บทความ : ข้อสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับ บัตรกดเงินสด ใครที่อยากจะทำต้องอ่าน ที่ iMoney.in.th By iMoney.in.th
Advertising :

สำหรับคนที่กำลังต้องการใช้เงินสด ไม่มีเงินในธนาคาร ไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีคนค้ำ ไม่มีใครให้กู้ และก็ไม่อยากเป็นหนี้นอกระบบโหดๆ เดี๋ยวนี้มีทางเลือกด้วยรูปแบบที่แสนง่ายดาย แค่สมัคร พออนุมัติก็กดเงินมาใช้ได้เลย สะดวกสบายมากๆ ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึงบัตรกดเงินสด อันนี้คนละอย่างกับบัตรเครดิตนะ เดี๋ยวจะคิดว่าเป็นใบเดียวกัน เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดแบบนั้น เอาเป็นว่าวันนี้เรามาคุยกันเรื่องบัตรกดเงินสดเลยดีไหม คุยให้กระจ่าง ให้ครบทุกเรื่องที่สงสัย ที่สำคัญเขาว่ากันว่า ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดแพงมหาโหดมันจริงไหม? ยังไงมาทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันเลยนะคะ

Advertising:

บัตรกดเงินสด

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pixabay.com

บัตรกดเงินสด คือ อะไร?

บัตรกดเงินสด คือ บัตรที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินพิจารณาออกให้กับเราโดยจะมีวงเงินให้ เราสามารถกดใช้เงินจากตู้เอทีเอ็มได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีเงินฝากกับธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับกดเงินก้อนใหญ่ๆ จึงเหมาะมากหากมีเหตุฉุกเฉินต้องการเงินด่วน เช่น ซ่อมแซมบ้าน ซ่อมรถ เจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล หรือจ่ายค่าเทอมลูกเป็นต้น หรืออาจพูดอีกอย่างว่า บัตรกดเงินสดคือ เงินทุนสำรองที่มีไว้ใช้ในยามจำเป็นก็ได้เหมือนกันนะ

บัตรกดเงินสดใช่บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตไหม

บัตรกดเงินสดไม่ใช่ทั้งบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตค่ะ เพราะ

  • บัตรเอทีเอ็ม ต้องมีเงินฝากในธนาคารจึงกดเงินออกมาได้ บัตรกดเงินสดไม่ต้องมีเงินฝากในธนาคาร
  • บัตรเครดิต กดเงินสดได้ รูดซื้อสินค้าได้ บัตรกดเงินสด กดได้แต่เงินสดอย่างเดียว

อยากรู้ข้อแตกต่างขอบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตมากกว่านี้จะได้รู้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน?

สำหรับคนที่มีความมึนงงเรื่องบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตมากๆเรามีความแตกต่างมาให้ดูเป็นข้อๆตามนี้เลยค่ะ

  1. บัตรกดเงินสดจะมีวงเงินที่สูงกว่าบัตรเครดิตจึงสามารถนำมาเป็นเงินทุนสำรองใช้ในยามฉุกเฉินได้
  2. บัตรกดเงินสดไม่สามารถใช้รูดเพื่อจ่ายค่าสินค้าและบริการแทนเงินสดได้แต่บัตรเครดิตมีไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
  3. เมื่อกดบัตรเงินสดจะเสียดอกเบี้ยทันที แต่บัตรเครดิตเมื่อรูดใช้จ่ายไปแล้ว ยังไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในทันที โดยมีระยะปลอดดอกเบี้ยนานถึง 45 วัน
  4. บัตรกดเงินสดมีระยะเวลาในการผ่อนชำระคืนนานกว่าบัตรเครดิต
  5. บัตรกดเงินสดไม่มีค่าธรรมเนียมในการกด แต่บัตรเครดิตต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจ่ายเงินซื้อของด้วยการรูดทุกครั้ง
  6. บัตรเครดิตมีการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัลหรือมีโปรโมชั่นพิเศษแต่บัตรกดเงินสดไม่มี

คราวนี้เคลียร์เรื่องบัตรกดเงินสดกับบัตรเครดิตได้แล้วนะคะ

ข้อดี ข้อเสีย ของบัตรกดเงินสด

บัตรกดเงินสดไม่ได้มีแต่ข้อดีอย่างเดียวหากแต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน ลองพิจารณาดูก่อนนะคะ

ข้อดีของ บัตรกดเงินสด

  • วิธีการสมัครง่ายเพราะไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือคนค้ำประกัน
  • ขอสินเชื่อบัตรกดเงินสดแค่ครั้งเดียว ก็สามารถใช้วงเงินนั้นได้ตลอดไป
  • สามารถเบิกมาใช้เวลาไหนก็ได้ตามสะดวก
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินจากตู้ ATM ของบัตรกดเงินสด
  • การคำนวณดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก

ข้อเสียของ บัตรกดเงินสด

  • ไม่สามารถที่จะนำบัตรกดเงินสดไปใช้ในการรูดซื้อสินค้าได้
  • อัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตค่ะ

บัตรกดเงินสด

บัตรกดเงินสด คิดดอกเบี้ยอย่างไร?

บัตรกดเงินสดเป็นบัตรขึ้นชื่อว่ามีดอกเบี้ยมหาโหด จริงหรือไม่จริงลองมาดูการคิดดอกเบี้ยกันนะคะ

การคิดอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะมีวิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่สูงสุด ไม่เกิน 28% ต่อปีในทุกสถาบันการเงิน ทั้งนี้แต่ละสถาบันการเงินจะกำหนดอัตราสำหรับไว้หลายอัตรา โดยจะแบ่งตามฐานรายได้ของลูกค้า รวมถึงจะแบ่งเป็นกลุ่มของการอนุมัติวงเงินที่ได้ทำการอนุมัติให้กับลูกค้า โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 24% – 28% ต่อปี

ในส่วนต่อมา จะเป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบรายวัน ซึ่งดูเหมือนว่าจะแพงกว่าธรรมดา แต่ในความเป็นจริง การคิดอัตราดอกเบี้ยแบบรายวัน คือการคำนวณวันที่ลูกค้าได้ทำการกดเงินสดแล้วทำการชำระคืน หากเราสามารถนำเงินมาคืนได้เร็วดอกเบี้ยก็จะถูกกว่าการคืนช้าอยู่แล้ว  หรือจะพูดอีกอย่างก็คือหากมียอดชำระเงินเข้ามาที่สถาบันการเงินในวันที่ถึงกำหนดชำระของแต่ละรอบบัญชีที่ได้ตกลงไว้ อัตราดอกเบี้ยก็จะหยุดตามจำนวนยอดเงินนั้น จะเหลือคิดใหม่ก็เพียงยอดที่ของเงินค้างจ่ายเท่านั้นเอง  มาลองดูตัวอย่างกันหน่อยนะคะจะได้มองเห็นภาพ

สมมุติว่ากดเงินสดไปวันที่ 1 เมษายน 2559 จำนวน 10,000 บาท ต่อมาใช้คืนวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ดอกเบี้ยก็จะคิดเป็น 45 วัน เท่ากับต้องจ่ายดอกเบี้ย 345.21 บาท (10,000 บาท คูณ 28% หารด้วย 365 วัน และ คูณด้วย 45 วัน) ดังนั้นเงินต้น 10,000 บาท ต้องจ่ายทั้งสิ้น 10,345.21 บาท

หากดูการคิดดอกเบี้ยแล้ว ถ้าเรากดเงินมาใช้ฉุกเฉินจริงๆแล้วรีบหาเงินมาใช้คืนเขาได้ในระยะสั้นๆ ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลยจริงไหมคะ แถมถ้าเรายังไม่กดเงินมาใช้ก็ไม่ได้เสียอะไรเลย ดังนั้นก็เป็นเรื่องดีค่ะหากจะมีบัตรกดเงินสดไว้เพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงช่วงชีวิตแย่สุดๆมีเรื่องคอขาดบาดตายที่หาเงินมาไม่ได้จริงๆ เพราะเงินไม่ได้หาได้ง่ายๆตามกิ่งไม้จริงไหมคะ

เทคนิคการสมัครบัตรกดเงินสดให้ผ่านการพิจารณา

ทุกคนอยากจะบอกว่า ถึงแม้ว่าในคำโฆษณาของสถาบันการเงินจะบอก “สมัครง่าย อนุมัติไวได้เงินใช้ทันที” แต่นั่นคือคำเชิญชวนเท่านั้น เพราะความจริงสถาบันการเงินเขาก็มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาหลายข้อเหมือนกันและมีสิทธิ์ที่จะสมัครไม่ผ่านด้วย ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวให้ดีก่อน ด้วยเทคนิคการสมัครให้ผ่าน แบบนี้เลย

  1. ตรวจสอบความพร้อมของตนเอง ว่าจริงๆแล้วเราจะสมัครไปเพื่ออะไร เพื่อเป็นวงเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน หรือมีไว้เสริมสภาพคล่องในธุรกิจ แบบนี้ควรสมัครแต่ถ้าสมัครเพื่อ จะกดเงินไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ กระเป๋าแบรนด์เนมหรือ นำไปใช้จ่ายไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น แบบนี้อย่าสมัครเลยค่ะ เป็นการก่อหนี้โดยใช่เหตุ
  2. ดูศักยภาพทางการเงิน เพราะมันคือสิ่งแรกที่สถาบันการเงินจะดูและตัดสินใจอนุมัติ ซึ่งเกณฑ์ขั้นต่ำของเงินเดือนก็คือ 15,000 บาท แต่ถ้าคุณมีเงินเดือนมากกว่า อย่าง 17,000 อะไรแบบนี้ก็จะมีโอกาสในการอนุมัติสูงกว่า เพราะสถาบันการเงินจะความสามารถในการชำระเงินของเราด้วย
  3. อายุการทำงาน ยิ่งมีอายุการทำงานนานๆก็จะเป็นเครื่องการันตีได้ว่าคนนี้น่าจะไม่ตกงาน และมีความสามารถในการนำเงินมาชำระหนี้อย่างแน่นอน เพราะถึงเขาอยากได้ดอกเบี้ยยังไง แต่ถ้าเล่นเบี้ยวกันไปนานๆแบบนี้ก็ต้องเหนื่อยเขามาติดตามกันอีก สู้เลือกลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่แรกไปเลยดีกว่าซึ่งโดยปกติสถาบันการเงินจะกำหนดอายุการทำงานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป หรือผ่านช่วงทดลองงานมาแล้ว
  4. สำหรับข้อท้ายนี้สำคัญมากเลย เพราะสถาบันการเงินจะตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ของเรา โดยดูว่าเรามีสินเชื่อค้างชำระอยู่หรือไม่ เช่น บัตรเครดิต การผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ หากมีประวัติค้างชำระหรือชำระแค่ขั้นตํ่า ทางสถาบันการเงินก็อาจปฎิเสธการสมัครของเราได้เช่นกันค่ะ

หากเราพิจารณาดูแล้วว่า O.K น่าจะผ่านหมดทุกข้อก็แสดงว่าคุณไปต่อได้ค่ะ แต่ก่อนสมัครมาดูกันหน่อยไหมว่าปัจจุบันเขานิยมบัตรกดเงินสดของสถาบันการเงินไหนกันบ้าง และมีดีอะไร (เผื่อเราจะได้สมัครตามเขาบ้างว่างั้นเหอะ)

บัตรกดเงินสด 3 อันดับแรกที่มีผู้นิยมใช้บริการมากที่สุด

  1. บัตรกดเงินสดของ KTC กับ บัตรกดเงินสด KTC Pound
  • อนุมัติเงินเดือนต่ำสุดไม่เกิน 10,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้
  • ชำระขั้นต่ำที่ 3% หรือ ไม่ต่ำกว่า 300 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 28 % ต่อปี
  • กดเงินสดได้ทุกตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศ

คุณสมบัติผู้สมัคร : พนักงานประจำที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 10,000 บาท ส่วนเจ้าของธุรกิจต้องมีเงินทุกหมุนเวียน 100,000 บาท

  1. บัตรกดเงินสดกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
  • วงเงินอนุมัติ 5 เท่าของรายได้
  • อนุมัติด่วนภายใน 30 นาที เมื่อทำที่สาขา
  • เบิกถอนได้สูงสุด 100% ที่ตู้เอทีเอ็ม
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 28 % ต่อปี
  • หลากหลายช่องทางในการรับเงิน

คุณสมบัติผู้สมัคร : พนักงานประจำที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 10,000 บาท ส่วนเจ้าของธุรกิจต้องมีเงินทุกหมุนเวียน 54,000 บาท

  1. บัตรกดเงินสดธนชาต Flash-Plus จาก ธนาคารธนชาต
  • วงเงินอนุมัติ 5 เท่าของรายได้
  • ชำระขั้นต่ำที่ 3% หรือ ไม่ต่ำกว่า 300 บาท
  • บริการผ่อนชำระเริ่มต้น 0 %
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 28 % ต่อปี
  • ฟรีค่าธรรมเนียมเบิกเงินสดล่วงหน้าสูงสุด 100 % ที่ตู้เอทีเอ็ม

คุณสมบัติผู้สมัคร : พนักงานประจำที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 10,000 บาท

จาก 3 อันดับข้างต้น เหมือนว่าบัตรกดเงินสดของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ จะมีภาษีกว่าใคร เพราะอนุมัติไวกว่าบัตรอื่นๆผู้เป็นเจ้าของธุรกิจยังมีเงินหมุนเวียนเริ่มต้นเพียง 54,000 บาท เท่านั้น ก็แล้วแต่ว่าใครจะถูกใจเลือกแบบไหนนะคะ ไหนๆก็ดูบัตรยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้แล้ว มาลองดูบัตรกดเงินสดที่คนนิยมใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินกันบ้างนะคะ ขอเสนอ 3 อันดับเหมือนกันค่ะ

บัตรกดเงินสด 3 อันดับแรกที่นิยมใช้ในการทำธุรกรรมการเงิน

  1. บัตรกดเงินสด K-Express Cash ของธนาคารกสิกรไทย
  • วงเงินอนุมัติ 5 เท่าของรายได้สูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
  • กดเอทีเอ็มได้ทุกตู้ทั่วประเทศ ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อวัน
  • ชำระขั้นต่ำที่ 5% ของยอดค้างชำระ
  • ฟรีค่ำธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ
  • ฟรีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดล่วงหน้า
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 28 %
  • คุณสมบัติผู้สมัคร : พนักงานประจำที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท เจ้าของธุรกิจมีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน
  1. บัตรซิตี้แบงค์เรดดี้เครดิต ของธนาคารซิตี้แบงค์
  • วงเงินอนุมัติ 5 เท่าของรายได้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • กดเอทีเอ็มได้ทุกตู้ทั่วประเทศ ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อวัน
  • ชำระขั้นต่ำที่ 4 % ของยอดค้างชำระ
  • ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี เบิก-ถอน
  • มีระบบผ่อนจ่ายรายเดือน 0 %
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 28 %

คุณสมบัติผู้สมัคร : พนักงานประจำที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท เจ้าของธุรกิจมีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน

  1. บัตรกดเงินสด Speedy Cash จาก ธนาคารไทยพาณิชย์
  • วงเงินอนุมัติ 5 เท่าของรายได้สูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
  • กดเอทีเอ็มได้ทุกตู้ทั่วประเทศ ที่มีเครื่องหมาย ATM pool
  • ชำระขั้นต่ำที่ 4 % ของยอดค้างชำระ
  • ฟรีค่าธรรมเนียมในการเบิก ถอน เงินสดและค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน ฟรีค่าธรรมเนียมการใช้บัตรใหม่
  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 28 %

คุณสมบัติผู้สมัคร : พนักงานประจำที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท

จะเห็นได้ว่าหากต้องการวงเงินอนุมัติมากๆก็ต้องเลือกบัตรกดเงินสดของกสิกรไทย กับ บัตรกดเงินของไทยพาณิชย์ ที่ให้วงเงินสูงสุดถึง 1.5 ล้านบาท สำหรับคนที่ชอบชำระขั้นต่ำน้อยๆก็เลือก บัตรกดเงินสด Speedy Cash ที่ให้ชำระขั้นต่ำได้เพียง 3 % ค่ะ เอาเป็นว่าถูกใจบัตรไหนก็เลือกได้เลยตามสบายค่ะ ที่สำคัญบัตรกดเงินสดมีให้เลือกหลายสถาบันการเงินนะคะไม่ได้มีแค่ที่ยกตัวอย่างค่ะ

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด

สำหรับใครที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าควรจะมีบัตรกดเงินสดไว้ประจำตัวสักใบ เดี๋ยวนี้สมัครไม่ยาก แถมมีหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น

  1. สมัครบัตรกดเงินสด ผ่านเจ้าหน้าที่ (หรือเซลล์ขายนั่นแหล่ะ)
    เดี๋ยวนี้มักมีสถาบันการเงินต่างๆมาเปิดบูธให้สมัครบัตรกดเงินสด ไม่ว่าจะเป็นตามห้าง ตามแหล่งชุมชนหรือบางที่ดีจัดขนาดไปตามออฟฟิศ ซึ่งวิธีการสมัครแบบนี้แหล่ะที่สะดวกดี แต่ยังไงก็ต้องระวังเรื่องมิจฉาชีพแฝงตัวมาด้วยนะ
  2. สมัครบัตรกดเงินสด ด้วยตัวเอง ออนไลน์
    ร้อนๆอย่างนี้หากไม่อยากยุ่งยากต้องฝ่ารถติดออกไปสมัครบัตรกดเงินสด ก็ต้องนี่เลย การสมัครด้วยตัวเองทางออนไลน์ โดยผ่านเวปไซต์ของสถาบันการเงิน หรือจะโหลดแอพพลิเคชั่นก็ได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สะดวกดี แถมยังรวดเร็ว ไม่ยาก มีความเป็นส่วนตัว แต่ยังเปิดให้บริการแค่บางยี่ห้อเท่านั้น ก็ลองดูไปก่อนละกันว่ามีที่เราชอบหรือเปล่า
  3. สมัครบัตรกดเงินสด ผ่านทางไปรษณีย์
    การสมัครผ่านไปรษณีย์ วิธีนี้ก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เรากรอกแบบฟอร์มที่โหลดจากเวปไซต์มาเท่านั้น แล้วส่งเอกสารพร้อมหลักฐานไปทางไปรษณีย์ จากนั้นก็รอฟังผลอนุมัติหากผ่าน สถาบันการเงินจะส่งบัตรกดเงินสดกลับมาทางที่อยู่ในไปรษณีย์ที่เราแจ้งไว้ อันนี้ก็ไม่ยากเท่าไรนะ
  4. สมัครบัตรกดเงินสด ที่สถาบันการเงิน
    วิธีสุดท้ายนี้เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่มักทำ นั่นคือเดินเข้าไปสมัครที่สถาบันการเงินนั้นเลย เพราะง่ายและสะดวกที่สุดแล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ แถมบางที่ยังรอรับฟังผลการอนุมัติและได้บัตรมาเลยอีกต่างหาก

ควรเลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดและปลอดภัยที่สุดนะคะ เพราะเสียเวลาสมัครกันแล้วต้องได้เรื่องค่ะ

คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารการสมัคร

สำหรับคนที่สงสัยว่าตัวเองจะอยู่ในข่ายสมัครบัตรกดเงินสดได้หรือไม่ ลองมาดูคุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารการสมัครกันค่ะ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  1. อายุระหว่าง 20-60 ปี
  2. อายุการทำงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  3. รายได้ตั้งแต่ 10,000-15,000 บาท

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร

บัตรกดเงินสดก็จะเหมือนกับการขอสินเชื่อกู้ยืมเงินชนิดอื่นๆนั่นคือ

  1. ใบคำร้องขอมีบัตรเงินสด
  2. สำเนาบัตรประชาชน
  3. เอกสารแสดงรายได้ อย่าง หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน เป็นต้น
  4. เอกสารแสดงรายได้อื่นๆ ที่ไม่ใช่รายได้ประจำ เช่น ค่าล่วงเวลา หรือค่าคอมมิชชันที่สามารถนำมาพิจารณาในการให้การให้วงเงินได้

บัตรกดเงินสด

ข้อควรระวังในการสมัครบัตรกดเงินสด

สมัยนี้อะไรก็ดูไว้ใจยากทั้งนั้น ยิ่งทำธุรกรรมเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆยิ่งไปกันใหญ่ จึงจำเป็นต้องระเอียดรอบคอบไว้ก่อน โดยเฉพาะการสมัครบัตรกดเงินสดกับตัวแทนหรือบุคคลที่ใช้ใบสมัครที่ถ่ายสำเนา หรือส่งอีเมล์ใบสมัครมาให้กรอกข้อมูลการสมัคร แล้วแฟกซ์ใบสมัครพร้อมเอกสารกลับไป ซึ่งแบบนี้หากเป็นของเทียมมักบอกว่าในเบื้องต้นใบสมัครของท่านได้ผ่านการอนุมัติแล้ว ขอให้ส่งเอกสารมาเพิ่มเติม หรือบางทีก็ให้ส่งเอกสารบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านอะไรแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งคราวนี้ก็สบายพวกเขาเลย เพราะเขาจะทำการปลอมลายเซ็นสมัครลงใบจริงเอง ได้บัตรไปใช้ฟรีๆส่วนเราก็ก้มหน้าใช้หนี้ไป ทางที่ดีการสมัครต้องใช้ใบสมัครฉบับจริงและเอกสารต้องเซ็นสดเท่านั้น

ข้อควรระวังในการใช้บัตรกดเงินสด

สำหรับวัตถุประสงค์ของบัตรกดเงินสดนั้นให้จำไว้เลยว่า คือเพื่อเบิกเงินสดสำรองไว้ใช้จ่ายเมื่อมีเหตุจำเป็น หรือเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเท่านั้น อย่าได้คิดนำไปใช้พร่ำเพรื่อเหมือนบัตรเครดิตโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะการกดเอาเงินสดไปจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิต เพราะถ้าหมุนเงินไม่ทันขึ้นมา ดอกเบี้ยก็ขึ้นเอาๆแบบนี้แย่แน่ๆแถมพอค้างชำระก็จะมามีปัญหากับเครดิตบูโรอีกต่างหาก บางคนน่าสงสารกว่าไม่รู้ว่าเขาคิดดอกเบี้ยทันทีที่กด พออนุมัติปุ๊บก็โอนเขาบัญชีตัวเองอีกบัญชี หรือบัญชีลูกทิ้งไว้เลย จะใช้หรือไม่ได้ใช้มารู้ตัวอีกทีใบแจ้งหนี้มาแทบจะเป็นลม ยังไงก็ดูๆหน่อยละกันนะคะ

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าหากมีบัตรกดเงินสดไว้กับตัวก็ดีเผื่อมีปัญหาฉุกเฉินอะไรได้จัดการได้เลย แต่ถ้าคิดว่าเราเป็นคนใช้เงินเก่ง บริหารจัดการเงินย่ำแย่ ทางที่ดีอย่าสมัครเลยค่ะ หนี้เวลาเป็นแล้วมันหาเงินมาใช้ยากนะ โดยเฉพาะหนี้ที่มีดอกแพงๆแบบนี้…ระวังอกอีแป้นจะแตกค่า ด้วยรักและเป็นห่วง…
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.gobear.com|https://daily.rabbit.co.th/|http://www.thecreditdirectory.com|http://money.sanook.comhttps://www.firstchoice.co.th|http://ags-tours.comcategory.php|http://www.creditonhand.com/