บทความ : ประกันอุบัติเหตุคืออะไร? คุ้มครองแบบไหนบ้าง? ใครอยากจะทำต้องอ่าน! By iMoney.in.th

ประกันอุบัติเหตุคืออะไร?

ประกันอุบัติเหตุก็คือ การที่เราจ่ายเงินให้กับบริษัทประกันเพื่อแลกกับความคุ้มครองเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจากการเกิดอุบัติเหตุ จนทำให้เราเกิดความเสียหายและบาดเจ็บ อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยที่ทำให้เราได้มั่นใจว่า เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเมื่อใด ก็จะได้รับความคุ้มครองและมีตัวช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แน่นอน

Advertising :

ประกันอุบัติเหตุ

ประกันอุบัติเหตุ มีกี่ประเภท?

ประกันอุบัติมีด้วยกัน 2 ประเภทด้วยกัน นั่นคือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident : PA) และ ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (TA) ซึ่งในวันนี้จะขอลงลึกเรื่องประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลอย่างเดียวนะคะ (ส่วนประกันการเดินทางจะแยกเป็นอีกเรื่องต่างหากค่ะ)

กรมธรรม์มีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?

ก่อนไปลงลึกเรื่องประกัน PA อยากเสริมอีกนิดก่อนว่าประกันภัยอุบัติเหตุแบ่งออกได้เป็น 3 กรมธรรม์นะคะ นั่นคือ กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษาค่ะ ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลจะใช้สำหรับการประกันภัยเฉพาะบุคคลคนเดียวเท่านั้น ส่วนกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มจะใช้สำหรับกลุ่มบุคคล ที่มีการรวมตัวกันไว้ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพนักงานของบริษัท กลุ่มข้าราชการ เป็นต้น ไม่ใช่กลุ่มที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อทำการประกันภัยเท่านั้นนะคะ สุดท้ายกรมธรรม์ประกันภัยแบบนักเรียน นิสิต นักศึกษาแบบนี้จะเป็นการทำประกันภัยกลุ่มโดยสถาบันการศึกษาเป็นผู้จัดทำให้แก่นักเรียน หรือนักศึกษาในสังกัดค่ะ

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลคืออะไร?

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident หรือ PA) จะให้ความคุ้มครองชีวิตและร่างกายของเรา ที่เนื่องมาจากการเกิดประสบอุบัติเหตุในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีระยะเวลาคุ้มครองปีต่อปีเท่านั้น

ประกัน PA มีความจำเป็นอย่างไร?

เพราะเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไร  เกิดแล้วจะเป็นอะไรบ้าง และที่สำคัญจะมีค่ารักษาเท่าไร ถ้าเป็นอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆก็คงพอได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วต้องนอนโรพยาบาลหลายๆวัน มีการผ่าตัดค่ารักษาก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และถ้าเราเกิดพิการทุพลภาพอีก ครอบครัวเราจะเป็นอย่างไร แต่ถ้ามีประกัน PA ทุกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะมีคนดูแลแทนเรา โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลสามารถต้อนรับและบริการเราได้อย่างดีที่สุด นี่จึงเป็นความคุ้มที่เราแลกกับเงินไม่มากเท่าไรต่อปีด้วยซ้ำ

ประกัน PA มีความคุ้มครองให้เลือกอย่างไร?

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) มีความคุ้มครองให้เลือก  2 แบบด้วยกันค่ะ นั่นคือ

1.อุบัติเหตุ 1 (อบ.1) จะให้ความคุ้มครอง

  • เสียชีวิต ภายใน 180 วัน นับจากวันที่เกิดอุบัติเหตุ (บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มทุนประกัน)
  • ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ซึ่งการบาดเจ็บที่นี้จะทำให้ผู้เอาประกันภัยทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงภายใน 180 วัน และเป็นติดต่อกันไม่น้อยกว่า 12 เดือน นับจากวันที่เกิดอุบัติเหตุ (หากเป็นแบบนี้บริษัทฯ จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มทุนประกัน)
  • สูญเสียมือ เท้า และสายตา ภายใน 180 วัน นับจากวันที่เกิดอุบัติเหตุ (ตารางหน้า 2)
  • การถูกฆาตกรรม และลอบทำร้าย
  • ขับขี่ หรือซ้อนท้ายจักรยานยนต์
  • ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งกรณีนี้ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลจากการประสบอุบัติเหตุโดยแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งจะได้รับการชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • ค่าชดเชยกรณีรักษาตัวในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน ซึ่งกรณีนี้ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินค่าชดเชยรายวันระหว่างพักรักษาตัวอยู่ในโรง พยาบาล ตามจำนวนวันของการเข้ารักษาอยู่ในโรงพยาบาล แต่สูงสุดไม่เกิน 365 วัน
  • ค่าปลงศพ กรณีที่เสียชีวิตจากการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย (หากเสียชีวิตเนื่องจากเจ็บป่วย จะมีระยะการเวลารอคอย 180 วัน นับจากวันที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครอง)
  1. อุบัติเหตุ 2 (อบ.2)
  • จะให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจาก อบ.1 ในเรื่องของการสูญเสียนิ้วมือ นิ้วเท้า การรับฟังเสียง (หูหนวก) และการพูดออกเสียง (เป็นใบ้)

ประกัน PA ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีใดบ้าง?

เมื่อเราทำประกัน PA บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่

  1. เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะและสายตา (ADD)
  2. ทุพพลภาพโดยสิ้นเชิง (PD)
  3. ค่ารักษาพยาบาล (ME)
  4. เงินชดเชยกรณีกระดูกแตกหัก (BB)
  5. ค่าเลี้ยงดูสำหรับบุคคลในครอบครัวเป็นรายเดือน (FCG)
  6. รายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล (HU)
  7. ค่าเลี้ยงดูรายเดือนสำหรับการดำรงชีพ (MLB)

ครอบคลุมกรณีการเกิดอุบัติเหตุอะไรบ้าง?

  1. อุบัติเหตุทั่วไป
  2. กรณีถูกฆาตกรรมหรือลอบทำร้าย (MA)
  3. กรณีเสียชีวิตจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ (MC)
  4. กรณีอุบัติเหตุขณะเดินทางโดยรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (PP)
  5. กรณีอุบัติเหตุในวันหยุดนักขัตฤกษ์ (PH)
  6. กรณีอุบัติเหตุอันเกิดจากภัยธรรมชาติ (ND)

ดูๆแล้วครอบคลุมอุบัติเหตุทุกอย่างจนน่าสนใจเลยใช่ไหมคะ แต่บอกไว้ก่อนว่าแต่ละบริษัทให้ความคุ้มครองไม่เท่ากัน ซึ่งเราคงต้องทำการเลือกให้ดีก่อนตัดสินใจค่ะ

ประกันอุบัติเหตุ

ข้อยกเว้นในการจ่ายผลประโยชน์

ถึงแม้ว่า PA จะครอบคลุมไปเกือบทุกอย่างของอุบัติเหตุแต่ก็มีข้อยกเว้นการจ่ายเหมือนกันนะคะ ซึ่งจะยกเว้นในกรณี

  1. การกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุราหรือยาเสพติด
  2. การฆ่าตัวตาย พยายามจะฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง
  3. การแท้งลูก
  4. สงคราม กบฏ การจลาจล การนัดหยุดงาน การที่ประชาชนก่อความวุ่นวายลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
  5. การแผ่รังสีหรือกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ อาวุธนิวเคลียร์
  6. การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย เช่น การเล่นบันจี้จั๊มพ์ การดำน้ำ เล่นสกี การแข่งรถ แข่งเรือ แข่งสเก็ต เป็นต้น
  7. การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
  8. การโดยสารอากาศยานที่มิได้ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์

แต่ข้อยกเว้นนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้นะคะ โดยให้เราเลือกการคุ้มครองเพิ่มเติมพร้อมทั้งจ่ายเบี้ยประกันภัย ใน 5 กรณีนี้

  1. การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
  2. การจลาจล การนัดหยุดงาน
  3. การสงคราม
  4. การโดยสารอากาศยานที่มิได้ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์
  5. การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย

ในกรณีที่มีประกันสุขภาพ(OPD)อยู่แล้ว ไม่ต้องทำ PAได้ไหม?

ก่อนอื่นคงต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ประกันสุขภาพจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้ก็ต่อเมื่อเราต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเท่านั้น (ยกเว้นสัญญา OPD ที่เป็นการจ่ายเงินชดเชยค่ารักษากรณีเป็นผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล) ดังนั้น ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆแบบที่ไม่ได้นอนโรงพยาบาลอย่าง รถล้ม
หัวแตก มีดบาด ก็จะไม่สามารถใช้ประกันสุขภาพที่มีอยู่ได้ แต่ถ้าเราทำ PA แล้วไปหาหมอตรงนี้เราได้แน่นอนค่ะ ดังนั้นหากให้ตอบว่าไม่ทำ PA ได้ไหม ก็ต้องแล้วแต่การตัดสินใจค่ะ รวมทั้งดูเงินในกระเป๋าเราด้วย

ประกันอุบัติเหตุ

ประกันสุขภาพ (OPD) ที่เป็นตัวชดเชยกรณีอุบัติเหตุ เหมือนหรือแตกต่างกับ PA

ในประกันสุขภาพบางประเภท จะมีให้เราเลือกเหมือนกันที่เป็นการจ่ายชดเชยกรณีอุบัติเหตุโดยเฉพาะ (กลุ่มที่มีชื่อย่อว่า AI, ADD หรือ ADB หรืออ.1, อ.2, อ.3 แล้วแต่บริษัท) ซึ่งจะมีส่วนที่เหมือนและไม่เหมือนกันคือ

  1. การจ่ายเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ค่ารักษาพยาบาล และชดเชยในกรณีที่นอนโรงพยาบาล จะเหมือนกัน แต่จะมีที่แตกต่างคือ OPD จะสามารถเลือกวงเงินทุนประกันกรณีเสียชีวิตได้อย่างอิสระ (ต้องไม่ต่ำกว่า หรือเกินกว่ากำหนด) แต่ PA ไม่สามารถเลือกอย่างอิสระได้ ต้องเลือกตามแพคเกจที่บริษัทจัดมาเท่านั้น
  2. ประกัน OPD ชดเชยกรณีอุบัติเหตุ จะมีการจ่ายเงินชดเชยตามระดับอาการ เช่น สูญเสียบางส่วนของอวัยวะ สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วนเต็มๆขึ้นไป หรือ ทุพพลภาพบางส่วนชั่วคราว ทุพพลภาพทั้งหมดถาวร แบบนี้เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นหนัก ก็จะจ่ายมากกว่าเป็นน้อย (มักคิดเป็นเปอร์เซ็นของทุนประกัน) แต่ถ้าเป็น PA
    ส่วนใหญ่ จะจ่ายเงินชดเชยกรณีเป็นหนัก เช่น สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วน หรือต้องทุพพลภาพทั้งหมดถาวร ถึงจะจ่าย หากสูญเสียบางส่วน การเคลมยุ่งยากซับซ้อนกว่าค่ะ
  3. OPD อุบัติเหตุ (เฉพาะตัว AI) จะจ่ายเงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาลเป็นรายสัปดาห์ ต้าเป็น PA จะจ่ายชดเชยเป็นรายวัน ซึ่งเทียบกันเป็นต่อวันแล้ว PA จะจ่ายมากกว่า อีกทั้งจ่ายนานกว่าด้วย
  4. OPD อุบัติเหตุ จ่ายค่ารักษาพยาบาลเฉพาะกรณีค่าผ่าตัด ซึ่งต้องนอนโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ PA จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล แม้จะบาดเจ็บเล็กน้อยนอนโรงพยาบาลแบบไม่ต้องผ่าตัดก็เบิกได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า แต่ละตัว ก็มีข้อเด่นและด้อยที่แตกต่างกันไป ยังไงก็ลองศึกษาและเปรียบเทียบให้ดีก่อนทำค่ะ

บอกข้อดีข้อเสียของประกัน PA อีกทีได้ไหม?

เมื่อมองภาพรวมแล้วประกัน PA ก็มีข้อเสียเหมือนกัน นั่นคือ

ข้อดีของประกัน PA

  1. เบี้ยประกันถูก หากเทียบกับความคุ้มครองและเงินชดเชยที่ได้รับ ซึ่งส่วนใหญ่จะจ่ายเริ่มต้นแค่ปีละ 2,000 กว่าบาทแค่นั้นเอง คิดเป็นวันยิ่งถูกสุดๆ คนที่มีกำลังทรัพย์น้อยอยากคุ้มครองความเสี่ยงให้ตัวเอง ก็สามารถซื้อได้ค่ะ
  2. เบี้ยประกันPA จะคงที่ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นทุกปีตามอายุหรือเพศ เหมือนอย่างกับประกัน OPD (ยกเว้นกรณีอายุตั้งแต่ 61 ปีขึ้นไป เบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้น)
  3. กรณีบาดเจ็บแม้จะเกิดจากอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ก็ยังเบิกได้

ข้อเสียของประกัน PA

  1. เงินชดเชยได้เฉพาะกรณีเกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น ถ้าเกิดจากโรคเบิกไม่ได้ค่ะ
  2. ไม่สามารถเลือกทำทุนประกันอย่างอิสระเองได้ ต้องแล้วแต่แพคเกจของแต่ละบริษัท
  3. หากสูญเสียอวัยวะ การชดเชยจะมีความซับซ้อน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเสียหายที่เกิดกับอวัยวะนั้นๆ (หากบาดเจ็บเล็กน้อย ก็จะชดเชยให้เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าการเจ็บป่วยหนัก)

เบี้ยประกัน PA ราคาเท่าไร?

เบี้ยประกัน PA ส่วนใหญ่จะไม่แพงค่ะ เริ่มกันตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แต่บางที่อาจใจดีกว่านั้นยังไงก็ต้องลองตรวจสอบเปรียบเทียบราคาหลายๆที่ค่ะ

ค่าเบี้ยประกัน PA ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?

แต่ละบริษัทอาจมีการเก็บเบี้ยประกันที่ไม่เหมือนกันค่ะโดยจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้

  1. อาชีพ มักจะดูตามความเสี่ยงตั้งแต่ต่ำไปสูงสุด ซึ่งอาชีพที่มีความเสี่ยงต่ำจะมีเบี้ยประกันถูกสุดเช่นกันค่ะ
  • อาชีพชั้น 1 มักทำงานประจำในสำนักงาน
  • อาชีพชั้น 2 ทำงานที่ต้องทำงานกลางแจ้งตลอดเวลา
  • อาชีพชั้น 3 ทำงานด้านช่าง กระบวนการผลิต ที่มีการใช้เครื่องจักรกลหนัก ผู้ใช้แรงงาน การเดินทาง หรือทำงานนอกสำนักงานเป็นประจำ
  • อาชีพชั้น 4 เป็นอาชีพพิเศษที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าชั้นอื่น ๆ เป็นพิเศษ เช่น นักแสดงผาดโผน
  1. อายุ คนที่มีอายุสูงกว่า 60 ปีจะมีเบี้ยประกันแพงกว่า อายุต่ำกว่า 60
  2. ความคุ้มครองที่เลือกซื้อ เราสามารถเลือกความคุ้มครองได้ค่ะ ยิ่งความคุ้มครองน้อยเบี้ยประกันก็จะยิ่งถูก
  3. ความคุ้มครองเพิ่มเติม หากเราเลือกส่วนของความคุ้มครองเพิ่มเติมรับรองเบี้ยต้องเพิ่มแน่นอนค่ะ
  4. จำนวนเงินเอาประกันภัย ถ้าเลือกที่สูงๆก็ต้องมีเบี้ยเพิ่มขึ้นค่ะ
  5. การกำหนดความรับผิดชอบส่วนแรก โดยหากเรายินยอมรับความเสียหายส่วนแรกเองบางส่วนในกรณีของค่ารักษาพยาบาลแบบนี้เบี้ยก็จุกลงค่ะ

ขั้นตอนการทำประกัน PAมีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการทำประกันPA ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยค่ะ นับขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอนจบ นั่นคือ

  1. ศึกษาและเปรียบเทียบบริษัทประกันภัยแต่ละที่ จากนั้นจึงเลือกที่ใดที่หนึ่ง
  2. เลือกแผนประกันที่ต้องการ พร้อมจ่ายเบี้ยประกัน
  3. เมื่อส่งเรื่องให้บริษัทเรียบร้อยก็คุ้มครองทันทีค่ะ

กรณีการเคลมเมื่อเกิดอุบัติเหตุควรทำอะไรบ้าง?

กรณีที่เราเกิดอุบัติเหตุต้องรีบแจ้งให้บริษัทประกันทราบในทันที และนำหลักฐานอย่าง ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล รายงานของแพทย์ ใบแจ้งความ หรือใบมรณะบัตร มาให้กับบริษัทประกัน แค่นี้บริษัทก็จะดำเนินการตามขั้นตอนให้เราแล้ว

 หลักการในการพิจารณาเลือกบริษัทเพื่อซื้อประกัน PA

ส่วนใหญ่กรมธรรม์ประกัน PA จะเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกบริษัทอยู่แล้วค่ะ แต่อัตราเบี้ยประกันอาจมีความแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนเลือกซื้อ ต้องพิจารณาในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  1. พิจารณาแบบความคุ้มครองระหว่าง แบบ อบ. 1 และ อบ. 2 โดย แบบ อบ. 2 จะมีความคุ้มครองที่กว้างกว่า และน่าจะมีความเหมาะสมกับผู้ทำงานด้านช่าง หรืองานฝีมือที่เกี่ยวข้องกับการใช้นิ้ว
  2. พิจารณาความต้องการของตัวเราเอง สำคัญที่สุดก็เงินในกระเป๋าค่ะ ควรเหมาะสมกับรายได้ (ประมาณ 10 เท่าของรายได้ต่อปี)
  3. พิจารณาเบี้ยประกัน ควรเปรียบเทียบกันหลาย ๆ บริษัทนะคะ
  4. พิจารณาฐานะของบริษัทประกันและวิธีการดำเนินงานของบริษัท

หากดูได้แบบนี้แล้วเลือกที่ดีที่สุดก็โล่งใจไปอีกเปราะค่ะ

ประกันอุบัติเหตุ

บริษัทประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่น่าสนใจมีที่ไหนบ้าง?

เมื่อคิดว่าประกัน PA น่าสนใจและอยากรู้ว่ามีที่ไหนกันบ้าง วันนี้เอามาฝากค่ะ

บริษัท กรุงไทย แอกซ่า

ประกันไอไฟน์ iFine สบายๆ ให้ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ

จะเป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองทั้งชีวิตและอุบัติเหตุในกรมธรรม์เดียว จึงครอบคลุมอุบัติเหตุหลากหลายอย่างคุ้มค่า อายุรับประกันตั้งแต่ 20-59 ปี พร้อมชำระเบี้ยประกันภัยคงที่ตลอดระยะเวลาสัญญา 10 ปี รับรองการต่ออายุโดยไม่คำนึงถึงประวัติการเคลมประกันในปีก่อนหน้าแน่นอน

สิทธิประโยชน์

  • คุ้มครองการเสียชีวิตในทุกกรณี สูงสุดที่ 300,000บาท ด้วยการพิจารณารับประกันภัยแบบยืดหยุ่น ตอบคำถามสุขภาพเพียงแค่ 3 ข้อ
  • คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ที่เพิ่มเติมจากผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต* และเพิ่มเป็น 2 เท่า สำหรับอุบัติเหตุสาธารณะที่ระบุตามเงื่อนไข * เริ่มต้นที่ 1,000,000 บาท สูงสุด 6,000,000บาท
  • คุ้มครองกรณี สูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ สูงสุด 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปีกรมธรรม์
  • ค่ารักษาพยาบาล จากอุบัติเหตุต่อครั้งตามที่เกิดขึ้นจริง แต่ต้องไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ เริ่มต้นที่ 50,000 บาท สูงสุด 300,000 บาท
  • ผลประโยชน์ชดเชยรายวันจากอุบัติเหตุ เริ่มต้นวันละ 1,000 บาท สูงสุดวันละ 2,500 บาท และกรณีรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน สูงสุดไม่เกิน 365 วัน ต่อปีกรมธรรม์

 

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต

แบบที่ 1โครงการ PA Go

จ่ายค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุสูงสุด 100,000 บาท ไม่ต้องสำรองจ่ายหากเข้าโรงพยาบาลคู่สัญญา คุ้มครองกรณีเสียชีวิต 1,000,000 บาท ด้วยเงื่อนไข

  • อายุรับประกัน 1 เดือน – 75 ปี (สำหรับแผน 1) และ 16 – 75 ปี (สำหรับแผน 2)
  • ระยะเวลาเอาประกันภัย 1 ปี
  • ระยะเวลาชำระเบี้ยประกัน 1 ปี
  • ไม่ต้องตรวจสุขภาพ

แบบที่ 2 Classic P.A.

อัตราเบี้ยประกันภัย : รับเฉพาะกลุ่มชั้นอาชีพ 1,2 และใช้อัตราเบี้ยประกันภัยเดียวกัน

การคุ้มครอง : ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วโลก เป็นระยะเวลา 1 ปี

อายุที่รับประกัน : อายุ 1 เดือน ถึง 75 ปีบริบูรณ์ (อายุ 1 เดือน ถึง 15 ปี รับประกันภัยได้สูงสุด 500,000 บาท และอายุ 60 ปีขึ้นไป รับประกันภัยได้สูงสุด 1,000,000 บาท)

บริษัทซิกน่า

แบบที่ 1 ชดเชยรายวันบวกบวก

สิทธิประโยชน์

  • ความคุ้มครองสูงสุดที่ 1,000,000 บาท หากสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
  • เพิ่มความคุ้มครองสูงสุด 1,000,000 บาท หากสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในวันหยุด
  • คุ้มครองสูงสุด 300,000 บาท หากสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ หรือจากการฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย
  • ชดเชยรายได้ต่อวันสูงสุด 1,000 บาทและรับเงินชดเชยรายได้เพิ่มอีกสูงสุด 50,000 บาทกรณีนอนพักรักษาตัวเกินกว่า 15 วันติดต่อกัน ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
  • เคลมค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 10,000 บาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง

แบบที่ 2 ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองทันใจ

สิทธิประโยชน์

  • คุ้มครองสูงสุด 4,500,000 บาท จากการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ
  • คุ้มครองสูงสุด 450,000 บาท จากการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากรถจักรยานยนต์ หรือเสียชีวิตจากฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย
  • คุ้มครองมากขึ้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างวันหยุด*** และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในรถส่วนตัว สูงสุดถึง 3,000,000 บาท มอบค่าปลงศพกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย 50,000 บาท
  • ชดเชยค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 50,000 บาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง

แบบที่ 3 ประกันอุบัติเหตุรักครอบครัว

สิทธิประโยชน์

  • ความคุ้มครองสูงสุด 2,000,000 บาท หากสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
  • ชดเชยรายได้ครอบครัวต่อเดือนสูงสุด 40,000 บาท รวม 12 เดือน
  • ชดเชยรายได้สูงสุด 1,000 บาท ในฐานะผู้ป่วยในเนื่องจากอุบัติเหตุต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
  • เคลมค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 10,000 บาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
  • บริการช่วยเหลือสำหรับเด็ก
  • ช่วยเหลือค่าปลงศพ 20,000 บาท

ธนชาตประกันภัย

เงื่อนไขดีๆจากธนชาต

  • คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วไป  24 ชั่วโมงทุกที่ทั่วโลก
  • ไม่ต้องตรวจร่างกายก่อนทำประกันภัย
  • คุ้มครองการเสียชีวิต/สูญเสียอวัยวะ
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ( ทั้งผู้ป่วยใน : IPD / ผู้ป่วยนอก : OPD )
  • ชดเชยรายได้ต่อวัน ( กรณีเป็นผู้ป่วยใน : IPD )
  • รับความคุ้มครองอายุตั้งแต่ 5-60 ปี

บริษัท AIA

แผนประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล AIAPA2500

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  • หมดความกังวลด้วยความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุทุกประเภท รวมถึงอุบัติเหตุจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์สูงถึง 500,000 บาท พร้อมบัตร AIA PRIVILEGE CARE CARD ที่เอไอเอจะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
  • แผนประกันภัยอุบัติเหตุ เป็นหลักประกันให้คุณและครอบครัว สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วโลก
  • อายุของผู้รับประกัน 1 เดือน- 74 ปี
  • ระยะเวลาประกัน 1 ปี

จะเห็นได้ว่าประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือ PA เป็นตัวช่วยบริหารความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างดี นอกจากนี้เบี้ยประกันยังไม่แพง หาซื้อได้ง่าย แถมยังสะดวกรวดเร็วอีกด้วย สำหรับใครที่อยากเริ่มทำประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงให้กับตัวเอง การทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียวค่ะ อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนและอยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเรา เพื่อความไม่ประมาทซื้อติดๆไว้ก็ดีค่ะ เพื่อความอบอุ่นใจของคุณและครอบครัวไงคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:  https://finance.rabbit.co.th|http://www.citydd.net|http://www.aommoney.com|http://oknation.nationtv.tv|https://www.krungthai-axa.co.th|https://www.muangthai.co.th|https://www.cigna.co.th|http://www.insurancethai.net|http://www.aia.co.th|

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pixabay.com