บทความ : รีไฟแนนซ์รถยนต์คืออะไร? มีเงื่อนไขอะไรบ้าง? หาคำตอบได้ที่ iMoney.in.th By iMoney.in.th
Advertising :

 

Advertising:

ในชีวิตคนเรานอกจากความฝันที่อยากจะมีบ้านแล้ว ความฝันต่อมาก็การมีรถยนต์ขับนี่แหล่ะ จริงไหมคะ เพราะไม่เช่นนั้นรถราก็คงไม่เต็มท้องถนนมากมายขนาดนี้ ด้วยความที่รถยนต์ไม่ได้ออกยากเกินไปแค่มีเงินเดือนที่ดูดี มีคนค้ำที่โอเค ก็สามารถออกรถได้แล้วแถมยังดาวน์ไม่กี่หมื่นอีกต่างหาก แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ ปัญหาการส่งที่ดูเหมือนจะมีเงินพอในช่วงแรก แต่ช่วงหลังชักไม่ไหวค่านั่นนี่มาประดังเต็มไปหมด สุดท้ายจะปล่อยให้ยึดรถหรือ? ไม่นะคะอายเขาตาย เอาเป็นว่ามาทำการรีไฟแนนซ์รถกันดีกว่า ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากนะ แถมได้ส่งรถถูกลง มีเวลาหายใจได้โล่งอกอีกต่างหาก มาค่ะมาทำความรู้จักการรีไฟแนนซ์รถกันดีกว่า

 รีไฟแนนซ์รถยนต์

รีไฟแนนซ์รถยนต์คืออะไร?

รีไฟแนนซ์ รถยนต์ ก็คือ การที่ผู้เช่าซื้อรถยนต์ต้องการกู้เงินก้อนใหม่เพื่อจะนำไปใช้คืนเงินกู้ก้อนเก่า อาจเป็นเพราะส่งเงินยอดเดิมไม่ไหว ต้องการยืดระยะการส่งเงินออกไป หรือต้องการอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ซึ่งบางคนก็มีหลายๆหตุผลรวมกันค่ะ

รีไฟแนนซ์รถยนต์ไปทำไม ?

หากจะถามว่ารีไฟแนนซ์รถยนต์ไปทำไมก็คงต้องบอกว่ามันมีหลายเหตุผลด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมี 4 เหตุผลด้วยกัน ได้แก่

  1. เพื่ออยากได้เงินส่วนต่างมาหมุนเวียนในธุรกิจ
  2. เพื่อจะได้ส่งค่างวดยอดถูกลงและมีเวลายาวนานมากขึ้น
  3. อยากได้ทั้งเงินส่วนต่างและอยากส่งให้ถูกลง
  4. ไม่ชอบลิสซิ่งเดิมอาจจะด้วยความไม่พอใจส่วนตัว เกี่ยวกับการทวงหนี้ หรือไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ

 ข้อดีของการ รีไฟแนนซ์รถ

จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ได้รับระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่ม ได้รับส่วนต่างจากการ
รีไฟแนนซ์ ที่สามารถทำไปหมุนใช่จ่ายอย่างอื่นได้ (อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระหว่าง 4-5%(fix rate) ซึ่งต้นทุนยังถูกกว่า การกู้ยืมเงินจากบัตรเครดิต ( 25-28%)

ข้อเสียของการของการ รีไฟแนนซ์

แน่นอนว่าเราต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นหากนำส่วนต่างมาใช้ และต้องส่งค่างวดรถยืดระยะเวลาออกไป (มีความรู้สึกว่าเมื่อไรมันถึงจะหมดซักที) นอกจากนี้ยังอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเติมในกรณีเสียเบี้ยปรับการปิดสินเชื่อเก่าเพื่อขอสินเชื่อใหม่ หรือ การจ่ายดอกเบี้ยของสินเชื่อเก่าที่ยังค้างอยู่หลังจากที่ได้มีการกำหนดตายตัวไว้แล้ว

สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อต้องการรีไฟแนนซ์

การ รีไฟแนนซ์ ที่ดี ผู้เช่าซื้อรถยนต์ต้องคำนึงด้วยว่า เมื่อทำไปแล้วส่วนต่างของดอกเบี้ยที่ลดลงจะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการทำ รีไฟแนนซ์ หรือไม่ หากดูแล้วไม่คุ้มค่าก็ไม่น่าทำค่ะ ซึ่งส่วนต่างเราจะดูกันที่

  1. เรามีหนี้ค้างชำระทั้งหมดเท่าไร หากไม่รู้ก็ลองถามลิสซิ่งดู หรือเอายอดผ่อนต่อเดือนคูณกับ จำนวนเดือนที่เหลือ แต่ยอดนี้ยังไม่ใช่ยอดปิดจริงนะคะ เพราะหากปิดจริงจะได้รับการลดดอกเบี้ยให้อีก 50% ของดอกเบี้ยคงค้างค่ะ
  2. รถรุ่นของเรา อยู่ในประเภทรถที่สามารถรีไฟแนนซ์ได้หรือเปล่า
  3. ลิสซิ่งใหม่ให้ยอดสินเชื่อต่อรถเราเท่าไร อาจประมาณจากราคากลางหรือดีลเลอร์ค่ะ
  4. เงื่อนไข ที่ ลิสซิงให้ เช่น รถตลาดให้ 90% รถไม่ใช่รถตลาด ให้กี่ 70%
  5. ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

เมื่อเราทราบยอดจัดคร่าวๆแล้ว ค่อยดูว่า มันมีส่วนต่างระหว่างหนี้เดิม และ ยอดจัดใหม่หรือไม่ ถ้ามีส่วนต่างมากพอสมควรและดูว่ามันคุ้มค่า ก็สามารถยื่นรีไฟแนนซ์ใหม่ได้เลยค่ะ อ้อ!ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ รีแล้วเราต้องส่งค่างวดได้สบายๆด้วยนะคะ

 รถยนต์ที่รีไฟแนนซ์ได้หรือไม่ได้ดูที่อะไร?

ส่วนใหญ่ลิสซิ่งจะรับรถได้ถึงประมาณ 16 ปีค่ะ หากรถเก่ากว่านี้ก็จะรีไฟแนนซ์ไม่ได้ หรือ ได้แต่ยอดน้อยมากๆ นอกจากนี้รถที่ไม่ใช่รถตลาดก็จะรีไฟแนนซ์ได้แค่ประมาณ 70% ของราคากลางค่ะ อ้อ! มีรถอีก 3 ประเภทที่ไม่รับเช่นกันก็คือ

– รถแท็กซี่ที่ไม่ใช่เขียวเหลือง รถบรรทุกบางประเภท

– รถที่เปลี่ยนเครื่องคนละกระกูลกัน อย่าง รถโตโยต้า ไปใส่เครื่อง คนละรุ่น หรือ รถฮอนด้าไปใส่เครื่องโตโยต้า อะไรแบบนี้ค่ะ

– รถติดแก็ส NGV LPG PNG ที่ไม่ได้ติดมาจากโรงงาน หากจะให้รีไฟแนนซ์ได้ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในเล่มทะเบียนก่อนค่ะ

จะรีไฟแนนซ์ได้ต้องเข้าข่ายแบบไหน?

  • ยอดค้างเก่าต้องน้อยกว่ายอดจัดใหม่ที่จัดได้
  • ประวัติการผ่อนชำระต้องไม่ผิดปกติ เช่น ค้างค่างวดเกินกว่า 3 งวด หรือค้างสองงวดบ่อยๆ หากเป็นแบบนี้ทางลิสซิ่งจะลดยอดจัดลงประมาณ 5-10% ค่ะ
  • ผู้ขอรีไฟแนนซ์ต้องมีรายได้อย่างน้อย 2.5 เท่าของยอดผ่อนค่ะ แต่ถ้าเป็นข้าราชการแค่ 2 เท่าก็ได้

สัญญารีไฟแนนซ์มีกี่แบบ

สัญญารีไฟแนนซ์จะมี 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ

  1. รีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด ซึ่งการ รีไฟแนนซ์รถยนต์แบบนี้ จะทำสัญญาใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำการประเมินตกลงราคารถกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะถูกหักค่าใช้จ่ายจากเงินประเมิน และหักจำนวนเงินที่คงค้างกับสัญญาเก่าออกทั้งหมดโดยจะได้ลดค่าดอกเบี้ยในสัญญาเดิมอีก 50%
  2. รีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว หากรถยนต์เราผ่อนหมดแล้ว จะขอสินเชื่อได้ง่าย อัตราดอกเบี้ยถูกแค่มีเล่มทะเบียนก็สามารถทำได้แล้ว

 รีไฟแนนซ์รถยนต์

ทางเลือกของการรีไฟแนนซ์รถ

เราสามารถเลือกรีไฟแนนซ์ได้ 3 แนวทางด้วยกันค่ะ นั่นคือ

  1. หากงวดผ่อนชำระเราเหลือน้อย อยู่ที่ประมาณ 8 งวดลงมา ทางลิสซิ่งเดิมจะรับรีไฟแนนซ์ให้โดยอัตโนมัติ ยิ่งหากเป็นลูกค้าชั้นดีด้วยยิ่งง่ายใหญ่
  2. หากไม่เข้าข่ายข้อแรก สามารถทำได้ด้วยตนเองโดยการหาเงินมาปิดบัญชีคงค้างและนำไปรีไฟแนนซ์ที่ใหม่
    3. หากไม่เข้าข่ายข้อแรก และ ไม่สะดวกที่จะนำเงินสดไปปิดบัญชีเอง สามารถให้ คนกลาง หรือดีลเลอร์ของบริษัทลิสซิ่ง ปิดบัญชีนำเล่มไปรีไฟแนนซ์ได้ ซึ่งทางดีลเลอร์ก็จะคิดค่าธรรมเนียมปิดบัญชี และ ค่าธรรมเนียมการจัดไฟแนนซ์จากเราค่ะ

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์รถ

ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะมี 2 ฝั่งด้วยกันนั่นคือ ดีลเลอร์ และธนาคาร(ลิสซิ่ง)

ในด้านดีลเลอร์ กรณียังผ่อนชำระอยู่กับลิสซิ่ง จะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าปิดบัญชีที่คิดเป็นเปอร์เซ็น ขึ้นอยู่กับยอดปิดค่ะ และจะมีค่าธรรมเนียมในการจัดไฟแนนซ์ ค่าเดินทาง ค่าจัดการเอกสารเล่มทะเบียนอะไรแบบนี้

คุณสมบัติของผู้ขอรีไฟแนนซ์

  • อายุ 20 – 70 ปี
  • มีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท สำหรับกรุงเทพฯและปริมณฑล และรายได้ขั้นต่ำ 10,000 บาทสำหรับต่างจังหวัด (ควรมีรายได้อย่างน้อย 2 เท่าของยอดผ่อนชำระ )
  • ต้องมีถิ่นพำนักในประเทศไทย
  • หาผู้กู้ร่วมหากรายได้ไม่เพียงพอ

เอกสารในการขอรีไฟแนนซ์

สำหรับบุคคลธรรมดา

  • บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนาจำนวน 2 ฉบับ
  • ทะเบียนบ้านฉบับจริง พร้อมสำเนาจำนวน 2 ฉบับ
  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ฉบับล่าสุด หรือย้อนหลังไม่เกิน 2 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์/ประจำ/กระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน
  • แผนที่ที่ตั้งที่อยู่อาศัย และที่ทำงาน
  • สำเนาสมุดบัญชีหน้าแรกของธนาคารที่ต้องโอนเงินเข้า
  • เล่มทะเบียนรถยนต์ตัวจริง

 สำหรับเจ้าของกิจการ/นิติบุคคล

  • หนังสือรับรองบริษัท (ฉบับปัจจุบัน) จำนวน 2 ชุด
  • ภพ. 20
  • สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของกรรมการทุกรายที่มีอำนาจลงนามของบริษัทจำกัด (มหาชน)
  • สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป ของบริษัทจำกัด
  • สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน
  • งบการเงินหรือสำเนาเงินฝากออมทรัพย์/ประจำ/กระแสรายวัน ย้อนหลัง 6 เดือน
  • รายงานการประชุม “แจ้งความประสงค์ในการขอสินเชื่อ” (ต้นฉบับลงนาม โดยกรรมการบริษัท/หุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนฯ)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ. 5) ยกเว้น บริษัทจำกัด ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

 รีไฟแนนซ์รถยนต์

ขั้นตอนการ รีไฟแนนซ์ รถยนต์

  1. หากเป็นรถที่ผ่อนชำระหมดแล้วควรตรวจสอบรถของเราก่อนว่าสามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้หรือไม่และราคากลางราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไร
  2. ก่อนที่จะทำการปิดบัญชีสินเชื่อเดิม เพื่อนำรถไปทำการขอสินเชื่อใหม่ หรือรีไฟแนนซ์ จะต้องทำการคำนวณก่อนว่า ดอกเบี้ยคงเหลือตามสัญญากู้เดิม เมื่อหักส่วนต่างกับดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นจากการกู้ใหม่คุ้มค่าหรือไม่ ถ้าคุ้มค่าจึงค่อยดำเนินการต่อไป
  3. ตรวจสอบความสามารถในการผ่อนชำระว่าสามารถผ่อนชำระค่างวดได้ตลอดจนสิ้นสุดหรือไม่ หากมั่นใจว่า สามารถวางแผนในการผ่อนชำระค่างวดได้ ก็สามารถติดต่อกับธนาคารต่างๆ ได้ทันที
  4. เตรียมเอกสารให้ครบก่อนส่ง สำหรับเอกสารเหล่านี้ส่งเพื่อให้ระบบตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครดิตบูโรและ เป็นตัวช่วยในการอนุมัติสินเชื่อ
  5. เมื่อทราบผล เราจะได้รับทำการปิดบัญชีและรับเงินส่วนที่เหลือจากสถาบันการเงินใหม่ทันทีในวันนั้น เลย โดยไม่ต้องรอเล่มออกมาจากไฟแนนซ์เดิม
  1. เมื่อได้รับเล่มมาแล้ว เราต้องส่งให้กับสถาบันการเงินที่ใหม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอน จากนั้นสถาบันการเงินที่ใหม่จะโทรหาเราเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการผ่อนชำระหนี้ต่อไป ก็เป็นอันว่าจบทุกขั้นตอนค่ะ

ปัญหาที่หลายคนอาจสงสัย

หลายๆคนอาจกำลังมีคำถามใจใจ ซึ่งเราสามารถตอบได้ ดังนี้

  1. เงินเดือนน้อยสามารถรีไฟแนนซ์ได้หรือไม่

ตอบ หากปัจจุบันเรามีเงินเดือนน้อยก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการหาผู้กู้ร่วมค่ะ เพื่อที่จะได้นำเงินเดือนของทั้งสองคนรวมกันให้ดูมากขึ้น ซึ่งผู้กู้ร่วมได้แก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง สามี ภรรยา หรือลูกค่ะ

  1. ติดเครดิตบูโรรีไฟแนนซ์ได้ไหม?

ตอบ  ติดเครดิตบูโรก็สามารถรีไฟแนนซ์ได้ค่ะ แต่ยอดจัดอาจน้อยอีกทั้งในการส่งค่าผ่อนรถปัจจุบันต้องปกติค่ะ

  1. เอกสารไม่ครบลิสซิ่งมีการอนุโลมได้ไหม?

ตอบ บางลาซิ่งอาจอนุโลมให้ค่ะ

4. พึ่งเปลี่ยนงานได้ไม่นานเท่าไร รีไฟแนนซ์ได้ไหม?

ตอบ  หากเป็นบริษัทที่ ได้รับความน่าเชื่อถือเพียงพอก็สามารถรีไฟแนนซ์ได้ตามปกติค่ะ

  1. หากทำธุรกิจส่วนตัวโดนลดยอดจัดหรือไม่?

ตอบ ถึงจะไม่ได้มีเงินเดือนประจำก็ไม่โดนลดยอดจัดค่ะ

  1. หากทำงานราชการแต่เงินเดือนเหลือน้อย แบบนี้รีไฟแนนซ์ได้ตามปกติไหม?

ตอบ  แบบนี้ทำได้ตามปกติค่ะ

  1. รีไฟแนนซ์ต้องใช้ผู้ค้ำประกันไหม?

ตอบ การรีไฟแนนซ์ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ค้ำประกันค่ะ

  1. รถยนต์โดนยึดแล้วรีไฟแนนซ์ได้ไหม?

ตอบ พอจะมีทางอยู่บ้างค่ะ นั่นคือ

  • ตรวจสอบราคากลางและยอดจัดไฟแนนซ์ หากรถของเรายังอยู่และยังค้างชำระอีกเพียงเล็กน้อย ยังสามารถจัดไฟแนนซ์ได้ในราคาสูง ด้วยการการนำบุคคลอื่นมาซื้อรถ ซึ่งก็จะทำให้เราได้ส่วนต่างตรงนี้ออกมา
  • ติดต่อดีลเลอร์(เต็นท์รถ) เพื่อที่จะให้ประเมินราคารับซื้อ หากดีลเลอร์ ประเมินแล้วมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาขายต่อภายหลัง ดีลเลอร์ก็จะไปปิดบัญชี ไถ่ถอนรถยึดให้ โดยมีค่าธรรมเนียมตามแต่จะตกลงกัน แบบนี้เราจะมีเวลาเพียงพอที่จะหาบุคคลอื่นมาซื้อรถคืนมาค่ะ หรือ นำมาจัดไฟแนนซ์รถใหม่ แต่ก็ควรเจรจาเรื่องค่าไถ่ถอนให้ชัดเจนก่อนจะดำเนินการนะคะ

มาถึงตรงนี้คงได้รับความกระจ่างมากขึ้นนะคะ…

  รีไฟแนนซ์รถยนต์

 

ข้อชวนคิดในการรีไฟแนนซ์รถ

  1. ควรระวังให้มากกับการรีไฟแนนซ์รถแบบไม่โอนเล่ม เพราะถึงแม้ธนาคารจะแจ้งดอกเบี้ยรายเดือนให้เรารู้ ซึ่งดูเหมือนจะน้อย เช่น 0.55% ต่อเดือน แต่การผ่อนชำระแบบนี้จะเป็นแบบลดต้นลดดอก เหมือนกับดอกเบี้ยผ่อนบ้าน ที่เงินต้นจะลดเพียงเล็กน้อยส่วนมากจะเป็นดอกเบี้ยมากกว่า เมื่่อเปรียบเทียบกันแล้วก็จะเหมือนเป็นสินเชื่อบุคคลที่อัตราดอกเบี้ยแท้จริงอยู่ประมาณ 15-18% จึงแตกต่างกับการรีไฟแนนซ์รถแบบโอนเล่มอยู่พอสมควร
  2. พยายามอย่าให้รถถูกยึดโดยเด็ดขาด หากผ่อนชำระรถไม่ไหว ก็ให้พยายามดึงดันเอารถไว้โดยไม่ผ่อนชำระเกินกว่ากำหนด 3 เดือน เพราะหากรถโดนยึดแล้วจะสร้างปัญหาให้ในระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องเครดิตบูโร เพราะวันหนึ่งหากเรามีความสามารถทางการเงินแล้วอาจแก้เครดิตที่เสียไปยาก ดังนั้นรีไฟแนนซ์ได้ก็รีบจัดการค่ะ

สถาบันการเงินที่รับรีไฟแนนซ์ในขณะนี้

  1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (กรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคช สินเชื่อเพื่อคนมีรถ)

ข้อเสนอดีๆได้แก่

  • รู้ผลอนุมัติเร็วใน 1 วันทำการ (เมื่อเอกสารครบถ้วน)
  • รับเงินทันใจใน 1 วันทำการ (หลังโอนเล่มทะเบียนแล้ว)
  • ให้วงเงินสูงสุด 100% ของมูลค่ารถยนต์จากราคาประเมินของธนาคารฯ
  • ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน (เฉพาะผู้สมัครที่มีสัญชาติไทย)
  • ผ่อนชำระนานสูงสุด 72 เดือน
  • อัตราดอกเบี้ยต่ำเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นในวงเงินเดียวกัน (3.18 % -15.00 % ต่อปี)
  • สะดวกสบายกับ บริการ ‘คาร์ฟอร์แคช ดิลิเวอรี่’ ที่ให้บริการถึงบ้าน

**รูปแบบการโอน เป็นแบบโอนเล่ม

  1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (กรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคช “โปะ”)

ข้อเสนอดีๆของ คาร์ ฟอร์ แคช “โปะ”

  • ไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน เล่มยังคงเป็นชื่อของผู้เช่าซื้อ
  • ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนเล่ม
  • สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก
  • รู้ผลอนุมัติเร็ว
  • ผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 18 – 60 เดือน
  • ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (12.25%- 13.15% ต่อปี)
  • สะดวกกับ บริการ ‘คาร์ ฟอร์ แคช ดิลิเวอรี่’ ที่ให้บริการถึงบ้าน

** .ใช้ได้กับรถ SUV ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นไป

  1. ธนาคารกสิกรไทย (สินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย)

ข้อเสนอดีๆของสินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย

  • วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมินรถยนต์  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของบริษัทฯ
  • อนุมัติผลภายใน 24 ชั่วโมง
  • ลูกค้าจะได้รับเงินภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ได้ทำการโอนรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • ระยะเวลาในการกู้สูงสุด 72 เดือน
  • ระยะเวลาในการกู้ ต่ำสุด 12 เดือน
  • อายุรถสูงสุด 17 ปี
  • อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก  และอัตราดอกเบี้ยคงที่แบบ Flat Rate

 

ประเภทรถยนต์

ผลประโยชน์ (อัตราดอกเบี้ย) ที่เรียกเก็บร้อยละต่อปี

อัตราดอกเบี้ยคงที่ 
(Flat Interest Rate)

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง
(Effective Interest Rate)

อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก

รถยนต์ใช้แล้วที่จดทะเบียนน้อยกว่า
หรือเท่ากับ 17

สูงสุดไม่เกิน 13% ต่อปี

สูงสุดไม่เกิน 26% ต่อปี

MOR+8

 

  1. ธนาคารเกียรตินาคิน (สินเชื่อรถกู้เงินด่วน Car Quick Cash)

สินเชื่อรถกู้เงินด่วนสำหรับคนมีรถที่ต้องการใช้เงินในยามฉุกเฉิน หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน จึงเหมาะกับลูกค้าที่มีรถยนต์ที่ปลอดภาระหนี้แล้ว โดยผู้ที่สนใจเพียงแค่นำรถยนต์ที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับเราเท่านั้น รถยังนำกลับไปใช้งานได้ตามปกติ

สิทธิพิเศษ

  • ฟรีค่าธรรมเนียม
  • วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100%* (ขึ้นอยู่กับราคาประเมินรถยนต์จากราคากลางของธนาคาร)
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน (6ปี) วงเงินสินเชื่อขั้นต่ำ 100,000 บาทต่อบัญชี สูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาท
  1. ศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ
  • มีทั้งแบบโอนเล่มและไม่โอนเล่ม
  • วงเงินสูงสุด 110% ของราคาประเมิน
  • ระยะเวลาให้กู้ 3-6 เดือน
  • ดอกเบี้ย 0.50-2.50 ต่อเดือน หรือ 6-30 % ต่อปี
  1. ทิสโก้ออร์โต้แคช
  • มีทั้งแบบโอนและไม่โอนเล่ม
  • วงเงินกู้ 100%ของราคาประเมิน
  • ระยะเวลาให้กู้ 6-60 เดือน
  • ดอกเบี้ 0.55% ต่อเดือนหรือ 6.60% ต่อปี

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ (สินเชื่อรถคือเงิน My Car My Cash)

สินเชื่อรถคือเงินไทยพาณิชย์ My Car My Cash พร้อมให้บริการคุณ แค่เพียงนำรถยนต์ส่วนตัวของคุณ มาเปลี่ยนเป็นเงินสดกับเรา ได้เงิน แถมรถก็ยังมีขับ ผ่อนครบธนาคารจะโอนกรรมสิทธิ์กลับไปเป็นของคุณทันที

ข้อเสนอดีๆของสินเชื่อรถคือเงิน My Car My Cash

  • รับเงินสูงสุดถึง 2 ล้านบาท*
  • เลือกผ่อนสบายๆนานสูงสุดถึง 60 เดือน
  • อนุมัติและได้รับเงินรวดเร็ว ใน 1 วัน*
  • รถยังมีขับ เหมือนเดิม

* ติดต่อขอใช้บริการได้ง่าย และสะดวก แบบที่เดียวจบที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ

  1. ธนาคารธนชาต (รถแลกเงิน รับเงินสดรถยังมีขับ)

ข้อเสนอดีๆของสินเชื่อรถแลกเงิน รับเงินสดรถยังมีขับ

  • ผ่อนแสนละ 59 บาท/วัน
  • วงเงินสูงสุด 100% ของราคาประเมิน
  • ดอกเบี้ย 3.18-12.60% ต่อปี
  • ผ่อนสบายๆ 72 งวด

ถึงจะดูหยุมหยิมต้องคิดเยอะ แถมเอกสารก็ต้องเตรียมมากมาย แต่หากโดยรวมสรุปว่าการ รีไฟแนนซ์คุ้มค่าก็สามารถทำได้และเป็นผลดีด้วย เพราะใครๆก็คงไม่อยากให้รถถูกยึดหรอกจริงไหมคะ ส่วนยอดเงินหากไม่มีความจำเป็นอะไรเร่งด่วนก็อย่าเอามาเลยค่ะ ตอนใช้หนี้เขามันทรมาน กว่าจะหมดได้ใจแทบขาดค่ะ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://daily.rabbit.co.th|https://money.kapook.com|http://www.refinance.co.th

http://car77777.blogspot.com|http://www.checkraka.com|https://www.facebook.com/CarLoanSystem|

http://www.kasikornleasing.com|https://www.krungsri.com|http://www.kiatnakin.co.th|

http://www.scb.co.th|https://www.thanachartbank.co.th|

ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก Pixabay.com