่องโปรโมชั่นของแถมไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้าม เนื่องจากดอกเบี้ยแต่ละตัวไม่ได้ห่างกันมาก หากสถาบันการเงินไหนมีโปรโมชั่นของแถม เป็นพวกเตารีด กระเป๋าเดินทาง กาต้มน้ำไฟฟ้า หรืออื่นๆ ก็อาจพิจารณาได้ค่ะ
  4. ระหว่างที่มีการรอฟังผลการอนุมัติ หากเราไม่มีความจำเป็นในการใช้เงินแล้ว สามารถยกเลิกการขอสินเชื่อได้ตลอดเวลา แต่หากมีการโอนเงินเข้ามาแล้วอยากคืนเงินทันทีก็ทำได้แต่คงต้องเสียดอกเบี้ยด้วยค่ะ

เป็นไงกันบ้างคะสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล พอจะเป็นทางออกดีๆในเรื่องการเงินของทุกคนได้ไหมแต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าสินเชื่อส่วนบุคคล จะเป็นทางออกในหลายๆปัญหาด้านการเงินก็จริง ก็ควรพึงระลึกไว้หน่อยนะคะว่า การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ หากไม่มีความจำเป็นก็อย่าได้ไปเป็นหนี้ที่ไหนกันเลย สบายตัว สบายใจ ปลอดภัยหายห่วงค่ะ

 

ขอขอบคุณที่มาจาก https://www.aborrow.com|http://www.tamtamtechnology.com|http://www.imoneythailand.com|

http://www.tampabay-realtors.com|http://www.tampabay-realtors.com|www.tmbbank.com|

 

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pixabay.com